กลิ่นไคมืดและไอความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่า ทำให้ลมหายใจของฉันกลายเป็นไอสีขาวขุ่นในความมืด ดวงตาสีแดงคู่ทมิฬที่ลอยเด่นอยู่กลางความเวิ้งว้างไม่ได้มองมาที่พวกเราด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันมองมาด้วยความสนุกสนาน—ราวกับแมวที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อตัวน้อยในกรงขัง
"ริน... ถอยหลังไปสามก้าว" เสียงของอาจารย์อิงค์กระซิบแผ่วเบา แต่หนักแน่นและจริงจังจนฉันต้องขยับตามสัญชาตญาณ
ปลายนิ้วเรียวยาวของอาจารย์สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบสำรับไพ่ทาโรต์สำรับสุดท้ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต ไพ่ชุดพิเศษที่ขอบไพ่ถูกเคลือบด้วยละอองอักขระโบราณกำลังเรืองแสงสีทองจางๆ เพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลจากเงาดำเบื้องหน้า บรรยากาศรอบตัวเราบิดเบี้ยวราวกับอากาศกำลังเดือดพล่าน เสียงกระซิบกระซาบนับร้อยดังก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นภาษาโบราณที่ฟังไม่เป็นศัพท์แต่กลับสร้างความปั่นป่วนให้แก่พลังงานในร่างกายของฉันได้อย่างประหลาด
ในฐานะอดีตไอดอลที่เคยยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางแสงไฟนับหมื่นดวง ฉันคุ้นเคยกับการถูกจ้องมอง แต่สายตาจากดวงตาสีแดงคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความมืดมิดที่พยายามจะกลืนกินตัวตนของฉันให้หายไป
"เราเหลือเวลาไม่มากแล้วค่ะอาจารย์ เจ้าบ้านั่นกำลังรวบรวมพลังเพื่อเปิดประตูมิติขั้นที่สอง ถ้าปล่อยให้มันสมบูรณ์แบบละก็..." ฉันกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดเล็กน้อย ขณะที่มือซ้ายกระชับการเชื่อมต่อกับระบบไพ่ทาโรต์นำทางในจิตสำนึก หน้าต่างสถานะสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นพร้อมสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กระพริบถี่รัว
[แจ้งเตือนระบบ: พลังงานภายนอกเกินขีดจำกัดความปลอดภัย!]
[คำเตือน: หากผู้ใช้ฝืนดึงพลังงานระดับสูงในสภาพแวดล้อมที่มีสนามแม่เหล็กไสยเวทปั่นป่วน อาจส่งผลกระทบถาวรต่อเส้นประสาทญาณทิพย์!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวในหัวจนปวดแปลบ แต่ฉันไม่มีเวลามาใส่ใจความเจ็บปวดนั้น สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องใต้ดินที่บัดนี้กลายเป็นลานพิธีกรรมมืดมิด โครงสร้างสถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกักเก็บพลังงานลบโดยเฉพาะ ซึ่งหมายความว่าศัตรูไม่ได้ซ่อนอยู่ไกล มันต้องอยู่ในรัศมีสามกิโลเมตรจากจุดที่เรายืนอยู่นี้อย่างแน่นอน
"อาจารย์คะ หนูจะช่วยเปิดทางให้" ฉันหันไปสบตากับอาจารย์อิงค์ แววตาของหญิงสาวรุ่นพี่สะท้อนภาพความเด็ดเดี่ยวที่ผสานอยู่กับความห่วงใย เธอพยักหน้ารับช้าๆ แม้ใบหน้าจะซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้พลังงานทางจิตติดต่อกันเป็นเวลานาน
"ระวังตัวด้วยนะริน... ไพ่ใบนี้ไม่ได้แค่บอกอนาคต แต่มันกำลังเดิมพันด้วยจิตวิญญาณของเราทั้งคู่" อาจารย์อิงค์สูดหายใจเข้าลึก หลับตาลง แล้วเริ่มท่องบทสวดมนตราโบราณที่สืบทอดกันมาในตระกูล
ทันใดนั้น สำรับไพ่ในมือของอาจารย์ก็ลอยขึ้นกลางอากาศ ไพ่แต่ละใบหลุดออกจากสำรับทีละใบ เรียงรายเป็นวงกลมล้อมรอบตัวเรา ดวงไฟสีครามลุกโชนขึ้นตามขอบไพ่ ขับไล่ไอความมืดให้ออกไปได้ชั่วขณะ แต่แรงกดดันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนผนังปูนรอบตัวเริ่มปริร้าว เสียงแตกร้าวของคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและหินร่วงกราวลงมาบนบ่าของพวกเรา
อิงค์สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือบางเอื้อมไปแตะที่ไพ่ใบกลาง—ไพ่ *The High Priestess* ที่พลิกกลับหัว ละอองแสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ ร่างกายของอาจารย์สั่นเทาอย่างรุนแรงเมื่อเธอต้องแบกรับภาระในการเชื่อมต่อญาณทิพย์ข้ามมิติเพื่อค้นหาที่ซ่อนที่แท้จริงของศัตรู
"อึก...!" เสียงครางแผ่วลอดริมฝีปากของอาจารย์อิงค์เมื่อเลือดสดๆ ไหลรินลงมาจากมุมปากของเธอ ความพยายามในการทะลวงผ่านม่านพลังงานอำพรางของศัตรูทำให้พลังชีวิตของเธอกำลังถูกสูบฉีดออกไป
"อาจารย์คะ! พอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะ!" ฉันพุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงของเธอไว้ อ้อม arm ของฉันสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"ไม่ได้... ถ้ารอบนี้เราหาตัวมันไม่เจอ... ทุกคนที่งานคอนเสิร์ตพรุ่งนี้จะไม่รอด" อิงค์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าแต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เธอกัดฟันกรอดแล้วใช้มืออีกข้างคว้าไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมา—ไพ่ *The Fool* ที่ปรากฏภาพเด็กหนุ่มก้าวเดินไปสู่เหว
"ริน... ยืมพลังของเธอหน่อย เอามือมาแตะที่ไพ่ใบนี้กับฉัน"
ฉันไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว วางมือทับลงบนหลังมือที่เย็นเฉียบของอาจารย์ทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น กระแสพลังงานมหาศาลพุ่งพล่านเข้ามาในร่างของฉันราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง ภาพนิมิตนับร้อยไหลทะลักเข้ามาในหัวจนแทบระเบิด เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังกลบเสียงรอบกายทั้งหมด
สติของฉันถูกดึงดูดลอยละลิ่วขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ผ่านกลุ่มเมฆสีดำทึบ ผ่านตึกสูงระฟ้า และพุ่งตรงไปยังจุดอับสายตาแห่งหนึ่ง ชานเมืองทิศตะวันตก... โกดังสินค้าเก่าที่ถูกทิ้งร้างซึ่งมีป้ายไฟกระพริบสีส้มเก่าๆ แขวนอยู่
ภาพในนิมิตซูมเข้าไปลึกยิ่งขึ้น ผ่านผนังเหล็กขึ้นสนิม และหยุดลงที่ชายร่างสูงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่หน้าแท่นบูชาสีดำสนิท ในมือของเขากำลังถือตุ๊กตาตัวแทนที่มีเส้นผมของฉันผูกติดอยู่ และบนหน้าอกของเขามีสัญลักษณ์ประหลาดที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของฉันเอง!
ดวงตาในนิมิตของชายคนนั้นหันขวับมามองตรงมายังกล้องญาณทิพย์ที่เราใช้สอดส่อง เขายิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวตัดกับความมืด ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะขยับกล่าวคำพูดไร้เสียงที่อ่านปากได้ชัดเจนว่า: *"ยินดีด้วย... ที่หาฉันเจอ"*
โป๊ะ!
ภาพในนิมิตแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสะท้อนย้อนกลับกระแทกใส่เราทั้งคู่อย่างรุนแรง จนร่างของฉันและอาจารย์อิงค์กระเด็นไปคนละทิศละทาง กระแทกกับพื้นห้องใต้ดินเต็มแรง รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งในปาก ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วทุกข้อต่อ
ฉันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา หน้าต่างระบบสีฟ้ากระพริบเตือนครั้งสุดท้ายด้วยตัวหนังสือสีแดงเด่นชัด
[ภารกิจสำเร็จ: ระบุพิกัดเป้าหมายระดับ SSS สำเร็จ]
[ตำแหน่ง: โกดังหมายเลข 4 ถนนริมน้ำเขตตะวันตก]
[คำเตือนสุดท้าย: ผู้ควบคุมเป้าหมายกำลังรอการมาเยือนของท่าน... และประตูมิติได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว ณ บัดนี้]
ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรกับอาจารย์อิงค์ พื้นห้องใต้ดินเบื้องหน้าเราก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท และจากก้นหลุมนั้นเอง... เงาร่างของใครบางคนก็ก้าวขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาจารย์อิงค์นะคะ
ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด•ตอนที่ 20
ความหวังในไพ่ใบสุดท้าย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!