เสียงกระดาษปึกใหญ่กระทบลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *'ตุ้บ'* จนรินรดาสสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อเงาทยอยทอดทับลงมาบังรัศมีไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ รังสีความกดดันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงของคีรินในนาทีนี้ รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงไปถนัดตา
“ผมไม่ได้จ้างคุณมานั่งส่งสายตาหวานเชื่อมกับเพื่อนสนิทในเวลางาน... คุณรินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและประชดประชัน คีรินยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมลดตัวให้ใคร ธันวาที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยความหงุดหงิด แต่รินรดากลับยกมือขึ้นขวางไว้เสียก่อน
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา รอยยิ้มหวานหยดที่มักใช้กวนประสาทเขาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
“อ้าว ท่านประธานคะ ตาฝาดไปหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันกับธันวาแค่คุยเรื่องงานโปรเจกต์ใหม่กันอยู่... หรือว่า... แอบอغ็นแอบอิจฉาที่พวกเราคุยกันสนุกเกินหน้าเกินตาคะ?”
คำพูดสวนกลับแบบไม่เกรงกลัวฟ้าดินทำเอาคีรินถึงกับขบกรามแน่น สันจاوโด่งคมสันกระตุกเกร็งด้วยความขัดเคือง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนมันเขี้ยว ผู้หญิงอะไร... ปากเก่งเป็นเลิศ ยิ่งทำหน้าตาทะ้นทะล้นแบบนั้น ยิ่งน่าจับมาตีให้ก้นลายเสียจริง!
“มั่นหน้าเกินไปแล้วมั้งครับ คุณรินรดา” ธันวาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มกวนๆ แบบที่รู้ดีว่าจะช่วยราดน้ำมันเข้ากองไฟให้คีรินเดือดดาลเล่น “ถ้าท่านประธานไม่มีงานอะไรสําคัญแล้ว งั้นผมขอตัวพารินไปทานกาแฟข้างล่างก่อนนะครับ พอดีเรามีเรื่องต้อง ‘คุยกันยาว’ ต่อ”
คำว่า ‘คุยกันยาว’ และการเน้นเสียงหนักหน่วงของธันวาทำให้เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในสมองของคีรินขาดผึ่ง!
“เชิญ!” คีรินตวาดลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่ธันวา “แต่คุณรินรดาต้องอยู่เคลียร์กองเอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้ให้เสร็จก่อนก้าวขาออกจากห้องทำงานผม ไม่อย่างนั้น... พรุ่งนี้คุณอาจจะไม่ต้องมาทำงานอีกเลย!”
ธันวาไหล่งอเล็กน้อยทำท่าทางยียวนใส่ ก่อนจะหันมาส่งสายตาอ่อนโยนให้รินรดา “งั้นผมไปรอข้างล่างนะริน สู้เขาล่ะ ยัยตัวแสบ”
เมื่อธันวาเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูลงเบาๆ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวก็ตกอยู่ในความเงียบงันชวนอึดอัด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยังคงยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยสีหน้าถมึงทึง
“ท่านประธานใจร้ายเกินไปแล้วนะคะ! เอกสารกองนี้มันของพรุ่งนี้ต่างหาก ทำไมฉันต้อง...”
“เพราะผมเป็นเจ้านายคุณ!” คีรินสวนกลับทันควัน เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนรินรดาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนีแทบไม่ทัน “และถ้าไม่อยากโดนหักเงินเดือนจนไม่เหลือเงินไปกินกาแฟกับไอ้เพื่อนรักของคุณ... ทำงานซะ!”
พูดจบ คีรินก็หมุนตัวจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่าจังหวะนั้นเอง... มือไม้ที่ลนลานด้วยความโมโหของรินรดากลับปัดไปโดนแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่เพิ่งวางไว้บนขอบโต๊ะ!
*เคร้ง! ผล็อย!*
เสียงแก้วแก้วแก้วกระแทกพื้นพร้อมกับน้ำสีดำสนิทที่สาดกระเซ็นกระจายราวกับคลื่นสึนามิขนาดย่อม... และเป้าหมายของมันก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล... มันพุ่งตรงเข้าเปียกชุ่มกางเกงสแลคเนื้อดีและเอกสารสำคัญบนโต๊ะทำงานที่คีรินเพิ่งเซ็นอนุมัติไปสดๆ ร้อนๆ!
เวลาในห้องเหมือนจะหยุดเดินไปชั่วขณะ
รินรดานิ่งค้าง ตาเบิกโพ้างอ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งฟอง สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับวินาทีวิกฤตตรงหน้า ขณะที่คีริน... ค่อยๆ ก้มลงมองกางเกงสีเทาอ่อนของตนเองที่ตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิทจากกาแฟเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ดวงตาคมกริบคู่นั้น... มืดสนิทไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ รังสีอำมหิตระดับสิบแผ่ซะจนรินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“คุณ... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างสะกดกลั้นอารมณ์สุดขีด
รินรดาหน้าซีดเผือด รีบคว้าทิชชูบนโต๊ะมาเป็นพัลวันแล้วโผเข้าไปหมายจะช่วยเช็ดให้ “คะ... คือฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะท่านประธาน! มือมันปัดไปโดนเองจริงๆ ฉันขอโทษ...”
“หยุด!” คีรินคำรามลั่น พร้อมกับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บึ้งตึงจนน่ากลัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มเนียนของหญิงสาวที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ
ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ... ไม่ใช่แค่ของเธอ แต่เป็นของเขาด้วย
“ทำเสื้อผ้าผมเปียกไม่พอ...” คีรินกระซิบชิดริมหิมฝีปากเธอ เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธและอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนในอก “คุณยังทำให้ผมหมดความอดทนกับความซุ่มซ่ามของคุณเต็มทีแล้วนะ”
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาดุที่ฉายแววคลั่งรักปนความเอาแต่ใจอย่างเด่นชัด ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับลูกบิดประตูที่ค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ...
“คุณคีรินคะ พอดีดิฉันเอาเอกสารชุดใหม่มา... อุ๊ย!”
เสียงอุทานตกใจของเลขานุการสาวที่ก้าวเข้ามากลางคันทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน แต่ทว่า... จังหวะที่คีรินหันขวับไปมองผู้มาใหม่นั้น มือหนากลับไม่ยอมปล่อยข้อมือเรียวของรินรดาให้เป็นอิสระ แถมยังกระชากร่างบางให้เข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของตนเองมากกว่าเดิม จนคนเป็นเลขาฯ หน้าแดงก่ำรีบยกแฟ้มขึ้นปิดหน้าแล้วหมุนตัวกลับหลังหันเตรียมพุ่งหลบออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อน!” คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ดึงสติทุกคนกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นระรัวราวกับกลองเพล “ออกจากห้องไป... แล้วล็อกประตูให้ด้วย!”
ขอบคุณที่ติดตามความฟินและร่วมลุ้นไปกับความแสบของยัยตัวแสบกับท่านประธานสายซึนคนนี้ด้วยกันนะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 5
กาแฟแก้วนั้นที่ทำให้เรื่องวุ่น
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!