คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 4

สามีผู้ซื่อสัตย์กับเตาไฟที่ว่างเปล่า

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กระดาษโทรเลขแผ่นเล็กในมือของจ้าวหยวนยับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มที่พิมพ์ตัวอักษรเป็นระเบียบกำลังส่งกลิ่นอายความกดดันที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือน หลินฟางเซียนหรี่ตามองตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างพินิจพิจารณา แม้เธอจะเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสาวน้อยยุค 70 นี้ได้ไม่นาน แต่ความทรงจำระดับแพทย์อัจฉริยะและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเฉียบคมทำให้เธอนึกถึงเบื้องหลังของชายหนุ่มผู้นี้ทันที คำสั่งลับระดับสูงจากหน่วยงานทหารในเมืองหลวง—สำหรับชายหนุ่มบ้านไร่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับไร่นาและโคลนตม เหตุใดจึงมีเงาทับซ้อนของอดีตอันลึกลับพัวพันอยู่เช่นนี้? "ไม่ต้องไป" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังสามีที่กำลังขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม จ้าวหยวนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความประหลาดใจระคนกังวล "ฟางเซียน... นี่คือคำสั่งเรียกตัว หากขัดขืน อาจจะ..." "อาจจะถูกมองว่าเป็นพวกทรยศต่ออุดมการณ์ หรือไม่ก็พวกหลบหนีราชการใช่ไหมคะ?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม เอื้อมมือเรียวบางไปแตะกระดาษแผ่นนั้นเบื้องหน้า ก่อนจะดึงมันออกจากมือหนาที่กำไว้แน่นอย่างถือวิสาสะ "พวกมันผลักไสคุณมาอยู่ในหมู่บ้านกันดารห่างไกลผู้คน ตัดขาดเสบียง ตัดขาดเบี้ยเลี้ยง ให้คุณก้มหน้าก้มตาทำนาแลกกับเศษข้าวต้มก้นหม้อมาสามปีเต็ม แล้วตอนนี้พอมีเรื่องเดือดร้อน ก็คิดจะเรียกใช้สุนัขรับใช้ตัวนี้ให้กลับไปวิ่งใช้งานอีกอย่างนั้นหรือคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!" น้ำเสียงของเธอไม่ได้ตื่นตระหนก ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและดุดันจนจ้าวหยวนถึงกับเผลอกลั้นหายใจ หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ภรรยาตัวน้อยที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวต่อสายตาคนในหมู่บ้าน บัดนี้กลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา พร้อมที่จะชนกับอำนาจมืดเบื้องบนอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ว่า... ทางนั้นขู่เอาไว้ว่า ถ้าไม่ไป..." จ้าวหยวนยังคงลังเล มือใหญ่เอื้อมไปหมายจะดึงกระดาษคืน เพราะไม่อยากดึงภรรยาเข้ามาพัวพันกับอันตรายที่ตนเองแบกรับไว้ "ถ้าพวกเขาเก่งจริง ทำไมไม่ส่งคนมาจับกุมตัวคุณถึงที่นี่ล่ะคะ?" ฟางเซียนสะบัดกระดาษในมือเบื้องหน้าเขา "จดหมายฉบับนี้ส่งมาแบบลับๆ ผ่านช่องทางที่น่าสงสัย นั่นแสดงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังกำลังใช้อำนาจมืดกดดันคุณโดยที่เบื้องบนยังไม่รู้เรื่อง หากคุณก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านนี้ตอนนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนคนอื่นๆ ที่พวกมันเคยกำจัดทิ้ง!" คำพูดของฟางเซียนราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของจ้าวหยวน ความจริงข้อนี้เขารู้ดีแก่ใจ เพียงแต่เขาคอยห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวตรงหน้ามากกว่าตนเอง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความดุดันของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายกำยำโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับแววตาเด็ดเดี่ยวและห่วงใยของภรรยา ความเกรี้ยวกราดเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เอ่อล้น "ก็ได้... ผมจะไม่ไป" จ้าวหยวนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำอย่างหนักแน่น ดวงตาคมกริบมองสบตาภรรยา "ผมสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม" "ใครต้องการให้คุณเอาชีวิตมาทิ้งกันคะ?" ฟางเซียนอดไม่ได้ที่จะค้อนใส่เขาคิ้วขมวดเล็กน้อย "เราไม่ได้จะไปตายเสียหน่อย สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการ 'ตั้งหลัก' ต่างหากค่ะ!" ว่าแล้วหญิงสาวก็กวาดสายตามองไปรอบกระท่อมหลังเล็กที่พวกเขากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฝาผนังไม้ไผ่สานผุพังจนลมหนาวพัดลอดเข้ามาได้ทุกทิศทุกทาง พื้นดินอัดแน่นไร้การปูลาด และที่สำคัญที่สุด... เตาไฟในห้องครัวว่างเปล่าสนิท ไม่มีแม้แต่เมล็ดข้าวสารหรือแป้งสักขีดเดียว ครอบครัวใหม่ของพวกเขาในยุค 70 นี้ เริ่มต้นด้วยความยากจนข้นแค้นอย่างแท้จริง หากเป็นคนอื่นคงทรุดตัวลงร้องไห้ไปแล้ว แต่สำหรับหลินฟางเซียน อดีตศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านเคสผ่าตัดวิกฤตมานับไม่ถ้วน ความท้าทายเช่นนี้กลับทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างตื่นเต้น "หิวไหมคะ?" ฟางเซียนหันมาถามสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จ้าวหยวนกระพริบตาปริบๆ "ในบ้านเราไม่มีอะไรกินเลยนะฟางเซียน แม้แต่แป้งมันสำปะหลังสักหัวก็ไม่มี..." "ใครบอกว่าไม่มีเล่าคะ?" หญิงสาวหัวسเราะคิกคัก เธอเดินนำหน้าสามีไปยังมุมมืดที่สุดของกระท่อม ซึ่งมีกองฟางเก่ายัดอยู่ใต้เตียงนอนเก่าๆ มือเรียวบางปัดกวาดเศษฝุ่นออก ก่อนจะเอื้อมมือควานเข้าไปในช่องว่างระหว่างพื้นไม้ที่ถูกอำพรางไว้ด้วยมิติลับในห้วงความคิดของเธอ พริบตาเดียว กล่องไม้สนเนื้อดีขนาดกลางก็ปรากฏขึ้นบนมือของเธอ พร้อมกับถุงผ้าดิบที่บรรจุแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด หัวมันเทศแดงลูกโต และที่เด็ดที่สุดคือเนื้อหมูสามชั้นติดมันเยิ้มชิ้นโตที่ยังคงความสดใหม่ราวเพิ่งออกจากเขียงเมื่อครู่! จ้าวหยวนเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้ เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ชี้ไปที่ของกินเหล่านั้นด้วยมือที่สั่นเทา "ฟะ... ฟางเซียน! ของพวกนี้... มาจากไหนกัน?! เมื่อกี้ตรงนั้นไม่มีอะไรเลยนะ!" "ความลับค่ะ" ฟางเซียนยิ้มหวานหยด ยักคิ้วให้อย่างทะเล้น "คุณสามีคะ หน้าที่หาของกินเป็นของฉัน ส่วนหน้าที่ก่อไฟและต้มน้ำ... เป็นของคุณนะคะ อย่ามัวแต่มองจนน้ำลายไหลล่ะ เร็วเข้า ท้องของฉันเริ่มส่งเสียงประท้วงแล้วค่ะ!" แม้จะยังตกตะลึงและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มหัว แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นสามีที่ดีและเชื่อฟังภรรยา จ้าวหยวนจึงรีบพยักหน้ารัวๆ เดินไปหยิบฟืนแห้งและก้อนหินมาจุดไฟทันที เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นขับไล่ความหนาวเย็นภายในกระท่อมออกไป แสงไฟวับแวมกระทบเข้ากับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มและรอยยิ้มพึงพอใจของหญิงสาว บรรยากาศความอบอุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความยากลำบาก ฟางเซียนจัดการหั่นเนื้อหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ กลิ่นหอมของมันหมูเมื่อโดนความร้อนจากกระทะเหล็กเก่าๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อม และเนื่องจากลมหนาวพัดแรง กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเนื้อหมูกรอบนอกนุ่มในจึงลอยละล่องทะลุผ่านช่องผนังไม้ไผ่ ออกไปสู่บริเวณรอบๆ และลอยไปตามลมจนถึงทางเดินดินหน้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังเตรียมเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารแรกในกระท่อมหลังน้อย ทันใดนั้นเอง... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูไม้หน้ากระท่อมดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนจงใจจะพังมันให้พังครืนลงมา ตามด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของ 'หลี่ว์ซื่อ' แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์และพี่สะใภ้ตัวแสบที่มักจะมาหาเรื่องรีดไถพวกเขาอยู่เป็นประจำ "ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวดี! พวกแกแอบกินอะไรกันในบ้าน กลิ่นเนื้อหมูหอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ แกไปเอาเงินมาจากไหน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิด ฉันจะพาทุกคนมาพังประตูบ้านพวกแกแน่!" จ้าวหยวนชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ร่างกายกำยำขยับตัวเตรียมลุกขึ้นไปจัดการ แต่ฟางเซียนกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน หญิงสาววางตะหลิวในมือลง ช้อนตาขึ้นมองสามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาคู่นั้นประกายแสงวับวาวราวกับปีศาจน้อยที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินมาติดกับ "ใจเย็นๆ สิคะคุณสามี..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา "ในเมื่อพวกมันอยากได้กลิ่นนัก เราก็ควรจะต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติหน่อยไม่ใช่หรือคะ?" เธอหมุนตัวเดินไปที่ประตูบ้าน มือเรียวเอื้อมไปปลดกลอนไม้ช้าๆ ท่ามกลางเสียงทุบประตูด้านนอกที่ยังคงดังโครมครามไม่หยุดหย่อน... ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "อวี้ซินหมอยายุค 70" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%