“ถ้าเถียงอีกคำเดียว...”
เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง “ฉันจะไม่แค่จูบเธอนะ... รินรดา”
คำขู่ที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าในความเป็นจริงเวลานี้ บนโซฟาหนังแท้สีเข้มตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล รินรดาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น เปลือกตาบางที่เคยเปิดปรือท้าทายค่อยๆ ปิดลงด้วยความอ่อนเพลียที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ งานเอกสารกองโตและการปะทะคารมกับเขาเมื่อครู่สูบพลังงานชีวิตของเธอไปจนหมดสิ้น
คีรินมองร่างบางที่ทิ้งศีรษะพิงกับพนักโซฟา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับสนิทไปเสียแล้ว ประธานหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาทำงานต่อ เขากวาดสายตามองใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ ยามหลับใหล แพขนตายาวงอนทาบลงบนโหนกแก้ม ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยจากการโหมงานหนักทำให้ความดื้อรั้นในยามตื่นหายไปจนหมด เหลือเพียงความน่าเอ็นดูที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง
ให้ตายสิ... ยัยตัวแสบคนนี้กล้าดียังไงถึงมาหลับในอาณาเขตของเสือร้ายอย่างเขาได้อย่างไร้การป้องกันแบบนี้?
คีรินถอนหายใจยาว วางเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนหลับ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โซฟาตัวยาว ร่างสูงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อนุ่ม สายตาคมกริบทอดมองคนที่หลับสนิทด้วยแววตาที่ซ่อนความคลั่งรักไว้มิดชิด ภายใต้มาดนิ่งขรึมและวาจาเชือดเฉือนที่มักใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก
นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มเนียน แต่พอปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวอุ่น รินรดากลับขยับตัวหนีเล็กน้อยพร้อมกับพึมพำงึมงำในลำคอ
“อื้อ... อย่ากวน... ธันวา บอกแล้วไงว่าเอกสารยังไม่เสร็จ...”
ชื่อของเพื่อนสนิทที่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มทำให้ใบหน้าคมคายของคีรินบึ้งตึงขึ้นมาในทันที ความอบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปราวกับควันไฟ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความหึงหวงที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ธันวาอีกแล้ว... ไอ้เพื่อนตัวดีคนนั้นมีอิทธิพลอะไรนักหนา แม้กระทั่งในความฝัน เธอก็ยังเรียกหาแต่มัน!
“ฝันถึงมันรึไง รินรดา” คีรินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ มือหนาเปลี่ยนจากการเกลี่ยปอยผมเป็นการหยิกแก้มใสเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว “กล้ามากนะที่มานอนละเมอถึงผู้ชายอื่นในห้องฉัน”
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเจ็บแปล๊บที่แก้ม เปลือกตาบางขยับไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาคือใบหน้าหล่อเหลาคมคายของประธานหนุ่มที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรดอยู่บนปลายจมูก ทำให้สติที่หลุดลอยไปเริ่มกลับเข้าร่าง
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ สมองที่ยังประมวลผลไม่เต็มที่ทำให้เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“คุณ... เข้ามาใกล้ฉันทำไมเนี่ย” เสียงแหบพร่าจากการนอนหลับเอ่ยถามอย่างระแวง พร้อมกับมือเล็กที่ยกขึ้นดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง
“นี่ห้องฉัน ลืมไปแล้วหรือไง” คีรินตอบเสียง
ราบเรียบ แต่แววตากลับพราวระยับ เขายังคงค้างอยู่ในท่าเดิม ไม่ยอมถอยออกไปแม้แต่น้อย “อีกอย่าง... คนที่ควรต้องถามคือเธอมากกว่า รินรดา กล้าดียังไงมานอนหลับคาห้องประธาน แถมยังละเมอเรียกชื่อผู้ชายอื่นอีกต่างหาก”
รินรดาชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคหลัง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความตกใจที่เผลอพูดชื่อธันวาออกไปตอนหลับต่างหาก เธอกลอกตาเลี่ยงหนีสายคาดคั้น ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งตรง
“ฉันจะละเมอถึงใครมันก็เรื่องของฉันค่ะ ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของลูกน้องนะคะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้อยากนอนหลับนี่คะ ก็เพราะใครล่ะที่ใช้งานฉันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน”
“อ๋อ โทษฉันว่างั้น?” คีรินเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา “ในฐานะเจ้านาย ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบผลงานของลูกน้องทุกฝีก้าว และในฐานะ... เอิ่ม คนที่เกือบจะทำตามคำขู่เมื่อครู่ ฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์มากกว่าที่เธอคิดนะ”
คำพูดกำกวมพร้อมกับสายตาแพรวพราวที่กวาดมองลงมาที่ริมฝีปากของเธอ ทำให้รินรดาร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชิดกับพนักโซฟา แต่มันก็ไม่มีที่ให้ถอยไปมากกว่านี้แล้วเมื่อร่างสูงใหญ่ของคีรินขยับตามเข้ามาปิดกั้นทางหนีทีไล่ไว้ทั้งหมด
“คุณคีริน ถอยไปเลยนะคะ ถอยไปห่างๆ เลย” เธอใช้มือทั้งสองข้างดันไหล่กว้างไว้เต็มแรง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน
“ถ้าไม่ถอยล่ะ จะทำไม?” คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนจมูกโด่งเกือบจะชนกัน รสชาติความหอมหวานจากตัวเธอยามที่อยู่ใกล้ชิดเช่นนี้มันชวนให้เขาเสพติดจนไม่อยากถอยห่าง “ไหนบอกฉันซิ ยัยตัวแสบ ปากดีแบบนี้ตลอดเวลา จะมีสักกี่นาทีกันที่เธอจะยอมจำนนต่อฉันบ้าง”
“ฉันไม่มีวันยอมจำนนให้คนเผด็จการอย่างคุณหรอกค่ะ!” รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมกรามที่ขบเข้าหากันแน่น “ปล่อยนะ ถ้ามีใครเปิดประตูเข้ามาเห็นเข้า คุณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ให้เห็นไปสิ ใครจะกล้าเข้าห้องประธานโดยไม่ได้รับอนุญาต” คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นจนน่ากลัว “อีกอย่าง... ฉันอยากให้คนอื่นรู้เหมือนกันนะ ว่าเธอกับฉัน... อยู่ในสถานะอะไร”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมดสิ้น เคมีร้อนแรงระหว่างพระเอกสายซึนปากร้ายกับนางเอกตัวแสบปากเก่งพุ่งทะยานถึงขีดสุด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง คีรินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม เขาอยากจะปิดปากดื้อด้านนั่นเสียให้เข็ด...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระอุในทันที พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นตามมาติดๆ ก่อนที่ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันจะก้าวเข้ามาในห้อง
“คุณคีรินครับ ผมเอาเอกสารชุดที่...”
ธันวาหยุดชะงักกึกทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังคร่อมร่างของเพื่อนสนิทเขาอยู่บนโซฟา โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผลักอกคีรินสุดแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ส่วนคีรินเองก็ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมาในทันที ดวงตาคมกริบตวัดมองเพื่อนสนิทของเธอด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะสำคัญในวินาทีเป็นวินาทีตายแบบนี้!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนใจเต้นรำนี้ด้วยกันนะคะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 11
กลิ่นอายความใกล้ชิด
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!