"เสียงหัวเราะนั่น... มันไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ปกติค่ะ อาจารย์อิงค์"
รินพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ เพื่อขับไล่ภาพเงาร่างภายใต้หน้ากากตัวตลกที่ยังคงติดตรึงอยู่ในมโนสำนึก ประโยคท้าทายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้ดิน ร้านกาแฟโบราณที่เวลานี้กลายสภาพเป็นสนามฝึกซ้อมวิชาไสยเวทเฉพาะกิจ กลิ่นอายของธูปหอมจันทน์และควันเทียนสีขาวนวลลอยวนอยู่รอบตัว สร้างบรรยากาศที่ทั้งขรึมขลังและกดดันในเวลาเดียวกัน
บนโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่ขอบไพ่สึกกร่อนตามกาลเวลาถูกสับอย่างประณีตด้วยเรียวนิ้วเรียวยาวของอาจารย์อิงค์ หญิงสาวในชุดเสื้อคลุมยาวสีชาดเงยหน้าขึ้นจากสำรับ ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำทอดมองลูกศิษย์สาวคนเก่งด้วยแววตาพึงพอใจ
"จิตสัมผัสของเธอก้าวหน้าไปมากทีเดียวค่ะ ริน" อาจารย์อิงค์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ทว่าแฝงความจริงจังไว้เต็มเปี่ยม "การที่เธอสามารถแยกแยะคลื่นความถี่ของพลังงานลบจากหน้ากากตัวตลกในมิติซ้อนได้ นั่นหมายความว่า 'ญาณสัมผัส' ของอดีตไอดอลสาวที่เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงไฟสปอตไลท์ ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
รินวางวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง มันคือหน้ากากพลาสติกสีขาวแต้มลายรอยยิ้มบิดเบี้ยว—ของที่ระลึกชิ้นสุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้หลังเหตุการณ์เผชิญหน้ากับ 'กลุ่มเงาพันธะ' ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แม้ว่าอุณหภูมิในห้องจะปกติก็ตาม
"แต่มันยังไม่พอค่ะ..." รินขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง เธอยกมือขึ้นแตะขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดแปลบจากการใช้พลังงานจิตเมื่อครู่ "ทุกครั้งที่ฉันแตะมัน ภาพเหตุการณ์ ภาพหลอน และเสียงกระซิบพวกนั้นจะถาโถมเข้ามาจนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือความจริง หรืออันไหนคือจิตใต้สำนึกที่มันสร้างขึ้นมาหลอกลวง"
อาจารย์อิงค์วางมือลงบนสำรับไพ่ เป็นสัญญาณให้รินหยุดความคิดฟุ้งซ่าน หญิงสาวรุ่นพี่ขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะอีกนิด แสงจากตะเกียงโบราณวับแวมสะท้อนดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความรู้ลึกซึ้ง
"นั่นเป็นเพราะเธอยังใช้ 'พลังดิบ' ในการเชื่อมต่อค่ะ ริน" อาจารย์อิงค์อธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง "วัตถุอาถรรพ์ทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นหน้ากาก ศิลา หรือแม้กระทั่งไพ่ทาโรต์ มันมี 'ความทรงจำ' และ 'เจตจำนงตกค้าง' ของผู้สร้างหรือผู้ครอบครองฝังอยู่ การที่เธอใช้มือเปล่าสัมผัสสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เหมือนกับการกระโดดลงไปในมหาสมุทรที่เชี่ยวกรากโดยไม่มีเสื้อชูชีพ... เธอกำลังเปิดช่องว่างให้พลังงานเหล่านั้นกลืนกินตัวตน"
"แล้วเราต้องทำอย่างไรคะอาจารย์?" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ไหล่บางเกร็งขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตัว
"เราต้องใช้ 'ไพ่' เป็นกระจกสะท้อนค่ะ" อาจารย์อิงค์หยิบไพ่ใบหนึ่งออกจากสำรับคว่ำไว้ตรงหน้าศิษย์สาว "ในบทเรียนนี้ อาจารย์จะสอนให้เธอใช้กระบวนการที่เรียกว่า 'การถอดรหัสจิตผ่านกระจกเงาไสยเวท' (Tarot Mirror Decryption) แทนที่จะรับพลังงานเข้ามาตรงๆ เธอต้องเรียนรู้ที่จะสะท้อนมัน ปัดเป่ามัน และดึงเอาเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมา เหมือนกับการมองภาพสะท้อนในกระจก โดยที่ตัวเธอจะไม่เปียกฝน"
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ระบบแจ้งเตือนพลังงานในสมองของเธอส่งเสียงเตือนเบาๆ แสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับที่พร้อมสำหรับการฝึกฝนขั้นสูง เธอพยักหน้ารับช้าๆ แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ
"เข้าใจแล้วค่ะ... ให้ฉันเริ่มจากตรงไหนดีคะ?"
"วางมือขวาลงบนหลังไพ่ใบนั้นค่ะ" อาจารย์อิงค์ผายมือไปยังไพ่ที่คว่ำอยู่ "แล้วใช้มือซ้ายกุมหน้ากากอาถรรพ์ไว้ หลับตาลง... อย่าเพิ่งฝืนต้านทานแรงกระแทก ให้ปล่อยให้พลังงานไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ไพ่ทาโรต์ ให้ไพ่ทำหน้าที่เป็นตัวกรอง... เหมือนกับที่เธอเคยคัดกรองเสียงวิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตตอนเป็นไอดอลนั่นแหละค่ะ ริน ทุกอย่างมีจังหวะและคลื่นความถี่ของมัน"
รินหลับตาลงตามคำแนะนำ ความมืดมิดรอบตัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือซ้าย—สัมผัสจากหน้ากากพลาสติกเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนหัวใจที่กำลังเต้นรัวอยู่ในอกของคนตาย ในขณะเดียวกัน ฝ่ามือขวาที่ทาบอยู่บนไพ่ทาโรต์กลับรู้สึกถึงความอุ่นสบายและมั่นคงราวกับมีเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง
*ตูม!*
คลื่นพลังงานสีเทาหมุนวนเข้าปะทะกับจิตสำนึกของเธออย่างรุนแรง ภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพของห้องทดลองใต้ดินกลิ่นอับชื้น และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มคนใส่หน้ากากพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับพายุฝน รินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อแรงกดดันพยายามจะกดทับสติสัมปชัญญะของเธอให้จมดิ่งลงไป
*“อย่าปล่อยให้มันครอบงำค่ะ ริน! หันหน้าเข้าหากระจก แล้วมองความจริง!”* เสียงของอาจารย์อิงค์ดังสะท้อนก้องเข้ามาในห้วงความคิด ช่วยดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยให้กลับคืนมา
รินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เธอนึกถึงคำสอนของอาจารย์ ภาพไพ่ทาโรต์ในมโนสำนึกแผ่ขยายออกเป็นบานกระจกใสบานยักษ์ สะท้อนภาพคลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามาให้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แทนที่จะดูดซับมันไว้ รินใช้สติและตรรกะอันเฉียบคมวิเคราะห์คลื่นความถี่เหล่านั้นทีละชั้น เหมือนกับการแกะรหัสลับในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
*คลื่นความถี่ที่หนึ่ง: ความกลัว... ถูกปัดตกไป*
*คลื่นความถี่ที่สอง: ความแค้น... ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล*
*คลื่นความถี่ที่สาม: พิกัดตำแหน่ง... บิงโก!*
ภาพในหัวของเธอเปลี่ยนวูบจากความมืดมิดกลายเป็นพิกัดแผนที่สามมิติของย่านการค้าใจกลางเมือง ภาพอาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่ปิดร้างแห่งหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในจิตนาการ พร้อมกับตัวเลขพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่ชัดเจนราวกับพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด
*พรึบ!*
รินลืมตาโพลงขึ้นทันที ลมหายใจหอบถี่ หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ เธอยังคงกุมหน้ากากอาถรรพ์ไว้ในมือซ้าย แต่ในขณะนี้ แววตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แววตาที่สับสนหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นประกายตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ชนะ
อาจารย์อิงค์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพอใจ หญิงสาวรินน้ำชาอุ่นๆ ส่งให้ลูกศิษย์พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"เป็นอย่างไรบ้างคะ? กระจกสะท้อนความจริงใบนั้น... บอกอะไรกับเธอมาบ้าง?"
รินรับแก้วชามาถือไว้ มือยังคงอุ่นขึ้นมาจากพลังงานที่เพิ่งคลายตัว เธอมองหน้ากากในมือสลับกับใบหน้าของอาจารย์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบความสุขุมมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
"มันบอกพิกัดที่ซ่อนตัวของพวกมันค่ะอาจารย์..." รินวางแก้วชาลงบนโต๊ะ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดังเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ "และที่สำคัญ... ฉันเห็นใบหน้าที่แท้จริงใต้หน้ากากนั้นแล้วด้วยค่ะ"
อาจารย์อิงค์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสนใจ "ใครกันคะ?"
ทว่า ก่อนที่รินจะได้เอ่ยปากตอบคำถามนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกประหลาดจากสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่วางอยู่ข้างสำรับไพ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดของห้องใต้ดิน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ โดยไม่มีชื่อผู้ส่ง
**[ระบบแจ้งเตือนภารกิจลับระดับ SSS: ผู้เล่น "ริน" ได้ทำการปลดล็อกความทรงจำของเหยื่อรายที่ 4 สำเร็จ]**
**[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่คุณกำลังตามหา... กำลังยืนอยู่หลังประตูกระจกหน้าร้านของคุณในเวลานี้]**
รินและอาจารย์อิงค์สบตากันโดยอัตโนมัติ ความหนาวยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังเมื่อเสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านสามครั้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับรินและอาจารย์อิงค์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด•ตอนที่ 9
กระจกสะท้อนความจริง
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีลับฉบับไอดอลตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!