“นายจะตามมาถึงห้องพักส่วนตัวของบริษัทคู่ค้าทำไมไม่ทราบ ตาธันวา!”
เสียงใสๆ ของธันวาเอ่ยทักทายขึ้นอย่างร่าเริง โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้บรรยากาศข้างหลังรินรดากำลังคุกรุ่นไปด้วยไอสังหารที่น่ากลัวขนาดไหน!
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอรีบหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นตอของเสียง ก่อนจะพบว่าเพื่อนสนิทตัวดีของเธอกำลังฉีกยิ้มกว้าง ชูถุงกาแฟและแซนด์วิชแฮมชีสให้อย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและหวงของอย่าง ‘คีริน’ กำลังยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่เบื้องหลังเธอ
“ก็ฉันเป็นห่วงเธอนี่ริน ทำงานโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับ ‘ท่านประธานจอมโหด’ แบบนี้ ขืนฉันไม่มาคอยตรวจตรา เดี๋ยวเธอก็โดนเสือดาวกินเข้าไปทั้งตัวพอดี” ธันวาพูดทีเล่นทีจริง พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความคุ้นเคย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกย่างก้าวของเขากำลังเหยียบอยู่บนเส้นตาย
“ใครเป็นเสือดาวไม่ทราบ”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากลำคอของคีริน เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่พร้อมจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ มือหนาข้างหนึ่งเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหึงหวงที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุดทำให้เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธ้ารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มเข้าขั้นวิกฤตแล้ว หากปล่อยให้สองคนนี้ปะทะคารมกันกลางล็อบบี้โรงแรมหรูแห่งนี้ มีหวังแผนงานที่อุตส่าห์ตระเตรียมมาพังไม่เป็นท่าแน่ เพราะนี่คือทริปดูงานนอกสถานที่ที่ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น...
เหตุการณ์ที่ทำให้ห้องพักของโรงแรมในเครือนี้ ‘เต็มทุกห้อง’ ยกเว้นห้องสวีทรูมระดับ V.I.P. เพียงห้องเดียวเท่านั้น!
“อ้าว ท่านประธาน... อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่ามาตรวจงานแล้วจะกลับกรุงเทพฯ ไปซะอีก เห็นหน้าบึ้งๆ นึกว่าอมทุเรียนไว้ซะอีกนะครับ” ธันวาเอ่ยแซวด้วยความกวนประสาทตามประสาเพื่อนสนิทของรินรดาที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
“ปากดีนักนะ...” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดุกดันขึ้นเป็นเท่าตัว “ถ้าว่างมากนัก ก็เชิญกลับไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศซะ เพราะฉันกับรินรดา ‘มีธุระสำคัญ’ ที่ต้องสะสางกันยาว... ทั้งคืน”
คำว่า *“ทั้งคืน”* ถูกเน้นเสียงหนักหน่วงเป็นพิเศษ พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ธันวาย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยระคนไม่พอใจ ขณะที่รินรดาต้องรีบตัดบทก่อนที่สงครามประสาทจะบานปลายไปกันใหญ่
“ธันวา นายกลับไปก่อนเเถอะ เดี๋ยวเรื่องโปรเจกต์ฉันจัดการเอง ไว้เจอกันที่ออฟฟิศนะ” รินรดาเอ่ยไล่เพื่อนสนิททางอ้อม พร้อมกับดันหลังอีกฝ่ายให้ถอยห่างจากรัศมีอันตรายของท่านประธานหนุ่ม
“แต่ว่าริน...”
“ไม่มีแต่ กลับไปเดี๋ยวนี้!” เธอเน้นเสียงเฉียบขาด ธันวาจำต้องยอมถอยออกไปอย่างเสียไม่ได้ แม้จะยังส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมาให้เธอก็ตาม ทว่าทันทีที่ประตูกระจกอัตโนมัติปิดลง รินรดาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกแรงกระชากเบาๆ ที่ข้อแขนเรียว ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกดึงเข้าไปชิดกับแผงอกกว้างของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกรุ่นระอุจากตัวของคีริน ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก
“ปล่อยนะคุณคีริน เล่นบ้าอะไรเนี่ย!” เธอโวยวายเบาๆ พร้อมกับพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจได้
“เล่นเหรอ? คุณคิดว่าผมกำลังเล่นอยู่รึไงรินรดา” คีรินก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำทอประกายความหึงหวงอย่างไม่คิดจะปิดบัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกเกรียวไปทั่วสรรพางค์กาย “สนิทกันจังนะไอ้เพื่อนคนนี้เนี่ย ถึงขนาดตามมาป้อนขนมถึงต่างจังหวัด... อยากให้มันมาเห็นสภาพเราตอนนี้ไหมล่ะ ว่าคุณจะต้องนอนห้องเดียวกับผมเนี่ย!”
“มันเป็นเหตุสุดวิสัยต่างหากเล่า!” รินรดาหันขวับมาเถียงคอเป็นเอ็น ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ “ก็พนักงานต้อนรับบอกว่าห้องเตียงเดี่ยวเต็มหมดแล้ว เหลือแค่ห้องสวีทห้องเดียว แล้วคุณก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ‘ประธานบริษัทอย่างฉันจะมานอนห้องแคบๆ ได้ยังไง’ งั้นคุณก็ออกไปนอนล็อบบี้สิคะ!”
“ปากเก่งนักนะ...” คีรินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความท้าทาย “ในเมื่อคุณเลือกที่จะมาดูงานกับผม คุณก็ต้องยอมรับกฎเหล็ก... ว่าที่นี่ ‘โรงแรมเหลือแค่ห้องเดียว’ และเตียงในห้องนั้น ก็มีแค่เตียงคิงไซส์เตียงเดียวด้วยสิ”
คำพูดของเขาทำให้รินรดาพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปสามวินาที สมองประมวลผลถึงสถานการณ์อันตรายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า ห้องสวีทหรู พื้นที่ปิดตายสองต่อสอง และผู้ชายปากร้ายที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา... นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัดๆ!
“ฉัน... ฉันจะโทรหาโรงแรมอัปเกรดห้องอื่น หรือไม่ฉันก็ไปเปิดโรงแรมอื่นนอนแทน!” เธอยังคงดื้อดึง คว้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมาทันที
ทว่าคีรินเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วรวบโทรศัพท์เครื่องนั้นไปถือไว้เองอย่างง่ายดาย ก่อนจะโยนมันลงบนโซฟาตัวยาวในห้องโถงของห้องพัก V.I.P. อย่างไม่ใยดี
“ดึกดื่นแบบนี้ ไม่มีโรงแรมไหนว่างหรอกรินรดา อีกอย่าง... ถ้าคุณกล้าเดินออกจากห้องนี้ไปตอนนี้ล่ะก็ พรุ่งนี้เช้าผมจะเซ็นอนุมัติยกเลิกโปรเจกต์ที่คุณทุ่มเททำมาทั้งเดือนทันที... ลองดูไหมล่ะ?”
“คุณคีริน! คุณมันเผด็จการ ใจร้ายที่สุด!” รินรดาตวาดแว้ด ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความโกรธขึ่ง เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าใส่เขาอย่างท้าทาย “คิดว่าใช้วิธีนี้แล้วฉันจะกลัวเหรอคะ?”
“เปล่าเลย...” คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงก้มลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยแววตาลุ่มลึก “ผมไม่ได้อยากให้คุณกลัว... แต่ผมอยากให้คุณ ‘สนใจ’ ผมคนเดียวต่างหาก”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงหัวใจของรินรดาดังกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้สมองของเธอนึกคำเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ร่างกายแข็งทื่อเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น...” รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่เอ่ยเตือนสติ
“แบบไหนล่ะ?” คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นจางๆ ของนิโคตินและมินต์ทำให้สติของหญิงสาวกระเจิง “แบบที่กำลังจะบอกว่า... คุณเองก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนกันเหรอ?”
“คนหลงตัวเอง!”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่คีรินกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน หนмซ้ำเขายิ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ความเงียบงันภายในห้องพักหรูถูกคั่นจังหวะลงด้วยเสียงโทรศัพท์บ้านบนโต๊ะทำงานข้างเตียงที่ดังขึ้นแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
*กริ๊งงงง—!*
คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังคงไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อของคนในอ้อมแขน ขณะที่รินรดากำลังจะอ้าปากพูดเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้
ทว่า... ประตูห้องพัก V.I.P. ที่ควรจะล็อกสนิท กลับส่งเสียง *‘คลิก’* เบาๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนผลักเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย!
“พี่คีรินคะ รินรดาอยู่... อ๊ะ!”
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 17
โรงแรมเหลือแค่ห้องเดียว
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!