“นายคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่, คีริน”
น้ำเสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นที่ทำให้บรรยากาศอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ ระยะห่างระหว่างคีรินกับรินรดาที่เพิ่งจะแนบชิดกันจนแทบหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียวกัน ถูกกระชากให้แยกออกจากกันด้วยสายตาคมกริบของเพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งหนุ่มฮอตดีกรีสถาปนิกชื่อดัง
รินรดาเป็นฝ่ายขยับถอยหลังก่อน เธอกลืนก้อนสะอึกเหนียวหนืดลงคอ ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะความเขินอายอย่างเดียว แต่เป็นความกระอักกระอ่วนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนสมองแทบประมวลผลไม่ทัน เมื่อครู่นี้... เกือบไปแล้ว เกือบจะเผลอปล่อยให้ความรู้สึกที่ซ่อนไว้ใต้กรอบเจ้านายกับเลขาฯ มันทะลักออกมาต่อหน้าบุคคลที่สามที่อันตรายที่สุดอย่างธันวา
“ฉันจะทำอะไรกับเลขาฯ ของฉัน มันก็เรื่องของฉัน” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ ร่างสูงใหญ่ไม่ได้ขยับหนีจากจุดเดิม เขายังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของรินรดา ราวกับจงใจประกาศอาณาเขตความเป็นเจ้าของ “อีกอย่าง... นี่มันห้องทำงานส่วนตัวของฉัน นายมีสิทธิ์อะไรมารุกล้ำเข้ามาโดยไม่เคาะประตู”
“สิทธิ์ของเพื่อนสนิท... และคนที่ห่วงความรู้สึกของริน” ธันวาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจ้องตรงไปยังคีรินอย่างไม่มีใครยอมใคร รังสีความคุุกรุ่นแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าท่านประธานผู้สูงส่งกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ แต่รินไม่ใช่ตุ๊กตาบนโต๊ะทำงานของคุณ ที่นึกจะหยิบจับหรือทำอะไรตามใจชอบก็ได้”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มบานปลายไปกันใหญ่ “ธันวา พอเถอะ... ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันกับท่านประธานแค่กำลังคุยเรื่องงานกันอยู่”
“เรื่องงาน?” ธันวาหันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่เชื่อมั่น มุมปากหยักยกยิ้มหยัน “คุยงานกันในระยะประชิดชนิดที่จมูกจะชนกันเนี่ยนะริน? ถ้าฉันไม่เข้ามาขัดจังหวะซะก่อน พวกเธอคงคุยกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะมั้ง”
“ธันวา!” รินรดาเผลอตวาดเสียงEด แววตาฉายแววไม่พอใจที่เพื่อนสนิทก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวมากเกินไป “นายกำลังพูดจาเกินไปแล้วนะ”
คีรินหรี่ตามองท่าทีปกป้องและคำพูดของธันวา ความหึงหวงที่พุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันตราย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยของประธานหนุ่ม มือหนายกขึ้นกอดอก มองผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ห่วงความรู้สึกของเขา... หรือว่าห่วงความรู้สึกของตัวเองกันแน่, คุณธันวา” คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก “คนนอก... เขามีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนในบริษัทขนาดนี้เลยเหรอ? หรือว่าที่ดิ้นรนวิ่งแจ้นมาถึงห้องทำงานฉันวันนี้ เพราะทนเห็นรินรดาอยู่ใกล้ฉันไม่ได้กันแน่”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันCen รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาของเธอกวาดมองผู้ชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ คนหนึ่งคือเจ้านายจอมเผด็จการที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง อีกคนคือเพื่อนสนิทที่รู้ใจเธอทุกอย่างแต่กลับเริ่มล้ำเส้นความสัมพันธ์เข้ามาทุกที
“ฉันจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับที่คุณกำลังทำลายชื่อเสียงของริน” ธันวาหันกลับไปเผชิญหน้ากับคีรินเต็มตัว น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว “รู้ไหมว่าข้างนอกเขาพูดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว? ข่าวลือเรื่องท่านประธานกับเลขาฯ ส่วนตัวกำลังดังกระฉ่อนไปทั่วตึก ทั้งเรื่องที่คุณคอยตามติด ทั้งเรื่องที่เธอต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น... ถ้าคุณยังทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้ คนที่เสียหายที่สุดคือริน ไม่ใช่คุณ!”
คำพูดของธันวาเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ข่าวลือ... ใช่สิ ช่วงนี้เธอเริ่มสังเกตเห็นสายตาแปลกๆ ของพนักงานคนอื่นในบริษัท เวลาที่เธอเดินผ่านมักจะมีเสียงกระซิบกระซาบ สายตาจับผิด และรอยยิ้มรู้เท่าไม่ถึงการณ์ส่งมาให้อยู่เสมอ แต่เธอพยายามทำเป็นมองไม่เห็นและตั้งหน้าตั้งตาทำงานมาโดยตลอด ไม่คิดว่ามันจะลุกลามบานปลายไปไกลขนาดนี้แล้ว
คีรินขมวดคิ้วมุ่น ความนิ่งขรึมเมื่อครู่สั่นคลอนไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันมามองรินรดาที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาทันที แม้เขาจะเป็นคนปากร้ายและชอบแกล้งเธอสารพัด แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้ใครมาหยามเกียรติหรือทำให้เธอต้องเดือดร้อนเพราะข่าวลือไร้สาระพวกนั้น
“ใครพูดอะไร” คีรินเอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่คนอื่นจะเอาเรื่องของเธอไปนินทาเสียๆ หายๆ
“คุณยังกล้าถามอีกเหรอ?” ธันวาแค่นหัวเราะ “ถ้าไม่อยากให้รินต้องกลายเป็นขี้ปากของคนทั้งบริษัท และถ้าคุณยังมีจิตสำนึกความเป็นเจ้านายที่ดีพอ ก็ควรจะเว้นระยะห่างและหยุดการกระทำที่ชวนให้คนอื่นเข้าใจผิดซะ!”
“ธันวา พอกريได้แล้ว ฉันบอกให้พอไง!” รินรดาทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอพุ่งเข้ามาแทรกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคน ดวงตากลมโตฉายแววโกรธเคืองอย่างชัดเจน “เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องมาเดือดร้อนแทนฉัน ฉันจัดการชีวิตตัวเองได้!”
“ริน... เธอกำลังปกป้องมันเหรอ?” ธันวาขมวดคิ้วมองเธอด้วยความไม่เข้าใจและน้อยใจ
“ฉันไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น!” รินรดาเสียงสั่นเล็กน้อย “แต่ที่นายทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มีแต่จะทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง!”
คีรินมองรินรดาที่กำลังยืนปกป้องเขา (แม้เธอจะบอกว่าไม่ใช่ก็ตาม) หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด ความโกรธที่มีต่อธันวาเบาบางลง เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เธอ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบาๆ ก่อนจะดึงเธอให้ถอยมาหลบอยู่ด้านหลังของเขาอย่างเป็นเจ้าของ
“ออกไปซะ, คุณธันวา” คีรินเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองคู่แข่งหัวใจด้วยความเยือกเย็น “เรื่องของฉันกับรินรดา... ไม่มีความจำเป็นต้องมารับฟังความคิดเห็นจากคนนอกอย่างคุณ เชิญครับ”
ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา เขากำหมัดแน่นด้วยความคับ 3แค้นใจ สายตาดุดันมองเลยผ่านไหล่กว้างของคีรินไปสบตากับรินรดาที่หลบอยู่ด้านหลัง
“จำไว้นะริน... ถ้าผู้ชายคนนี้ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาอีกแม้แต่หยดเดียว ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนพาล.เธอไปจากที่นี่เอง”
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็ก้าวฉับๆ เดินออกจากห้องทำงานไปทันที แรงกระแทกของบานประตูที่ปิดลงสะท้อนก้องไปทั่วห้อง บรรยากาศความตึงเครียดทิ้งร่องรอยความอึดอัดเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของคนทั้งสองคนกลับเต้นระรัวราวกับมีกลองเพลรบตีอยู่ข้างใน
คีรินยังคงยืนนิ่ง มือหนาปล่อยข้อมือของรินรดาช้าๆ แต่ร่างสูงไม่ได้ขยับถอยห่าง เขายังคงยืนขวางกั้นโลกภายนอกและปัญหาทั้งหมดไม่ให้เข้ามาแตะต้องเธอ ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้มาดนิ่ง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
“ปล่อยให้ฉันจัดการเองเถอะค่ะ...” รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือความเหนื่อยล้า “เรื่องข่าวลือ... เดี๋ยวฉันเคลียร์เอง”
คีรินแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง “เธอคิดว่าข่าวบ้าๆ แบบนั้นมันจะเคลียร์กันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ? ยิ่งเธอเงียบ คนพวกนั้นก็จะยิ่งได้ใจ”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ? เดินไปประกาศบอกทุกคนเหรอว่าท่านประธานแค่แกล้งฉันเล่น?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ “หรือจะให้ลาออกตามที่เพื่อนฉันมันประชดดีล่ะคะ!”
“ห้ามพูดคำนั้นออกมาเด็ดขาด!” คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนเกือบจะเป็นการตวาด ร่างสูงก้าวประชิดตัวเธอในระยะอันตรายอีกครั้ง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบกับผนังกระจกด้านหลังของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ “เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเรื่องลาออก รินรดา!”
รินรดาตกใจจนเผลอกลั้นหายใจ แผ่นหลังแนบชิดติดกับกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่แผงอกกว้างของเขาร้อนผ่าวจนแทบจะหลอมละลาย ระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนเกินขีดจำกัดทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจางของเขาโอบล้อมเธอไว้อีกครั้ง
“ถ้าคุณยังเอาแต่ใจแบบนี้... ข่าวลือมันจะยิ่งไปกันใหญ่นะคะ” เธอพยายามเอ่ยเตือนสติ แม้เสียงของเธอจะสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นก้มลงมองริมฝีปากของเธออย่างจดจ่อ
“ช่างหัวข่าวลือพวกนั้นสิ” คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ในเมื่อพวกมันอยากรู้นักว่าเรามีความสัมพันธ์อะไรกัน... เราก็มาทำให้มันเป็นเรื่องจริงซะเลยดีไหมล่ะ?”
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อปลายจมูกโด่งคมของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนเธอสั่นสะท้าน
“มะ... หมายความว่า...”
“ก็หมายความว่า...” คีรินหยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบทอดมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับต้องการจะสลักความจริงทั้งหมดลงไปในหัวใจของเลขาฯ ตัวแสบ “ฉันเบื่อที่จะต้องมานั่งหึงเธอเวลาที่ไอ้เพื่อนสนิทเฮงซวยนั่นมันเข้ามาใกล้เต็มทีแล้ว... เพราะฉะนั้น นับจากวินาทีนี้ไป เตรียมตัวรับมือกับสถานะใหม่ที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เลย, รินรดา”
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เคลื่อนเข้ามาประทับปิดกั้นคำพูดทั้งหมด เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆ" สามครั้งติดกัน ก็ขัดจังหวะความเป็นความตายนี้ลงเสียก่อน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสของบุคคลที่สามที่ไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่นี้เวลานี้ที่สุด!
“พี่คีรินคะ... แย่แล้วค่ะ! คุณพ่อมาที่บริษัท แล้วท่านก็กำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้พร้อมกับนักข่าวสายธุรกิจด้วยค่ะ!”
ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 31
ความสัมพันธ์ที่ถูกจับตามอง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!