"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี คิดจะหลบอยู่ในบ้านแล้วทำเป็นหูทวนหนาอย่างนั้นรึ!"
เสียงทุบประตูด้านนอกดังโครมครามพร้อมกับเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลิวที่แผดก้องทะลุกรอบไม้เก่าๆ เข้ามา แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานดินดิบ หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่หลังบานประตู มือเรียวที่เพิ่งปลดกลอนไม้ช้าๆ ไม่ได้สั่นเทาแม้แต่น้อย แววตาของอดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งวาวโรจน์ด้วยประกายความเย็นเยียบ เธอไม่ได้หวาดกลัวคนพวกนี้เลยสักนิด ในยุค 70 ที่ข้าวยากหมากแพง คนหน้าหนาที่คอยแต่จะสูบเลือดเนื้อผู้อื่นมักจะปรากฏตัวยามที่กลิ่นอายความยากจนลอยคละคลุ้ง แต่สำหรับหลินฟางเซียนคนปัจจุบัน... คนเหล่านี้ไม่ใช่ญาติสนิทมิตรสหาย แต่เป็น "เหยื่อทางอารมณ์" ชั้นดีที่จะได้มาลองมือหลังจากการทะลุมิติก็เท่านั้น
แอ๊ด—
บานประตูไม้ผุกร่อนถูกกระชากเปิดออกกว้าง ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังง้างมือเตรียมทุบซ้ำเกือบจะถลาล้มคะมำไปข้างหน้า ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวบิดเบี้ยวทันทีเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว
"นังฟางเซียน! กล้าดียังไงถึงปล่อยให้ฉันยืนรอนานขนาดนี้! แกหูหนวกหรือไงฮะ ถึงไม่ได้ยินเสียงคนเรียก?" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงลั่น ชะโงกหน้ามองลอดผ่านไหล่บางเข้าไปในบ้านราวกับจะกวาดสายตาหาทรัพย์สินที่อาจหลงเหลืออยู่ "ไหนล่ะเนื้อหมูที่บ้านเดิมส่งมาให้เมื่อวาน? แล้วไหนจะคูปองน้ำตาลนั่นอีก ส่งมาให้หมดเดี๋ยวนี้! ถือว่าเป็นการชดใช้ค่าเสียหายที่แกทำให้ตระกูลหลิวต้องขายหน้าเรื่องงานแต่งเมื่อเดือนก่อน!"
ฟางเซียนไม่สะทกสะท้าน เธอเพียงแค่กอดอกพิงกรอบประตู มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกสันหลังวาบ
"ป้าสะใภ้ใหญ่พูดจาภาษาอะไรฉันไม่เห็นเข้าใจเลยค่ะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "เนื้อหมูอะไร คูปองน้ำตาลที่ไหน บ้านหลังนี้แต่งออกมาแล้วก็คือคนของบ้านจ้าว ข้าวของทุกอย่างเป็นสินเดิมและหยาดเหงื่อแรงงานของสามีฉัน ป้ามีสิทธิ์อะไรมาทวงถามราวกับเป็นเจ้าของโจรปล้นกลางวันแสกๆ ยังเกรงใจกว่าป้าในตอนนี้เสียอีกนะคะ"
"แก! นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด ยกมือขึ้นชี้หน้าหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียดผิวแก้วใส ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาบังขวางหน้าภรรยาไว้เสียก่อน
จ้าวหยวนก้าวฉับๆ มาถึงหน้าบ้าน สีหน้าของชายหนุ่มบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยรังสีคุกคามที่ทรงพลัง เขาเพิ่งกลับมาจากแปลงนา เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย แต่มือหยาบกร้านที่ถือจอบอยู่กลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ที่นี่บ้านผมครับ... ถ้าไม่มีธุระอะไร เชิญกลับไปซะ" เสียงทุบตักแหบห้าวแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่น้ำหนักคำพูดทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
แม้ตระกูลหลิวจะชอบเอาเปรียบ แต่ยามเผชิญหน้ากับจ้าวหยวน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขยันและแรงงานมหาศาล พวกเขาก็ยังมีความเกรงกลัวอยู่บ้าง ป้าสะใภ้ใหญ่ฮึดฮัดสะบัดหน้า
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี แกคิดว่ามีไอ้บ้านี่คอยคุ้มครองแล้วจะรอดเรอะ!" นางส่งเสียงขู่ฟ่อก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าจากไป
เมื่อแผ่นลับตาของคนน่ารำคาญหายลับไป ฟางเซียนก็ถอนหายใจเบาๆ หันกลับมามองสามีที่ยืนหันรีหันขวาง เก้ๆ กังๆ ไม่กล้าสบตาเธอ ตรงกันข้าม จ้าวหยวนรีบวางจอบลงแล้วละล้าละลังเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
"ฟาง... ฟางเซียน เธอไม่เป็นไรใช่ไหม? ฉันกลับมา... กลับมาเร็วไม่ทัน..." ชายหนุ่มหน้าแดงซ่านด้วยความกังวล มือหยาบถูไปมากับกางเกงผ้าฝ้ายเก่าๆ อย่างทำตัวไม่ถูก กลัวว่าภรรยาชาวเมืองคนนี้จะโกรธหรือรังเกียจที่ตนปกป้องได้ไม่ดีพอ
ฟางเซียนมองท่าทางซื่อตรงราวกับลูกสุนัขตัวใหญ่ของสามี ความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก อดีตศัลยแพทย์ผู้เยزชาชาเย็นชาในโลกเก่า ไม่เคยสัมผัสความรักที่บริสุทธิ์เช่นนี้เลย เธอเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือเรียวไปปาดเม็ดเหงื่อที่ขมับให้เขาเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณต่างหาก... เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เข้าบ้านเถอะค่ะ วันนี้ฉันจะเข้าป่าหลังหมู่บ้าน"
จ้าวหยวนชะงัก ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เข้าป่าหลังหมู่บ้าน?ไม่ได้นะฟางเซียน! แถบนั้นมันอันตราย มีทั้งหมูป่า หมาป่า และพวกนายพรานใจร้าย สมัยนี้ข้าวยากหมากแพง คนขึ้นไปหาของป่ามักไม่ค่อยปลอดภัย เธอยังไม่คุ้นเคย..."
"ใครบอกว่าจะไปเสี่ยงอันตรายกันล่ะคะ?" ฟางเซียนยิ้มพราย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "ฉันไม่ได้จะไปล่าสัตว์ดุร้ายเสียหน่อย ฉันจะไปเก็บ 'สมุนไพรบนภูเขาทองคำ' ต่างหากล่ะคะ"
พูดจบ เธอก็หยิบตะกร้าไม้ไผ่สานเก่าๆ ใบหนึ่งขึ้นมา สะพายไว้บนบ่าเรียว แม้ชุดที่ใส่จะเป็นผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีซีด แต่ท่าทางทะมัดทะแมงและรอยยิ้มมั่นใจของเธอกลับทำให้จ้าวหยวนละสายตาไม่ได้เลย ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า ภรรยาตัวน้อยคนนี้กำลังจะทำให้หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้สั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างแน่นอน
ครึ่งชั่วยามต่อมา สองร่างก็มาถึงเชิงเขาหลังหมู่บ้าน
ป่าลึกในยุค 70 ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้า แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านร่มไม้ลงมาเป็นลำแสงสีทองทอดผ่านพื้นดินชื้นแฉะ กลิ่นอายของดิน ใบไม้ผุ และกลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรป่าลอยแตะจมูก ฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึก3 ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยเจอร้านลูกอม
สำหรับคนอื่น ภูเขานี้อาจเป็นแค่ที่หาฟืนหรือแหล่งผักป่าประทังชีวิต แต่สำหรับสายตาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรล้ำค่า... ที่นี่คือขุมทรัพย์มหาศาล!
"ฟางเซียน ระวังตรงนั้น พื้นมันลื่น..." จ้าวหยวนเดินนำหน้าคอยใช้มีดพร้าถางกิ่งไม้รกเรื้อเปิดทางให้
"หยุดก่อนค่ะ!" ฟางเซียนร้องเสียงหลง รีบดึงแขนเสื้อสามีไว้ทันที
จ้าวหยวนสะดุ้ง หันมามองด้วยความตกใจ "มีอะไร? เจอสัตว์พิษเหรอ!"
ฟางเซียนไม่ตอบ เธอรีบก้าวเข้าไปใกล้โคนต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ที่มีมอสส์สีเขียวชอุ่มขึ้นปกคลุม ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น มือเรียวเอื้อมไปแหวกพุ่มเฟิร์นป่าออก เผยให้เห็นรากไม้สีน้ำตาลเข้มรูปร่างประหลาดกลุ่มหนึ่ง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความดีใจ
"นี่มัน... โสมป่าอายุไม่ต่ำกว่าสิบปี!"
เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง โสมป่าในยุคนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หากนำออกไปขายในเมืองใต้ดินหรือร้านขายยาใหญ่ ย่อมได้ราคาที่เปลี่ยนฐานะครอบครัวยากจนให้กลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ ได้ในชั่วข้ามคืน!
จ้าวหยวนมองรากไม้หน้าตาประหลาดนั้นสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของภรรยา เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เห็นภรรยามีความสุข เขาก็พลอยยิ้มตามอย่างโง่งม
"เธอเก่งจริงๆ เลยฟางเซียน..." ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและรักใคร่ระคนทึ่ง
ฟางเซียนใช้ช้อนเหล็กเล็กๆ ที่แอบหยิบมาจากมิติลับค่อยๆ ขุดดินรอบรากโสมอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้รากฝอยเสียหายแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบและอบอุ่น มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเสียงนกป่าร้องประสานกัน
ทว่า ในขณะที่ปลายรากโสมเส้นสุดท้ายกำลังจะหลุดออกจากดิน ร่างกายของฟางเซียนก็พลันแข็งทื่อ ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของแพทย์บอกเธอทันทีว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองพวกเขาอยู่จากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องบน!
กรับ! กิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา
จ้าวหยวนขมวดคิ้วฉับ ดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังทันที มือหยาบกำด้ามมีดพร้าแน่น ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นในพริบตา "ใครน่ะ!" เขาตะโกนเสียงกร้าว
พุ่มไม้เบื้องหน้าสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างเงาสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ ขาดวิ่นจะก้าวออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งชวนขนลุกที่ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบลงฉับพลัน...
"ฮี่ๆๆ... ช่างตาถึงนักนะแม่สาวน้อย... ของป่าชิ้นนี้... เจ้าต้องแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
------------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านสำหรับการติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70"เสมอนะคะ)
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 5
สมุนไพรบนภูเขาทองคำ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!