เสียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสยาวเหยียดดัง *ปัง!* สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบของอาณาจักรคีรินทร์กรุ๊ป จนบรรยากาศที่อึดอัดอยู่แล้วราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น
"คุณรินรดา... นี่คือคำอธิบายที่คุณเตรียมมาเพื่อตบตาคณะกรรมการอย่างนั้นเหรอคะ?"
น้ำเสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงกัลยา" กรรมการอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลและเป็นหนึ่งในเสาหลักของตระกูลฝั่งอาเขย พ่นคำถามออกมาพร้อมกับสายตาที่กวาดมองร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีครีมด้วยความดูแคลน เอกสารรายงานงบประมาณโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โซนริมน้ำที่รินรดาใช้เวลาอดหลับอดนอนทำมาตลอดสามเดือนถูกผลักไสไล่ส่งกลับมาตรงหน้าอย่างไม่ไยดี
รินรดากำมือแน่นภายใต้โต๊ะประชุม เล็บเรียวคมจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ แต่ใบหน้าหวานกลับเชิดขึ้น รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบถูกประดับไว้ที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ถ้าท่านผู้บริหารจะกรุณาเปิดอ่านหน้าสามสิบห้าอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่มองผ่านๆ ด้วยอคติส่วนตัว คุณหญิงก็จะเห็นว่าตัวเลขกำไรที่เราคาดการณ์ไว้ มันสูงกว่าเป้าเดิมถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์นะคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อแรงกดดันรอบทิศทาง
"สามห้าเหรอ!" กรรมการชายวัยกลางคนอีกคนแทรกขึ้นด้วยท่าทีฉุนเฉียว "คุณคิดว่าบริษัทนี้เป็นสนามเด็กเล่นของคุณหรือไง ถึงได้กล้าเอาโครงการเสี่ยงตายแบบนี้มาเสี่ยงทรู! ไหนจะข่าวฉาวหน้าหนึ่งเมื่อวานเรื่องที่คุณกับ... กับท่านประธาน..."
เขาเว้นวรรคด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม ขณะที่สายตารอบโต๊ะนับสิบชีวิตต่างพากันจับจ้องมาที่เธอด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ความลับใต้พรมที่ถูกกระชากออกมาประจานกลางแสงแดดเมื่อวานนี้ กำลังกลายเป็นเครื่องมือชั้นดีในมือของพวกไฮโซหน้าเนื้อใจเสือ ที่พยายามจะใช้เกมการเมืองในครอบครัวมาบดขยี้อนาคตการทำงานของเธอให้แหลกคามือ
รินรดาร1ใจวูบไหวแต่ภายนอกยังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้ลม เธอรู้ดีว่าข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์เกินเจ้านายกับลูกน้องระหว่างเธอกับคีรินกำลังสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของเธอในบอร์ดบริหาร แต่การก้มหัวให้พวกเขาก็เท่ากับการยอมรับความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ
"เรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน ฉันคิดว่าผู้บริหารระดับสูงอย่างพวกท่านน่าจะแยกแยะได้ดีกว่านี้นะคะ เว้นเสียแต่ว่า... สมองส่วนที่ใช้แยกแยะมันถูกความอิจฉาริษยาคุมกำเนิดไปหมดแล้ว"
*ฮือฮา!*
เสียงซุบซิบดังระเบิดขึ้นทันทีที่รินรดาโต้กลับด้วยประโยคเจ็บแสบชนิดที่แทบไม่ต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง ใบของกรรมการหลายคนเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด คุณหญิงกัลยาถึงกับทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนชี้หน้าเธอด้วยมือที่สั่นเทา
"นังเด็กสามหาว! กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับผู้ใหญ่แบบนี้! รปภ.! เชิญเธอลอกจากห้องประชุมเดี๋ยวนี้ ฉันในฐานะตัวแทนบอร์ดบริหารขอเสนอพักงานคุณรินรดาอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการสอบสวนวินัยร้ายแรงเรื่องความประพฤติเสื่อมเสีย!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ตัวเธอจะเล็กกว่าคู่กรณีเกือบเท่าตัว แต่รัศมีแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีกลับทำให้ไม่มีใครกล้าสบตานานนัก เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับด้วยประโยคที่เผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมบานใหญ่อย่างไม่เกรงใจใครดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับออร่าความเย็นยะเยือกที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
คีรินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ดึงดัน ทรงพลัง และอันตรายราวกับราชสีห์หนุ่มที่กำลังเดินตรวจอาณาเขต ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดาแวบหนึ่ง แล้วจึงหันไปประสานสายตากับคุณหญิงกัลยาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด
"พักงานใคร... ด้วยอำนาจอะไรเหรอครับคุณอา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับกดดันให้คนฟังรู้สึกเหมือนมีหินผาทับอยู่บนอก คุณหญิงกัลยาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดหยิ่งตามเดิม
"คีริน! ดีนะที่เธอมาพอดี เด็กในปกครองของเธอคนนี้ทำตัวงามหน้า สร้างความเสียหายให้ภาพลักษณ์บริษัทแถมยังไร้สัมมาคารวะ..."
"ผมไม่ได้หูหนวก และผมก็นั่งฟังอยู่หน้าห้องมานานพอที่จะรู้ว่าใครกันแน่ที่กำลัง 'สร้างความเสียหาย' ให้กับบริษัท" คีรินพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบแต่เฉียบขาด เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดาอย่างถือสิทธิ์ มือหนายื่นออกไปโอบเอวบางไว้หลวมๆ แต่แน่นหนา เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าบอร์ดบริหารทุกคน
รินรดาชะงักเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่แสนคุ้นเคย หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความโกรธ กลับพลิกผันมาเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก... นายคนนี้นี่นะ เวลาทำทรงปากร้ายใส่เธอทีไรไม่เคยรอด แต่พอถึงเวลาปกป้อง กลับเท่จนเผลอใจสั่นทุกที!
"คีริน! นี่เธอกำลังปกป้องผู้หญิงคนนี้ ทั้งๆ ที่ข่าวฉาวกำลังทำลายหุ้นของเราอยู่เนี่ยนะ!" คุณหญิงกัลยาแผדเสียงโวยวายด้วยความไม่พอใจ
"หุ้นจะตกหรือจะพุ่ง มันขึ้นอยู่กับฝีมือการบริหาร ไม่ใช่เรื่องเตียงนอนของใคร และถ้าใครในที่นี้ยังกล้าหาญพอที่จะแตะต้องคนของผม..." คีรินปรายตามองรอบโต๊ะด้วยแววตาดุดั่งคมมีด "ก็เตรียมตัวหาทนายเก่งๆ มาเซ็นใบลาออกได้เลย เพราะผมจะไล่ตะردทีละคนโดยไม่แม้แต่จะจ่ายค่าชดเชย!"
คำขู่ที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยวทำเอาบอร์ดบริหารทุกคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักแอะ เพราะรู้ดีว่าประธานหนุ่มคนนี้ทำจริงและเด็ดขาดแค่ไหน
คีรินไม่สนใจสีหน้าเจื่อนสนิทของเหล่าบอร์ดบริหารอีกต่อไป เขาหันมามองรินรดาที่ยังคงยืนนิ่งอึ้ง ก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วนจนคนฟังต้องขนลุกซู่
"ส่วนเเธอ... ตัวแสบ... กล้าดียังไงแอบมาบู๊คนเดียวแบบนี้ หะ?"
รินรดาเม้มริมฝีปาก ตวัดสายตากลับไปสู้ทันที "ฉันเคลียร์เองได้น่า ไม่ต้องให้คุณมา..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคีรินไม่รอให้เธอเถียงจบ มือหนาเอื้อมมาประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น รั้งใบหน้าหวานเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกันท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคณะกรรมการทั้งห้องที่ยังคงนั่งอ้าปากค้าง
"กลับไปเคลียร์กันที่ห้องทำงานของฉัน... เธอกับฉัน มีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กันยาวแน่ วันนี้"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดสัมผัสได้จากริมฝีปากหยักที่อยู่ห่างเพียงคืบ ทำให้หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงกลอง... ปลายจมูกชนกันในระยะประชิดที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ดอกเดซี่ริมทาง" คนนี้นะคะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 29
กดดันจากรอบข้าง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!