แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงถูกกระแทกลงบนกระจกโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนกาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาปริ่มขอบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดาในเวลานี้ เท่ากับนัยน์ตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาคาดโทษ
"คุณเอาสมองส่วนไหนคิด ถึงไปรับปากจะไปดินเนอร์กับไอ้ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด คีรินปัดแฟ้มเอกสารในมือออกด้านข้างอย่างไม่ไยดี ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ จนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา
"สมองส่วนที่ยังใช้งานได้ดีปกติดีค่ะ ท่านประธาน" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกอดอกมองตอบชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ที่รู้ดีว่ามันจะยิ่งทำให้เขาประสาทกิน "อีกอย่าง... ธันวาเขาเป็นเพื่อนสนิทฉัน ฉันจะไปกินข้าวกับเพื่อน มันแปลกตรงไหนคะ หรือว่าท่านประธานหึง?"
คำว่า 'หึง' ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แต่มันกลับทำให้กรามคมของคีรินขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน
"หึง?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนตัดพ้อ "คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าคนอย่างผมจะเอาเวลาอันมีค่าไปหึงผู้ชายปากดีคนนั้น แค่คิดว่ามันจ้องจะเคลมคุณทุกครั้งที่มีโอกาส ผมก็แค่ไม่อยากให้ลูกน้องในความดูแลต้องไปตกเป็นเหยื่อความเจ้าเล่ห์ของมันก็เท่านั้น"
"เหรอคะ?" รินรดาลอยหน้าลอยตาทวนคำ เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ บีบเสียงให้หวานเชื่อมแต่แฝงความร้ายกาจ "แต่เท่าที่จำได้ คนที่ตามไปป้วนเปี้ยนแถวคาเฟ่ทุกครั้งที่เราไปไหนมาด้วยกัน... ไม่ใช่ธันวานี่คะ"
คีรินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววับชั่วพริบตาเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่วินาทีต่อมาเขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นตามแบบฉบับนักบริหารผู้ไร้หัวใจ ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยรินรดา ผมแค่ไปตรวจงาน..."
"ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยกรุณาเลิกตรวจงานในพื้นที่ส่วนตัวของฉันสักทีเถอะค่ะ"
รินรดาตัดบทขึ้นมาดื้อๆ น้ำเสียงที่เคยหยอกเย้าเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของคนตัวสูงอย่างไร้การหลบหลีก บรรยากาศรอบตัวที่เคยมีความขี้เล่นหยอกล้อ จู่ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่กดดันจนน่าอึดอัด
รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาลงคอ เธออดทนกับความสัมพันธ์ครึ่งๆ กลางๆ นี้มานานพอแล้ว ระหว่างเธอกับเขา... มันคืออะไรกันแน่? สัมผัสที่ลึกซึ้ง สายตาหวงแหนที่คอยตามติด และคำพูดร้ายกาจที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน ทั้งหมดนี้มันมีความหมายว่าอย่างไรในเมื่อเขายังคงทำตัวเป็นแค่นายจ้างจอมเผด็จการในเวลาทำงาน
"เราเป็นอะไรกันคะ..."
คำถามนั้นหลุดออกจากปากเธอด้วยน้ำเสียงที่เบาหโหวงแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ รินรดารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อเอ่ยมันออกมา เธอยอมเป็นยัยตัวแสบที่ต่อปากต่อคำกับเขาได้ทุกเรื่อง แต่เธอกลับไม่อาจทนอยู่กับความคลุมเครือนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
คีรินนิ่งงัน ร่างสูงที่เคยคุกคามเธอด้วยท่าทีดุดันชะงักค้างไปทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าเปิดฉากถามคำถามนี้ออกมาตรงๆ ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องทำงานกว้างนับวินาทีที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วโมง
"คุณหมายความว่ายังไง..." คีรินเค้นเสียงถาม แววตาไหวระริกชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยมาดนิ่งสนิท
"หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะ" รินรดายิ้มหยันให้กับความปากแข็งของเขา ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เราจูบกัน เรากอดกัน คุณแสดงออกเหมือนหวงฉันราวกับไข่ในหิน แต่พอฉันถาม... คุณก็เอาแต่เบี่ยงประเด็น ตกลงว่าฉันเป็นแค่นางบำเรอแก้เหงา เป็นลูกน้องที่คุณจะทำอะไรก็ได้ หรือฉันเป็นอะไรในชีวิตคุณกันแน่คะ คีริน"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยทำให้คีรินรู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ ร่างสูงขยับตัวจะเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้ แต่รินรดากลับก้าวถอยหลังหลบอย่างเว้นระยะห่าง
"ผม..." คีรินอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง คำแก้ตัวนับร้อยที่เคยเตรียมไว้กลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาของหญิงสาว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้อง ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์แล้วหันไปมองผู้ที่มาใหม่ ส่วนคีรินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง
ธันวาก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้า มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารส่วนอีกข้างโบกทักทายอย่างไม่รู้กาลเทศะ "อ้าว ริน อยู่พอดีเลย พอดีฉันผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมารับเธอไปกินข้าวเที่ยงตามที่นัด... อุ๊ย ขอโทษที ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย หน้าตาพวกเธอสองคนดูเครียดๆ นะ"
คีรินปรายตามองเพื่อนสนิทของรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงจนธันวายังต้องหุบยิ้ม
รินรดากวาดสายตากลับมามองหน้าประธานหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่สวยฉายแววตัดพ้ออย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ทำให้คีรินต้องเบิกตาโพรงด้วยความตกใจ
"งั้นเหรอคะธันวา... งั้นเราไปกันเถอะ ฉันก็หิวพอดีเหมือนกัน"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังเดินผ่านหน้าคีรินไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนแข็งค้างอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังบางที่ก้าวออกไปกับชายหนุ่มที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก โดยที่คำตอบที่เธอต้องการจะฟังยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากเขาเลยแม้แต่คำเดียว!
ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 34
เราคืออะไรกัน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!