"ถ้าพวกท่านยังคิดจะเอาเบี้ยเลี้ยงของสามีฉันไปผลาญให้ลูกชายคนโปรดกินอยู่สบายใจเฉิบอีกล่ะก็... วันนี้บ้านตระกูลจ้าวคงได้รู้กันว่าศัลยแพทย์มือหนึ่งเขาผ่าตัด 'เนื้องอก' ที่เกาะกินครอบครัวยังไง!"
เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนชามกระเบื้องบิ่นสั่นสะเทือน น้ำแกงผักป่าใสแจ๋วแทบกระฉอกกระเด็น หลินฟางเซียนยืนหยัดเต็มความสูง สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดกวาดมองหน้าสมาชิกตระกูลจ้าวทีละคน ความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบคม ใครกันที่จงใจเล่นงานพวกเขารวดเร็วถึงเพียงนี้? คำตอบไม่ต้องหาให้ไกลตัว คนในบ้านหลังนี้นี่เองที่คอยเป็นหนอนกระบ่อนบ่อนทำลาย แอบขโมยจดหมายและใบเบิกเงินสวัสดิการของจ้าวหยวนไปส่งข่าวให้บ้านเดิมของแม่สามี
บรรยากาศในห้องโถงแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของความยากจนและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของผักดองเก่าเก็บ แม่สามีอย่างนางเฉินอ้าปากค้าง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสะใภ้รองผู้เงียบขรึมและอ่อนแอคนนี้ จะกล้าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำแถมยังส่งสายตากดดันรากับพญายมราชมาให้
"นัง... นังสะใภ้รอง! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!" นางเฉินกรีดร้องเสียงแหลมสูง ยกมือขึ้นทบอกทำท่าจะเป็นลมแต่ก็ไม่มีใครสนใจ จ้าวต้าหลาง พี่ชายคนโตผู้เห็นแก่ตัวรีบขยับตัวเข้ามาบังหน้ามารดา พร้อมกับทำหน้าถมึงทึงใส่
"ฟางเซียน เธอกล้าเกินไปแล้วนะ! นี่มันบ้านตระกูลจ้าว แม่พูดอะไรเธอก็ต้องฟัง จะมาปีนเกลียวแยกบ้านอะไรกัน บ้าไปแล้วหรือไง!"
จ้าวหยวนที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกายภรรยา ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างเงียบเชียบ มือหนาเอื้อมไปดึงชายเสื้อของฟางเซียนเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่เมื่อเห็นดวงตาเด็ดเดี่ยวของภรรยา เขาก็เม้มปากแน่นแล้วก้าวขึ้นมาขวางหน้าปกป้องนางทันที สายตาคมเข้มดุจพญาเสือมองพี่ชายคนโตนิ่งสนิท จนจ้าวต้าหลางต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"พี่ใหญ่... เงินเดือนทหารของผมกับเบี้ยเลี้ยงความเสี่ยงที่ได้มา มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเก้าส่วนถูกส่งเข้ากองกลางของบ้านหมด ผมไม่เคยบ่นสักคำ แต่ตอนนี้ภรรยาผมป่วยเกือบตายเพราะยาหมด ข้าวสารในยุ้งฉางเราแทบไม่มีกิน แต่พวกท่านกลับเอาเงินไปซื้อจักรเย็บผ้าให้สะใภ้ใหญ่ใช้เชิดหน้าชูตาในหมู่บ้าน แบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ?"
คำพูดของจ้าวหยวนราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจคนฟัง คนในตระกูลจ้าวต่างหลบสายตา สะใภ้ใหญ่ที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องรีบซ่อนมือที่สวมนาฬิกาปลอมราคาถูกไว้ข้างหลังทันที
ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองรอบห้อง ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 70 ที่แร้นแค้นเช่นนี้ นางไม่ยอมตกเป็นทาสให้คนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อเด็ดขาด ในมิติลับของนางมีทั้งยาแผนปัจจุบัน สมุนไพรล้ำค่า และเครื่องมือแพทย์ครบครัน หากหลุดพ้นจากครอบครัวปลิงคราบมนุษย์นี้ไปได้ นางกับจ้าวหยวนจะสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยระเบิดให้ดู!
"ไม่ต้องพูดมากให้Jงกรม!" ฟางเซียนตัดบท เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง "วันนี้ฉันไม่ได้มาขอร้อง... ฉันมา 'ประกาศ' แยกบ้าน!"
นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนเตรียมไว้ออกมาจากอกเสื้อ กางออกให้ทุกคนดูอย่างไม่เกรงกลัว "นี่คือหนังสือแยกบ้าน ฉันร่างไว้หมดแล้ว เงื่อนไขมีสามข้อ... หนึ่ง แบ่งที่ดินทำกินให้พวกเราสองคนเท่ากับสัดส่วนมาตรฐาน สอง ข้าวสารในยุ้งฉางแบ่งให้เราสิบชั่ง และสาม... เงินที่พวกท่านยักยอกไปเมื่อเดือนก่อน ต้องคืนมาทั้งหมด!"
"เหลวไหล! ฝันไปเถอะ!" นางเฉินกรีดร้องเสียงหลง กระโดดโผเข้าหาหมายจะคว้ากระดาษในมือสะใภ้มาฉีกทิ้ง
แต่มีหรือที่ฟางเซียนจะยอมให้นางทำเช่นนั้น? ด้วยทักษะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจากการเป็นศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยม นางเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย พร้อมกับใช้นิ้วกดจุดที่ข้อศอกของแม่สามีเบาๆ ตามหลักการแพทย์แผนจีน นางเฉินก็รู้สึกชาแปลบขึ้นมาทันทีจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น ร้องโودโอยด้วยความตกใจ
"แม่!" จ้าวต้าหลางร้องลั่น พยายามจะพุ่งเข้ามาหาฟางเซียน แต่จ้าวหยวนไวว่า ขยับตัวเข้าล็อกแขนพี่ชายไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลจนจ้าวต้าหลางดิ้นไม่หลุด
"ปล่อยนะ! ไอ้คนอกตัญญู แกกล้าทำร้ายแม่เรอะ!" จ้าวต้าหลางตะโกนหน้าดำหน้าแดง
"ผมไม่ได้ทำร้ายใคร แค่อยากให้ทุกคนคุยกันดีๆ" จ้าวหยวนเอ่ยเสียงเย็นชา
ฟางเซียนก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวนางเฉินที่นั่งอยู่บนพื้น นางย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้างดงามระบายยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่ "คุณแม่คะ... อย่าดื้อรั้นเลยค่ะ ถ้าท่านไม่ยอมเซ็น หนังสือแยกบ้านฉบับนี้จะถูกส่งไปที่กองกำลังทหารและผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฉันรวบรวมหลักฐานการทุจริตเงินสวัสดิการของตระกูลท่านไว้ครบถ้วน... ถึงตอนนั้น พี่ใหญ่ของฉันจะได้เป็นทหารต่อหรือเปล่า หรือจะต้องไปใช้แรงงานในเหมืองหิน... ท่านลองคิดดูนะคะ?"
คำขู่ที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาดนี้ ทำให้นางเฉินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด หล่อนรู้ดีว่าบุตรชายคนโตกำลังวิ่งเต้นจะสอบเลื่อนขั้น หากมีประวัติเรื่องครอบครัวโกงเงินทหาร ชีวิตคงจบสิ้นแน่ๆ
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยการตัดสินใจ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นปังๆ อย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงตะโกนโهاกฮากของผู้ใหญ่บ้านที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความร้อนรน
"เปิดประตูเร็วเข้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ทางกองร้อยโทรเลขมาด่วนที่สุด... จ้าวหยวน! ทางการเรียกตัวนายกลับค่ายทันที มีคำสั่งลับระดับสูง!"
ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าสามีทันที ขณะที่จ้าวหยวนเองก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยความประหลาดใจ คำสั่งลับระดับสูง... ในเวลานี้เนี่ยนะ?
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินเสมอนะคะ
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 3
แยกบ้านคือทางรอด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!