“จะรีบไปไหนล่ะคะ... เด็กน้อย เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะคะ”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูร้อนยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของริน แม้ว่าเจ้าของเสียงนั้นจะถอยร่นหายไปในเงาสลัวของโกดังร้างหลังสถานีโทรทัศน์เก่าแล้วก็ตาม รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังรัวเร่ง กลิ่นอัปชื้นของฝุ่นละอองและคราบสนิมผสมผสานกับกลิ่นอายพลังงานด้านลบที่คุ้นเคย มันคือกลิ่นอายเดียวกับไสยเวทสายดำที่แฝงมากับคดีลักพาตัวไอดอลฝึกหัดในสังกัดเดียวกันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
ในฐานะอดีตไอดอลที่ผันตัวมาจับพลัดจับผลูเผชิญหน้ากับเรื่องลี้ลับ รินเรียนรู้ว่าความกลัวไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่สมองและสัญชาตญาณกำลังส่งเสียงตะโกน
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำสัมผัสเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อโค้ท ที่นั่น ไพ่ทาโรต์สำรับพิเศษที่ผ่านการปลุกเสกด้วยพลังญาณทิพย์ของอาจารย์อิงค์กำลังอุ่นวาจา ราวกับมีชีวิตและรับรู้ถึงความตึงเครียดในอากาศ
*“ตั้งสติไว้นะคะริน ศัตรูพยายามใช้จิตวิทยาปั่นป่วนคุณอยู่ อย่าหลงกลเดินตามเกมที่เขาวางไว้เด็ดขาด”*
เสียงกระซิบผ่านกระแสจิตจากอาจารย์อิงค์ดังแว่วเข้ามาในหูฟังไร้สายขนาดเล็ก รินพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องหน้า แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานโกดังฉายภาพเงายาวน่ากลัวทาบทับไปบนลังสินค้ากระดาษอัดที่วางระเกะระกะ
หากเธอวิ่งหนี... เกมนี้เธอจะเป็นผู้แพ้ทันที
รินตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่คาดไม่ถึง เธอหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับความมืดมิดเบื้องหน้า ปลดรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์สมัยยังโลดแล่นอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใสและมั่นใจจนชวนหมั่นไส้—ระบายลงบนใบหน้า
“อุ๊ย! พูดแบบนี้แสดงว่ายังเล่นไม่หนุกเลยใช่ไหมคะ?” รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงใสปนเสียงหัวเราะเบาๆ ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ “นึกว่าฝีมือจะแน่กว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็ยังต้องแอบซ่อนอยู่หลังเสาไฟเก่าๆ เพื่อรอให้เหยื่อเดินเข้าไปหาเองเหรอคะเนี่ย น่าผิดหวังจังค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำๆ จะดังสวนกลับมา
“ปากเก่งเสียจริงนะคะ อดีตไอดอลลูกรักของประชาชน... คิดว่ามีไพ่กระจอกๆ ในมือไม่กี่ใบแล้วจะพลิกสถานการณ์ได้งั้นเหรอ?” เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของอีกฝ่ายสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิทและฮู้ดคลุมศีรษะมิดชิด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างปิดไม่มิด
รินหรี่ตามอง วิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวและการหายใจของอีกฝ่าย ระบบประเมินพลังงานลี้ลับในห้วงความคิดของเธอเริ่มทำงานทันที
[แจ้งเตือนจากระบบพลังงานไสยเวท: ตรวจพบคลื่นพลังงานธาตุดินผสมธาตุมืด ระดับความอันตราย: ปานกลางค่อนไปทางสูง จุดอ่อน: สภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงและมีความหยิ่งทะนงในฝีมือตัวเอง]
*“เข้าทางเราแล้วค่ะ”* รินคิดในใจอย่างรวดเร็ว
“ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งกาจอะไรหรอกนะคะ” รินแสร้งถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย พร้อมกับก้าวเท้าเดินวนช้าๆ เป็นวงกลมเพื่อสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว “เพียงแต่... สงสัยมานานแล้วว่า คนที่ใช้คาถาสายดาร์กแบบนี้เพื่อขัดขวางเส้นทางของคนอื่น แท้จริงแล้วก็แค่ ‘ขี้แพ้’ ที่ไม่กล้าสู้ด้วยความสามารถของตัวเองต่างหากล่ะคะ”
“แก...!” ผู้ร้ายกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว การถูกยั่วโมโหด้วยท่าทีนิ่งเฉยและคำพูดเชือดเฉือนทำให้แผนการที่วางไว้เริ่มรวน
“ทำไมคะ? โดนจี้ใจดำเข้าแล้วเหรอคะ” รินแสร้งทำเป็นเอียงคอสงสัยด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู แต่สายตากลับคมกริบราวกับใบมีด “ถ้าแน่จริง... ก็ลองเข้ามาจัดการฉันด้วยตัวเองสิคะ มัวแต่ยืนหลบหลังคาถาอาคมกระจอกๆ แบบนี้ มันน่าสมเพชนะคะรู้ไหม”
สิ้นคำพูดของริน ผู้ร้ายก็คำรามลั่นด้วยความบันดาลโทสะ พลังงานสีดำทะมึนพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ก่อตัวเป็นคมมีดไสยเวทพุ่งตรงเข้าหารินด้วยความเร็วสูง
นี่คือจังหวะที่รินรอคอย!
“อาจารย์คะ!” รินส่งสัญญาณสั้นๆ ทันที
*ฉ่า!*
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากพื้นเบื้องหน้า ร่างของรินหายวับไปจากจุดเดิมในเสี้ยววินาที คมมีดไสยเวทพุ่งทะลุกองลังกระดาษจนแหลกละเอียด ทว่าเป้าหมายกลับว่างเปล่า
“หาฉันอยู่เหรอคะ?” เสียงกระซิบดังขึ้นจากด้านหลังของผู้ร้ายโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
ผู้ร้ายสะดุ้งสุดตัวรีบหันกลับมาหมายจะโจมตีสวน แต่ทว่า... ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว รินดีดตัวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัย พร้อมกับสะบัดข้อมือปล่อยไพ่ทาโรต์สามใบพุ่งแหวกอากาศออกไปปักลงบนพื้นรอบตัวผู้ร้ายอย่างแม่นยำ
*The Magician*, *The High Priestess*, และ *The Judgement*
สัญลักษณ์เวทมนตร์บนหน้าไพ่ส่องแสงเรืองรองเชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายพลังงานสีฟ้าคราม ตรึงร่างของผู้ร้ายให้ติดอยู่กับพื้น ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นقิดเดียว
“อะ... อะไรกัน! ทำไมฉันถึงใช้คาถาไม่ได้!” ผู้ร้ายดิ้นรนสุดชีวิต ใบหน้าภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
รินก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้น สีหน้าและแววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความสุขุมเยือกเย็นที่เกินวัย เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับผู้ร้ายที่กำลังหมดหนทางสู้
“เกมจบแล้วนะคะ” รินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว “ทีนี้... ช่วยกรุณาถอดหน้ากากแล้วบอกฉันทีนะคะ ว่าใครเป็นคนสั่งให้คุณทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้”
มือเรียวยื่นออกไปใกล้หน้ากากสีดำสนิท นิ้วแตะลงที่ขอบหน้ากากและกำลังจะกระชากมันออกเพื่อเผยตัวตนที่แท้จริงของผู้บงการเบื้องหลัง
ทว่า... ในวินาทีที่ความจริงกำลังจะปรากฏ แสงไฟนีออนทั่วทั้งโกดังก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวในพริบตา
ลมหนาวจัดพัดโชยเข้ามาทั้งที่ไม่มีหน้าต่างเปิดอยู่ และสิ่งที่ตามมาไม่ใช่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้ร้าย แต่เป็นเสียงหัวเราะแหบพร่าแปลกประหลาด—เสียงหัวเราะที่ดังมาจากมุมมืดเหนือคานเหล็กของโกดัง... เสียงของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะอยู่ที่นี่
รินชะงักมือที่กำลังจะดึงหน้ากาก หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้นไม่ใช่แค่ผู้สมรู้ร่วมคิดระดับปลายแถว
“ระวังค่ะริน...!” เสียงร้องเตือนของอาจารย์อิงค์ดังลั่นผ่านหูฟังด้วยความร้อนรนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
*ตึง!*
ร่างของผู้ร้ายที่ถูกตรึงอยู่บนพื้นส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีดำทึบต่อหน้าต่อตา และในความมืดมิดนั้นเอง ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นบนความว่างเปล่า พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนการเดินทางของรินและอาจารย์อิงค์ด้วยดีเสมอมานะคะ!
ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด•ตอนที่ 19
การประชันไหวพริบ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!