ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 10

ยัยเด็กดื้อที่เถียงคำไม่ตกฟาก

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยคละคลุ้งอัดแน่นอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของเบาะหลังรถยนต์คันหรู จนรินรดาต้องเผลอขยับตัวหนีโดยอัตโนมัติ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะหันไปต่อว่าผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามานั่งเบาะหลังระหว่างเธอกับประธานหนุ่มหน้ายักษ์ เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของ ‘ธันวา’ ก็เอ่ยทักขึ้นเสียก่อนราวกับเป็นเจ้าของรถ “รถติดเป็นบ้าเลย... ว่าแต่ฉันมาขัดจังหวะอะไรพวกเธอสองคนหรือเปล่าเนี่ย หน้าตาดูเคร่งเครียดกันจัง” รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอา เธอปรายตามองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วเบนสายตาไปทางด้านซ้ายเพื่อสำรวจปฏิกิริยาของ ‘คีริน’ ทันที และเธอก็คิดไม่ผิดเลย... สันกรามคมกริบของท่านประธานหนุ่มกำลังขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมที่ปกติก็ดุดราวกับพญาอินทรีอยู่แล้ว ตอนนี้กลับวาวโรจน์รา2มีไฟบรรดัยกัล프แผดเผา รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิภายในรถลดฮวบลงทันตาเห็น “ลงไป” คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน เป็นความนิ่งที่น่ากลัวและกดดันเสียจนคนฟังต้องขนลุกเกรียว แต่วิสัยของธันวาที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดที่ไหน (โดยเฉพาะอำนาจของคนที่แอบมองเพื่อนสนิทเขาอยู่) กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างไม่ยี่ห้อ “โอ๊ะ ใจเย็นน่าท่านประธาน ผมแค่ติดฝนแล้วโบกรถผิดคัน... เอ้ย โบกรถผิดคันที่ไหนล่ะ ก็เห็นว่าเป็นรถเพื่อนผม แค่จะติดรถไปลงปากซอยเอง ทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากกินเลือดกินเนื้อผมขนาดนั้นด้วยล่ะครับ?” ธันวาแกล้งลากเสียงกวนประสาท พร้อมกับส่งยิ้มยียวนมาให้รินรดาเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ “ริน ช่วยพูดกับเจ้านายเธอหน่อยสิ ดุชะมัด ประธานบริษัทนี้เขาอบรมพนักงานด้วยการใช้สายตาฆ่าคนหรือไง” “นายต่างหากที่เสียมารยาท ธันวา!” รินรดาหันไปเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อนสนิท “รถคันนี้ไม่ใช่แท็กซี่นะยะ อยากลงตรงไหนก็ลงไปเลยไป!” “อ้าว ใจร้ายจัง ฉันอุส่าห์หวังดีกลัวเธอโดนเสือแถวนี้ขย้ำหัวเอา” ธันวาว่าพลางพยักเพยิดไปทางคีรินที่นั่งนิ่งเป็นหินทับซ้อนอยู่ข้างๆ บรรยากาศในรถตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ คีรินไม่ได้เอ่ยปากไล่ซ้ำสอง แต่นิ้วเรียวยาวที่เคาะลงบนพนักแขนเป็นจังหวะรัวๆ นั้นฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเล็กน้อย แรงขยับนั้นทำให้พื้นที่แคบๆ ดูอึดอัดขึ้นไปอีกหลายเท่า ก่อนที่เขาจะหันขวับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้ “นี่เหรอ... เพื่อนสนิทที่เธอคอยปกป้องนักหนา?” น้ำเสียงของคีรินเยียบเย็นจนน่ากลัว มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการประชดประชันที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวคงไม่อยากยอมรับ รินรดาชะงักไปนิด เธอสบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความพายุอารมณ์ ความดื้อรั้นในตัวถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันทีในเมื่อเขาเริ่มหาเรื่องเธอก่อน “ค่ะ เพื่อนสนิทฉันเอง ดีกว่าคนบางคนที่ไม่มีมารยาท ชอบบังคับแล้วก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ใส่คนอื่นก็แล้วกัน!” เธอเถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละสายตา เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร “รินรดา!” คีรินกัดฟันกรอด ชื่อของเธอถูกเปล่งออกมาเหมือนคนอยากจะบีบคอให้ตายคามือ รังสีความหึงหวงและกรุ่นโกรธตีรวนอยู่ในอกจนเขาแทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหว ยิ่งเห็นท่าทางปกป้องผู้ชายอีกคนของเธอ เขากยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก ธันวาที่นั่งอยู่เบาะหลังกระแอมเบาๆ ออกมาอย่างรู้หน้าที่ เขาเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้มันชักจะล้ำเส้นความเป็นเจ้านาย-ลูกน้องไปไกลลิบลิ่วแล้ว และเขาก็ไม่อยากเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ให้คนเขารบราฆ่าฟันกันทางสายตามากกว่านี้ “เอ่อ... ดูท่าทางฉันจะเป็นส่วนเกินสินะ งั้นริน... พอดีนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่ร้านกาแฟเมื่อกี้ เดี๋ยวฉันลงป้ายหน้านะ ขอบใจสำหรับอาหารถึงที่นะท่านประธาน!” ธันวาชิงจังหวะเอ่ยตัดบทอย่างรู้รักษาตัวรอด พร้อมกับเอื้อมมือไปผลักประตูรถแล้วก้าวลงไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลงจากรังสีอำมหิตของประธานหนุ่ม ปัง! เสียงปิดประตูดังขึ้น ดึงสติให้รินรดากลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทว่าความเงียบที่ตามมาหลังจากการหายตัวไปของธันวานั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตอนที่มีบุคคลที่สามอยู่เสียอีก รถคันหรูเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างนิ่มนวลตามคำสั่งของคนขับรถที่นั่งอยู่ด้านหน้า (ซึ่งพยายามทำตัวให้ลีบเล็กและไร้ตัวตนที่สุด) ภายในห้องโดยสารด้านหลังเหลือเพียงแค่เธอกับเขา... คีรินและรินรดา หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขยับตัวของร่างสูงที่นั่งอยู่ชิดติดเธอมากกว่าเดิม คีรินไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาสักแอะ เขานั่งนิ่ง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกอย่างลวกๆ เพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะหันมามองเธอเต็มสองตา สายตาคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดหรือหงุดหงิดเหมือนเมื่อครู่แล้ว แต่มันคือสายตาที่ลุ่มลึก ทรงพลัง และแฝงไปด้วยประกายความร้อนรุ่มบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “เถียงเก่งนักนะ” คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม ทว่าแฝงความแหบพร่าและอันตรายบางอย่าง ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม “ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษยังไงดีล่ะ ยัยตัวแสบ” รินรดาผถะถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชิดติดกับมุมเบาะ แต่พื้นที่จำกัดทำให้เธอไม่มีทางหนีไปไหนได้พ้น ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตที่จงใจใช้อารมณ์คุกคาม “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องโดนทำโทษ ปล่อยนะ... อื้อ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ คีรินก็เอื้อมมือหนามาคว้าท้ายทอยของเธอไว้ด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวแกร่งรั้งล็อกกรอบหน้าเธอไว้มั่นไม่ให้ขยับหนี ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มลงมาประชิดจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ดวงตาสีนิลที่เคยดุดัน บัดนี้กลับพราวระยับไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความซึนมานานแสนนาน เขาสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของเธอ รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลนไปหมด หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันมันรุนแรงเสียจนเธอแทบจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา และก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งสติหรือเอ่ยปากเถียงคำไม่ตกฟากออกไปอย่างเคย... มือหนาที่เคยล็อกท้ายทอยก็เปลี่ยนเป็นเลื่อนมาสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนใส ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความทะนุถนอมอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาคมกราบมองลึกเข้ามาในดวงตาทรงเสน่ห์ของเธอด้วยความหมายที่ซ่อนเร้นบางอย่าง ซึ่งมันทำเอาลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึกทันที “ถ้าเถียงอีกคำเดียว...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง “ฉันจะไม่แค่จูบเธอนะ... รินรดา” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความปากแข็งของท่านประธานด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%