ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 7

กลับบ้านไปพร้อมกัน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงปิดล็อกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานประธานบริษัทที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วที่รินรดายังคงนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสะงุดสะงิดกับตัวเลขงบประมาณโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งโดนท่านประธานจอมเนี๊ยบตีกลับมาเป็นรอบที่สาม *“ยกนี้... ฉันรอดตัวไปนะคะท่านประธาน... แต่รอบหน้า อย่าหวังว่าจะรอด!”* ประโยคท้าทายที่เธอเพิ่งพثึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อตอนหัวค่ำยังคงวนเวียนอยู่ในอากาศ ทว่าคนที่เราคิดว่ารอด... ดูเหมือนจะไม่ได้ปล่อยให้เธอรอดอย่างราบรื่นอย่างที่คิด แอด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นเบาๆ แต่พอดึงดูดให้ร่างบางที่กำลังกุมขมับต้องเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มที่ถอดเนกไทออก ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ คีรินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตานิ่งสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ยังไม่กลับอีกเหรอครับ... อ๊ะ ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง..." คีรินชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงกึ่งคุ้นเคย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงไร้ความรู้สึกตามฟอร์ม "บริษัทไม่ได้จ่ายค่าโอทีให้คุณมานอนเฝ้าตึกนะ รินรดา" "ถ้าท่านประธานเซ็นอนุมัติงบฉบับนี้ให้ตั้งแต่ห้าโมงเย็น ฉันคงไม่ต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดจนถึงเที่ยงคืนแบบนี้หรอกค่ะ" รินรดาตอกกลับทันควันโดยไม่คิดจะก้มหัวให้ ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเก็บเอกสารเข้าแฟ้มด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "งานแก้รอบที่สามเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ วางไว้ตรงนี้ หรือจะให้ฉันสแกนส่งเข้าอีเมลดีคะ?" คีรินไม่ตอบ เขาเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก ร่างสูงก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาจ้องใบหน้าเนียนใสที่เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัด "ไม่ต้องส่ง... เก็บใส่กระเป๋าซะ" น้ำเสียงของเขาห้วนสั้นแต่ทรงอำนาจ "แล้วตามฉันมา" "คะ?" รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง "จะให้ฉันไปไหนอีก นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะคะท่านประธาน ฉันมีบ้านต้องกลับ และที่สำคัญ... ฉันขับรถมาเองค่ะ" "รถคุณยางแบนอยู่ที่ชั้นใต้ดิน... และถ้าไม่อยากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งข้อหาเมาแล้วขับหรือหลับในจนรถคว่ำตายซากข้างทาง ก็กรุณาหุบปากแล้วเดินตามผมมา" คีรินสวนกลับเสียงเรียบ ปลายคเชนกระดกขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี ก่อนจะหันหลังเดินนำลิ่วไปยังลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เถียง รินรดาอ้าปากค้างด้วยความโมโห มือบางกำแฟ้มเอกสารในมือแน่น อยากจะเขวี้ยงใส่แผ่นหลังกว้างๆ นั่นนัก แต่พอคิดถึงสภาพกระเป๋าเงินและสังขารของตัวเองในตอนนี้... เธอจึงทำได้แค่ฮึดฮัดตามหลังไปอย่างจำใจ ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างไร้1เสียง บรรยากาศกลับอึดอัดจนน่าประหลาด คีรินยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า ส่วนรินรดายืนกอดอกพิงผนังลิฟต์อีกด้าน สายตาคมกวาดมองเงาสะท้อนของกันและกันผ่านกระจกเงา "ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะท่านประธาน ไม่จำเป็นต้องมาทำเป็นใส่ใจหรอก" รินรดาเอמהทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อย คีรินปรายตามองเธอผ่านกระจก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างเย้ยหยัน "ใส่ใจ? คุณคิดเข้าข้างตัวเองเก่งเกินไปแล้วรินรดา ผมแค่ไม่อยากให้พรุ่งนี้ไม่มีคนมาแก้เอกสารให้ผมต่างหาก... เสียเวลาทำงาน" "ปากแข็ง..." รินรดากระซิบเบาๆ แต่ดังพอให้คนหูดีได้ยิน "ผมได้ยินนะ" "ก็ได้ยินไปสิคะ ฉันไม่ได้กระซิบให้ฟังนี่นา" เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ติ๊ง! เสียงลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นลานจอดรถชั้นใต้ดินที่เงียบสงัด คีรินเดินนำไปยังรถยนต์ยุโรปสีดำสนิทของเขา ร่างสูงกดรีโมตปลดล็อกก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนขับ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงจอมพยศข้างหลังกำลังเดินงุ่มง่ามตามมา เขาก็หันขวับกลับมามอง "ขึ้นรถ" เขาออกคำสั่งสั้นๆ รินรดาลังเลอยู่ชั่วขณะ ยืนกอดอกมองรถคันหรูสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เริ่มขมวดคิ้วมุ่น "ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันขับรถมา..." "แล้วรถคุณสตาร์ทติดไหมล่ะ?" คีรินสวนกลับทันควัน รวบแขนกอดอกบ้าง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "หรือจะให้ผมอุ้มคุณโยนขึ้นรถเอง ถึงจะยอมขยับก้นขึ้นมานั่งดีๆ หื้ม?" คำขู่หน้าตาเฉยนั้นทำเอารินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธปนความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ "คุณนี่มัน... มหาอำนาจเผด็จการชัดๆ!" เธอกระแทកเท้าเดินปึงปังเข้าไปเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารแล้วทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกระทั้นอย่างแรงจนเบาะหนังแทบยุบ คีรินเห็นดังนั้นก็มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ เครื่องยนต์ยุโรปคำรามเบาๆ ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกจากบริษัท ท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน ถนนโล่งๆ ทำให้การเดินทางใช้เวลาไม่นานนัก แต่บรรยากาศในรถกลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่เจือความหวานจางๆ ชวนอึดอัด รินรดาหันไปมองนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายตาจับจ้องแสงไฟนีออนของเมืองหลวงที่วิ่งผ่านไปเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินเปลือกตาจนเธอเผลอหาวออกมาหวอดใหญ่ คีรินที่ขับรถอยู่เหลือบมองเป็นระยะ สังเกตเห็นหัวเล็กๆ ที่เริ่มโคลงเคลงเหมือนคนกำลังจะหลับแหลมิหลับแหล "ง่วงก็หลับไปสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ไม่ได้ง่วงสักหน่อย..." เธอเถียงเสียงอู้อี้ ทั้งที่ตาแทบจะปิดอยู่รอมร่อ "ปากแข็งอีกแล้วนะรินรดา" คีรินส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับแอร์ในรถให้ลดความเย็นลงเล็กน้อย และที่สำคัญ... มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปเปิดเพลงแจ๊สเบาๆ เพื่อขับกล่อมบรรยากาศ รถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่เป็นที่พักของรินรดา ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อรถหยุดนิ่งสนิท เธอกะพริบตาไล่ความงุนงงก่อนจะหันมามองคนข้างกาย "ถึงแล้ว..." คีรินเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตากลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองใบหน้าเนียนที่สะลึมสะลือ "ลงไปได้แล้วครับ ดึกมากแล้ว" "ขอบคุณค่ะ... ท่านประธาน" รินรดาเอ่ยเสียงเบาเป็นครั้งแรกในรอบวัน มือบางเอื้อมไปเปิดประตูรถ แต่จังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขาลง คีรินก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน "รินรดา..." เธอนิ่งงัน หันกลับไปมองเขาด้วยความสงสัย คีรินไม่ได้พูดอะไรต่อ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ร่างสูงโน้มตัวข้ามเบาะมาใกล้จนรินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อปลายนิ้วเรียวของประธานหนุ่มยื่นมาแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาปรอกแก้มของเธออย่างแผ่วเบา "พรุ่งนี้..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "อย่าลืมกาแฟดำแก้วโปรดของผมบนโต๊ะทำงานด้วยล่ะ... ถือว่านี่คือดอกเบี้ยค่าส่งคุณกลับบ้าน" ปึง! ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่าหรือโวยวายอะไร คีรินก็ถอนตัวกลับไปฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต! รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเบาะรถด้วยความมึนงง สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ มือบางยกขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวดั่งโดนไฟลวก ยัยตัวแสบอย่างเธอไม่เคยเสียท่าให้ใครแบบนี้มาก่อนเลยให้ตายสิ! แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวลงจากรถ เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของใครอีกคนก้าวเข้ามาขวางทางรถของคีรินไว้พอดี! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยภายใต้แสงไฟสลัวของลานจอดรถคอนโดฯ "ธันวา!" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมเต็มรอยยิ้มและร่วมเดินทางไปกับความแสบสันปนคลั่งรักนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%