"ถอยไปค่ะคุณคีริน คุณกำลังทำให้ฉันดูแย่ในสายตาคนอื่นนะ"
รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือบางพยายามดันแผงอกกว้างที่กั้นขวางเธอไว้กับผนังห้องพักรับรองของงานเลี้ยงการกุศล ความเย็นเยียบของวอลเปเปอร์หรูหราตัดกับไออุ่นร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คีรินในยามนี้ไม่มีมาดสุขุมนุ่มลึกที่เคยใช้ฟาดฟันในห้องประชุมแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์คู่นั้นกำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและ... ความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
"ปล่อยให้คนอื่นมองสิครับ ผมจะได้ประกาศให้โลกรู้เสียทีว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าMของแล้ว" คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหางตา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินรดาต้องขนลุกชัน เธอเกือบจะเผลอใจไปกับความใกล้ชิดนี้ หากไม่ติดว่าเมื่อสี่นาทีที่แล้ว ธันวา เพื่อนสนิทของเธอเพิ่งจะเดินคล้อยหลังออกไปหลังจากยื่นผ้าเช็ดมือให้ พร้อมกับสายตาที่มองมาด้วยความไม่เข้าใจ
ใช่... ต้นเหตุทั้งหมดมันมาจากธันวา
ไอ้เพื่อนตัวดีที่ขยันโผล่มาถูกจังหวะราวกับติด GPS คอยส่งยิ้มอ่อนโยนและเช็ดมุมปากให้เธอท่ามกลางแขกเหรื่อไฮโซ จนท่านประธานสายโหดที่นั่งจิบไวน์อยู่มุมห้องแทบจะบีบแก้วคริสตัลแตกคามือ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้ามาลากเธอเข้ามาเผชิญหน้าในมุมอับสายตานี่แหละค่ะ!
"เจ้าของอะไรกันคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... อื้อ!"
รินรดายังไม่ทันได้เถียงจบ ประโยคต่อมาก็ถูกกลืนหายไปเมื่อคีรินฉวยโอกาสก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มด้วยความหมั่นไส้ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานละมุนละไมอย่างในนิยายรักน้ำเน่า แต่เป็นการลงทัณฑ์แกมบังคับที่เต็มไปด้วยความดุดันและเรียกร้อง รสชาติของไวน์ราคาแพงผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายตรงหน้าทำให้สมองของรินรดาขาวโพลนไปชั่วขณะ มือบางที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บจิกเข้ากับเนื้อผ้าเพื่อระบายความสั่นสะเทือนที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้วนะคะ!
เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มอ่อนระทวย คีรินจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมานั้นช่างดูร้ายกาจเสียจนน่าหมั่นไส้
"ยังจะกล้าปฏิเสธอีกไหมครับ ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าแหบพร่า ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไล้กรอบหน้าเนียนอย่างถือวิสาสะ "หรือต้องให้ผมประกาศออกไมโครโฟนกลางงาน ว่ารินรดาคนนี้เป็น 'ว่าที่ภรรยา' ของประธานคีรินกันแน่ หึ... ถึงตอนนั้นเพื่อนสนิทแสนดีของคุณคงหน้าเสียไปเลยสินะ"
"คุณมัน... คนเผด็จการ!" รินรดาค้อนใส่เขาตาคว่ำ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง "คุณทำเกินไปแล้วนะคีริน ธันวาเขาเป็นแค่เพื่อน! เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว คุณจะมาหึงไม่เข้าเรื่องแบบนี้ไม่ได้"
"เพื่อน?" คีรินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เสียยิ่งกว่าอะไร "เพื่อนบ้าอะไรมองคุณด้วยสายตาเหมือนอยากจะกินเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น ผมเป็นผู้ชายเหมือนกัน... ผมดูออกว่าไอ้ธันวา, มันคิดเกินเพื่อน!"
รินรดาชะงักไปนิด ประโยคแทงใจดำนั้นตรงกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามมองข้ามมาตลอด แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับตามนิสัยปากเก่งที่ไม่เคยยอมใคร
"แล้วยังไงล่ะคะ ต่อให้เขาจะคิดเกินเพื่อน หรือฉันจะไปไหนมาไหนกับใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน คุณเป็นแค่นายจ้าง... เป็นแค่คนที่บังเอิญ... เอえ..."
ประโยคคำโตถูกกลืนกลับลงคอเมื่อคีรินขยับเข้ามาประชิดจนไม่เหลือช่องว่าง แผงอกกำยำบดบังแสงไฟจากภายนอกจนเงาของเขาทาบทับร่างเธอไว้มิดชิด ดวงตาคมคายคู่นั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาจนน่ากลัว รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"แค่นายจ้างอย่างนั้นเหรอ..." คีรินทวนคำ เสียงกระซิบต่ำลึกและเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "จูบเมื่อกี้ คนที่เป็นแค่นายจ้างเขาทำกันเหรอครับ รินรดา... คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ"
น้ำเสียงและแววตาตัดพ้อแบบนั้นทำเอารินรดาหัวใจกระตุกวูบ ความซึนเดระที่มักจะเคลือบอยู่บนตัวประธานหนุ่มหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสียสิ่งสำคัญไป... ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่ยอมลดทิฐิลงมาแสดงความอ่อนแอให้เธอเห็นแค่เพียงคนเดียว
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบาจากห้องจัดเลี้ยงด้านนอกที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามา ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ค่อยๆ เอื้อมมาประคองแก้มใสของเธอไว้อย่างทะนุถนอม ทำให้เกราะป้องกันทั้งหมดของรินรดาพังทลายลง
"ฉัน..." รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ฉันแค่... ไม่ชินที่คุณมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบนี้ต่างหากล่ะคะ"
"ไม่ชินก็ต้องชินครับ" คีรินกดจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้เธอเป็นกรณีพิเศษ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป จำไว้ด้วย... ว่าคีรินคนนี้หวงคุณมากแค่ไหน และผมไม่มีวันยอมยกคุณให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น แม้แต่ไอ้เพื่อนสนิทของคุณก็เถอะ"
รินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ความเขินอายตีตื้นขึ้นมาจนต้องซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ท่าทีค้อนขวับ "หลงตัวเองชะมัด ใครเขาจะยอมให้คุณ..."
กริ๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องพักรับรองดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้น ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มค้างเติ่ง
"อ้าว... ริน อยู่ในนี้เองเหรอ พอดีฉันหากระเป๋าตังค์ไม่เจอ... เอ๊ะ! ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ..."
ธันวายืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูด้านใน ดวงตาสองชั้นมองภาพประธานหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังโอบกอดเพื่อนสนิทของตนไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด มือหนาของคีรินยังคงวางอยู่บนเอวบางของรินรดาด้วยซ้ำ ขณะที่ตัวประธานหนุ่มเองก็หันมามองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังมีความเยาะเย้ยฉายชัดอยู่ในแววตาคมคู่นั้นอีกต่างหาก!
รินรดาหน้าถอดสี รีบดันตัวคีรินออกทันทีแต่ถูกอ้อมแขนแกร่งรั้งไว้แน่นกว่าเดิม
คีรินไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับกระชับกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเธออยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"มาก็ดีแล้วครับ... ผมกำลังจะประกาศตัวพอดีว่าใครคือเจ้าของตัวจริง"
ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 32
คนขี้หึงที่กลายเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!