เสียงปิดประตูรถหรูรุ่นคลาสสิกดังทึบเบาๆ ทว่ากลับสร้างแรงกระแทกในอกของรินรดาได้อย่างชะงักงัน พื้นที่ภายในห้องโดยสารแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบก้าวตามเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งประจำที่นั่งคนขับ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงระยับเจือจางความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ ผสมผสานจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้หญิงสาวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
"มองอะไรคะ คุณเลขา... หรือคิดว่าผมนั่งตรงนี้แล้วมันเท่จนละสายตาไม่ได้?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นทันทีที่บานกระจกเลื่อนปิดสนิท คีรินปรายตามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาระยิบระยับที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท ทว่ารินรดากลับไวกว่า เธอตวัดสายตากลับไปทันควัน มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างคนไม่เคยยอมแพ้
"หลงตัวเองเป็นกิจวัตร หรือเพิ่งค้นพบตัวเองวันนี้คะท่านประธาน? ฉันแค่กำลังประเมินว่ารถคันแพงระยับคันนี้ จะมีพื้นที่เหลือพอให้ฉันหายใจไหม... ในเมื่อเจ้าของรถดูจะคับแน่นไปด้วยอีโก้ซะจนล้นห้องโดยสารอยู่แล้ว"
"ปากเก่ง..." คีรินพึมพำลอดไรฟัน เขาสecureเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเองด้วยมือเดียวในขณะที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างท้าทาย "ระวังเถอะค่ะ ปากแบบนี้... สักวันมันจะไม่ได้แค่พูดจาหาเรื่อง"
"จะทำไมคะ? จะไล่ออก หรือจะหักเงินเดือน?" รินรดาลอยหน้าลอยตาท้าทาย มือเรียวพยายามเอื้อมไปดึงสายเบลท์ของตัวเองบ้าง ทว่าจังหวะนั้นเองรถยนต์คันหรูกลับกระตุกเบาๆ จากการปรับเบาะอัตโนมัติ ทำให้พื้นที่ระหว่างเธอกับเขาลดระยะลงอย่างกะทันหัน
กึก...
หัวไหล่ของเธอชนเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนของผู้ชายวัยสามสิบที่ผ่านโลกมาโชกโชนลอยปะทะจมูก ชั่ววินาทีนั้นลมหายใจของทั้งคู่ราวกับสะดุดกักขังไว้ในวงแขนที่แคบลง คีรินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบก้มมองหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่คืบ ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนเห็นแพขนตางอนงามที่กะพริบไหว และริมฝีปากสีพีชธรรมชาติที่เม้มเข้าหากันน้อยๆ อย่างลืมตัว
บรรยากาศในรถเปลี่ยนไปในพริบตา ความกวนประสาทเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงกระแสไฟฟ้าอุ่นร้อนที่วิ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง รินรดาชะាំងค้าง เธอลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่จ้องมองมาลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง
"ปล่อยสิคะ..." เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว ความมั่นใจเมื่อครู่นี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อมือหนาของเขาไม่ได้ถอยห่าง กลับยกขึ้นมาวางทาบลงบนพนักเบาะด้านหลังของเธอ ราวกับกรงขมขี่กลายๆ ที่โอบล้อมเธอไว้โดยสมบูรณ์
"ยังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ... ทำไมต้องรีบให้ปล่อย?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหูจนเส้นขนอ่อนลุกชัน "เมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ รินรดา? ไหนลองเถียงผมให้ฟังหน่อยสิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่กำลังเสียอาการ"
"ฉันไม่ได้..."
"โกหก..." เขาตัดบท เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นแผ่วเบาอย่างคนเหนือกว่า "หัวใจคุณเต้นดังจนผมได้ยินแล้วนะ... หรือจะเถียงว่าไม่ได้เต้นเพราะผม?"
รินรดาเม้มปากแน่น แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่หัวใจดวงน้อยจะรับไหว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน มือเรียวตัดสินใจยกขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้เพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นแรงไม่แพ้กัน... มันเต้นถี่รัวและหนักหน่วง จนเธอรับรู้ได้ว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้ก็กำลังรวนเรไม่ต่างจากเธอเลย
"คุณคีริน... ถอยไปนะคะ ไม่งั้นฉันจะ..."
"จะทำไม? จะฟ้องธันวาเหรอ?" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเล็กน้อยทันทีที่เอמהชื่อเพื่อนสนิทหนุ่มที่เขาหมั่นไส้เป็นทุนเดิม ความหวงแหนฉายชัดผ่านแววตาคู่คมที่ดุขึ้นทันควัน "อย่าเอาชื่อผู้ชายคนนั้นมาพูดเวลานี้ ริน..."
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ธันวาเขาก็แค่..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคีรินไม่ปล่อยให้เธอได้เอמהชื่อนั้นจบ ประธานหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนสั่นสะท้าน เขากลั่นแกล้งเธอด้วยการหยุดค้างไว้ในระยะประชิดที่หัวใจแทบจะหลุดออกมานอกอก ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่าใจหาย ขัดกับสายตาดุดันที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
"เพราะผมไม่ชอบให้คุณไปคิดถึงใคร... เวลาที่อยู่กับผม" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ทุ้มต่ำและจริงจังจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ความซึนเด่นชัดที่มักจะซ่อนอยู่หลังคำพูดประชดประชัน ตอนนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่ระอุอยู่รอบตัว
รถยนต์คันหรูยังคงจอดนิ่งสนิทท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบภายนอก ทว่าภายในกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงดวงเล็กๆ กำลังลุกโชน ระยะห่างที่เคยมีถูกร่นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง รินรดารู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสและแววตานั้น มือที่ดันอกเขาไว้ค่อยๆ คลายลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วของเขาเลื่อนต่ำลงมาแตะที่คางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกดังขึ้นกะทันหันราวกับสายฟ้าแลบในคืนฝนตก!
ทั้งคีรินและรินรดาสะดุ้งสุดตัว ประธานหนุ่มผละออกด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังต้นตอของเสียงที่รบกวนเวลาความเป็นส่วนตัวอย่างหัวเสีย ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ด้านนอกผ่านฟิล์มกรองแสงสีเข้ม
รินรด้ารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ เธอมองตามสายตาของคีรินออกไปด้านนอก... และในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเธอก็แทบหยุดกั้นเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครคือคนที่ยืนรออยู่ข้างรถ
ธันวา... เพื่อนสนิทของเธอกำลังยืนกอดอกพิงรถอีกคัน ส่งยิ้มกวนประสาทเข้ามาข้างใน พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบความหมายบางอย่างไว้เต็มเปี่ยม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไป1กรุบด้วยกันนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 8
ระยะห่างที่เริ่มหายไป
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!