"นายจะเข้ามาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียงวะธันวา!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบมาตลอดกลับตวัดห้วนด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ดวงตาคมกริบของคีรินวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทตัวแสบอย่างธันวาถือวิสาสะผลักประตูกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่มีแม้แต่จะเคาะสักแอะเดียว
รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนที่ท่านประธานหนุ่มหันไปแยกเขี้ยวใส่ผู้มาใหม่ รีบก้าวถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อครู่... เกือบไปแล้ว เกือบจะหลงกลคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาเข้าเต็มเป้า!
"อ้าว ท่านประธานครับ ผมก็เคาะแล้วนะ ตั้งสามครั้ง... หรือว่าเสียงเคาะมันเบาไปจนเสียงหัวใจใครแถวนี้กลบหมดพอดี" ธันวาเลิกคิ้วกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างรู้ทัน สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองระหว่างเจ้านายหนุ่มหน้ายักษ์กับเพื่อนสนิทที่ยืนแก้มแดงก่ำอยู่ใกล้กัน
"อยากโดนไล่ออกนักใช่ไหมธันวา" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขากวาดสายตาดุร้ายมองเพื่อนรักราวกับจะฝังร่างให้อยู่ใต้พื้นห้องทำงานแห่งนี้
"โห ใจคอจะไล่เพื่อนร่วมหุ้นผู้เสียสละคนนี้ออกจากบริษัทเลยเหรอครับคุณคีริน... พอดีผมมีเรื่องด่วนจริงๆ ที่ต้องเคลียร์กับยัยริน ไม่อย่างนั้นไม่กล้าเข้ามาขัดจังหวะโปรเลิฟซีนกลางวันแสกๆ ของท่านประธานหรอกน่า" ธันวาไหวไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้หวงก้างแค่ไหน ยิ่งเห็นท่าทางหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยงของคีริน ธันวายิ่งนึกสนุกอยากแกล้งให้สติหลุด
รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เธอปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ มือเรียวยกขึ้นจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยให้อย่างลวกๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองคีรินที่ยังคงจ้องเธอด้วยแววตาคุกรุ่นไม่เลิก
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปเคลียร์งานกับธันวาก่อนนะคะ ท่านประธาน" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความประชดประชันถูกส่งออกไป พร้อมกับรอยยิ้มยั่วประสาทที่ทำเอาคีรินต้องขบกรามแน่นจนสันนูน
"ฉันยังอนุญาตให้เธอไปรึยังรินรดา" คีรินก้าวเท้าเข้าหาหนึ่งก้าวเต็มๆ น้ำเสียงกดต่ำอย่างทรงอำนาจ แววตาคมกริบฉายประกายความดื้อรั้นและเอาแต่ใจแบบเด็กผู้ชายไม่ยอมโต "เรื่องของเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง"
"เรื่องของเราไม่มีอะไรต้องคุยแล้วค่ะ เชิญท่านประธานเคลียร์เอกสารกองโตบนโต๊ะต่อเถอะนะ6ะ" รินรดาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะคว้าแขนธันวาแล้วออกแรงดึงเบาๆ "ไปกันเถอะธันวา แกมีอะไรจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ"
"เอ้อ... ไปสครับ ยัยนี่รีบจังเว้ย กลัวโดนท่านประธานกินหัวรึไง" ธันวาแกล้งแซวเสียงดัง แต่ก็ยอมเดินตามแรงดึงของเพื่อนสาวออกจากห้องไปอย่างรู้จังหวะ
ประตูกระจกบานหรูถูกปิดลงสนิท ทิ้งให้คีรินยืนกำมือแน่นอยู่ลำพังในห้องทำงานกว้าง ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่ลับตาไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจหนักหน่วง เขาเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย... ยัยตัวแสบนี่นับวันยิ่งพยศหนักข้อขึ้นทุกที!
ทางด้านรินรดาที่ลากธันวาเดินจ้ำอ้าวออกมาจนถึงโซนห้องทำงานส่วนรวม เธอก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองทันที พร้อมกับยกมือขึ้นพัดหน้าพัดตาเพื่อไล่ความร้อนผ่าวที่พุ่งริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม
"โอโห หน้าแดงแจ๋เลยนะมึง โดนท่านประธานทำอะไรมาเล่าให้ฟังด่วน" ธันวาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบกระซาบด้วยสายתากากรุ้มกริ่ม
"เงียบไปเลยนะธันวา แกเข้ามาขัดจังหวะก็ดีแล้ว... ว่าแต่แกมีเรื่องด่วนอะไร ถึงได้ทำหน้าตาตื่นเข้ามาขนาดนั้น" รินรดารีบเปลี่ยนเรื่องทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธในน้ำเสียง
รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของธันวาเลือนหายไปในพริบตา แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เขามองซ้ายมองขวาเหมือนระแวดระวังอะไรบางอย่าง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่หนีบมาใต้วงแขน วางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของรินรดาเบาๆ
"เรื่องนี้แหละที่กูต้องรีบพังประตูห้องไอ้คีรินเข้าไป" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำลง "มึงจำเรื่องโครงการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ที่บริษัทเราเพิ่งเซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ต่างชาติเมื่อเดือนก่อนได้ไหม"
รินรดาพยักหน้ารับช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย "จำได้ส- ทำไมเหรอ นั่นมันโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านที่ท่านประธานลงมาคุมเองเลยนี่"
"นั่นแหละประเด็น" ธันวาเคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร "กูบังเอิญไปได้ยินฝ่ายกฎหมายคุยกันเรื่องสัญญาฉบับนี้ แล้วเกิดเอะใจเลยแอบไปค้นฐานข้อมูลลับของบริษัทมา... มึงลองเปิดดูสิ แล้วจะรู้ว่าทำไมกูถึงต้องรีบเอามาให้มึงดู"
รินรดาลดมือที่พัดหน้าลง สายตาคมกริบมองแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด มือเรียวยื่นไปเปิดแฟ้มออกอย่างระมัดระวัง กระดาษแผ่นแรกปรากฏแก่สายตา เป็นเอกสารสัญญาว่าจ้างฉบับภาษาอังกฤษที่มีตราประทับอย่างเป็นทางการ แต่พอดึงสายตาลงมาอ่านรายละเอียดในหน้าถัดไป ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"นี่มัน..." รินรดาอุทานออกมาเบาหวิว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขและเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่
"ใช่... ไม่ปกติเลยสักนิด" ธันวาเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ในสัญญาระบุชัดเจนว่า บริษัทเราเป็นผู้รับความเสี่ยงทางการเงินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว หากโปรเจกต์นี้สะดุดหรือขาดทุน กำไร 80% จะตกเป็นของบริษัทพาร์ทเนอร์ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข แถมชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เซ็นอนุมัติโครงการนี้... กลับไม่ใช่ชื่อของไอ้คีริน"
รินรดานิ่วหน้า หัวใจกระตุกวูบ มือเรียวพลิกกระดาษไปอีกหน้าเพื่อดูชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ทว่าช่องลายเซ็นกลับถูกปิดทับด้วยสติกเกอร์สีดำทึบ พร้อมตราประทับลับสุดยอดของฝ่ายบริหารระดับสูง
"แล้วมันเป็นชื่อใคร..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาธันวา น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความตกใจปนเคลือบแคลงสงสัย
"นั่นแหละที่กูหากรรมสิทธิ์ไม่พบ เพราะมันถูกเข้ารหัสระดับสูงสุดเอาไว้" ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "แต่กูจำลายมือตวัดแบบนั้นได้... ลายมือของคนที่เพิ่งเดินหนีออกจากห้องไปเมื่อกี้ไงล่ะ"
สิ้นคำพูดของธันวา ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่างของรินรดา สมองของเธอนึกย้อนไปถึงท่าทีน่าสงสัย แววตาที่เต็มไปด้วยความลับ และความดื้อรั้นเอาแต่ใจของคีรินตลอดหลายวันที่ผ่านมา
เขาปิดบังอะไรเธออยู่กันแน่? และสัญญาฉบับนี้กำลังจะลากบริษัท... หรือแม้แต่ตัวเธอเอง เข้าไปสู่อันตรายอะไรกันแน่!
ขณะที่รินรดากำลังจ้องมองตัวเลขในเอกสารด้วยความสับสนระคนตกใจ จู่ๆ ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ธันวา
ร่างสูงสง่าของคีรินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือของหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
"อ่านเจออะไรสนุกๆ อยู่ล่ะสิ... รินรดา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับความลับนี้นะคะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 12
ความลับในแฟ้มเอกสาร
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!