เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนจานชามสังกะสีบนแคร่ไม้ไผ่สะเทือนไหว ร่างผอมเกร็งของป้าสะใภ้รองตระกูลหลินยืนค้ำหัวด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังตะกร้าสมุนไพรป่าสดๆ ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ขอบตาของนางแดงก่ำด้วยความโลภที่พุ่งทะลักจนปิดไม่มิด
"ฮี่ๆๆ... ช่างตาถึงนักนะแม่สาวน้อย... ของป่าชิ้นนี้... เจ้าต้องแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!" เสียงแหบพร่าของนางเอ่ยลอดไรฟัน พร้อมกับมือเรียวราวกับกรงเล็บเหยี่ยวที่เอื้อมพรวดหมายจะคว้าโสมคนป่าหัวย่อมๆ ที่หลินฟางเซียนเพิ่งขุดขึ้นมาจากมิติลับ
เพียะ!
เสียงฟาดหลังมือกระทบข้อมือดังสนั่น หลินฟางเซียนชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี มุมปากยกยิ้มหยันแต่มิได้ปริปากพูดสิ่งใด นางเพียงแค่ปัดฝุ่นตรงข้ามแขนเสื้อออกเบาๆ ท่าทีสงบนิ่งและเย่อหยิ่งเล็กน้อยของหญิงสาว ยิ่งทำให้ป้าสะใภ้รองปรีแตกจนหน้าดำคร่ำเครียด
"นังตัวดี! กล้าตีมือข้าหรือ! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ หลินฟางเซียน เจ้าแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าวไม่ทันไร ก็ลืมบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ตระกูลหลินเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตแล้วรึ!" ป้าสะใภ้รองแผดเสียงแหลมสูงจนชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านพักของจ้าวหยวนต้องชะביนฝีเท้า หันมามองด้วยความสนใจ
"บุญคุณ?" หลินฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างในวัยสิบเก้าปีจะยังดูผอมบาง แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากอดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งกลับทำให้ป้าสะใภ้รองชะงัก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ข้าวแดงแกงร้อนที่ท่านว่า คือข้าวต้มเจือจางน้ำเปล่าจนเห็นก้นชามเมื่อยามหน้าแล้ง หรือคือเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดวิ่นที่ข้าต้องใส่ซ้ำจนปะแล้วปะเล่ากันแน่คะ? หากจะพูดถึงเรื่องบุญคุณ เกรงว่าตระกูลหลินของท่านคงติดค้างหยาดเหงื่อแรงงานของข้ามาไม่น้อยทีเดียว"
"เจ้า... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้รองเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาดให้หายแค้น
ทว่า ยังไม่ทันที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะกระทบใบหน้า ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงนาพร้อมจอบในมือก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ทันควัน ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องมองไปยังหญิงสูงวัยด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้คำขู่คุกคามใดๆ ทว่ากลับทำให้ป้าสะใภ้รองเสียวสันหลังวาบจนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"บ้านของผม... ไม่ต้อนรับคนไม่มีมารยาท เชิญกลับไปเถอะครับ" จ้าวหยวนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่วางอำนาจในตัว ชายหนุ่มวางจอบลงเสียงดังจนพื้นดินสะเทือน
ป้าสะใภ้รองหน้าเสีย ถอยกรูดออกไปนอกรั้วพล Mพึมพำด่าทอด้วยความเจ็บใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังพวกหัวแข็ง! ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!"
เมื่อร่างของหญิงตัวแสบหายลับไปจากสายตา หลินฟางเซียนก็ถอนหายใจเบาๆ นางหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่กำลังมองนางด้วยความห่วงใย จ้าวหยวนยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำอุ่นให้ภรรยา พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่มักจะมีให้ภรรยาตัวน้อยเพียงคนเดียว "ดื่มน้ำก่อนเถอะ ดื่มดั้มจนเหนื่อยแล้วกระมัง"
"ขอบคุณค่ะพี่จ้าวหยวน" หลินฟางเซียนรับมาจิบเบาๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกของหญิงชาวบ้านคนหนึ่งก็ดังแหวกอากาศมาจากทางท้ายหมู่บ้าน
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยลูกฉันด้วย! อาเป่าหายใจไม่ออกแล้ว! ใครก็ได้ช่วยที!"
ร่างของป้าหลี่วิ่งหน้าตื่นอุ้มเด็กชายวัยราวเจ็ดขวบวิ่งตรงมาที่หน้าบ้านของพวกเขา ใบหน้าของเด็กน้อยเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงช้ำ มือเล็กๆ 2 ข้างกุมลำคอตัวเองแน่น ดวงตาเหลือกค้างด้วยความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ อาการเช่นนี้ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันคือภาวะทางเดินหายใจอุดตันอย่างเฉียบพลันจากสิ่งแปลกปลอมติดคอ!
"หลบหน่อยค่ะ!" หลินฟางเซียนไม่รอช้า นางทิ้งกระบอกน้ำในมือ พุ่งตัวเข้าไปรับร่างเด็กน้อยจากอ้อมแขนของป้าหลี่ที่กำลังเข่าทรุดร่ำไห้อย่างหมดแรงทันที
"คุณหมอ... ฮือ... ลูกฉัน... อาเป่าเป็นอะไรไป ฮือ..." ป้าหลี่ร่ำไห้จนแทบขาดใจ
"เด็กอมลูกอมกระด้างหรือของเล่นชิ้นเล็กแล้วมันหลุดไปติดหลอดลมค่ะ ป้าหลี่ตั้งสติก่อน! พี่จ้าวหยวน ช่วยตรึงขาและลำตัวเด็กคนนี้ให้นิ่งทีค่ะ!" หลินฟางเซียนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและมั่น
จ้าวหยวนพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขาเข้าไปช่วยจับร่างของเด็กชายให้นอนคว่ำลงบนตักของภรรยาอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง หลินฟางเซียนใช้วิธี *Back Blows* (การตบหลัง) โดยใช้สันมือกระแทกบริเวณสะบักทั้งสองข้างของเด็กอย่างแม่นยำและได้จังหวะแรงเหวี่ยงที่พอเหมาะ เพื่อดันอากาศที่เหลือในปอดให้ออกมาดันสิ่งแปลกปลอม
ปั๊ก! ปั๊ก! ปั๊ก!
เสียงกระแทกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน แต่เด็กน้อยยังคงส่งเสียงสำลักอึกอัก ใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำมากกว่าเดิม ป้าหลี่เห็นดังนั้นก็เป็นลมล้มพับไป ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของชาวบ้านที่เริ่มแห่กันมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก
"นังหนูฟางเซียนมันทำอะไรน่ะ! เด็กจะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่ตามหมออนามัย!" เสียงซุบซิบดังขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวาย
หลินฟางเซียนไม่สนใจเสียงรอบข้าง สมองของนางทำงานด้วยความเร็วสูง ภาวะนี้รุนแรงเกินกว่าวิธีพื้นฐาน นางพลิกตัวเด็กให้นอนหงายอย่างรวดเร็ว ใช้นิ้วมือเปิดปากเด็กออกเพื่อดูตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม พบว่ามันติดลึกเกินกว่าจะใช้นิ้วคีบออกได้ทันท่วงที ดวงตากลมโตเป็นประกายเด็ดเดี่ยว นางหยิบกระเป๋าผ้าใบเล็กที่ซ่อนเครื่องมือแพทย์ชิ้นสำคัญไว้ออกมา ภายในนั้นมีเข็มฝังเข็มสแตนเลสบริสุทธิ์ที่เบิกมาจากมิติลับ
มือเรียวบางจับเข็มเงินเล่มยาวด้วยความนิ่งสนิท ราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำๆ ปลายเข็มแวววาวสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่าย
"ฟางเซียน..." จ้าวหยวนมองภรรยาด้วยความกังวล แม้เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่นางทำ แต่เขารู้ว่าต้องเชื่อใจนาง
"เชื่อใจฉันค่ะ" หลินฟางเซียนเอ่ยเสียงหนักแน่น นางจรดปลายเข็มลงที่จุด *เหอกู่* (Hegu) และจุด *เหรินจง* (Renzhong) บนใบหน้าและมือของเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว ปราดเปรียวราวกับสายฟ้าแลบ ปลายเข็มหมุนพลิกด้วยเทคนิคการกระตุ้นลมปราณขั้นสูง เพื่อบังคับให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัวอย่างฉับพลัน
วิชาแพทย์แผนจีนโบราณผสานกับความรู้กายวิภาคศาสตร์สมัยใหม่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในปลายนิ้วของนาง!
ทันใดนั้น ดวงตาของเด็กน้อยที่เริ่มเหลือกลอยก็เบิกกว้างขึ้น กล้ามเนื้อที่เกร็งแข็งผ่อนคลายลงชั่วขณะ หลินฟางเซียนอาศัยจังหวะทองนั้นใช้นิ้วเกี่ยวเอาเศษลูกอมลูกกวาดแข็งที่ละลายไปครึ่งหนึ่งหลุดออกมาจากหลอดลมได้สำเร็จ!
แค๊กๆๆ! แฮ่ก... แฮ่ก...
เสียงสำลักดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจเฮือกใหญ่ที่สูบฉีดเข้าปอด เด็กชายตัวน้อยอ้าปากกอบโกยอากาศเข้าตัว ใบหน้าที่เคยเขียวคล้ำค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาด ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนที่เสียงร้องไห้งอแงจะดังลั่นแข่งกับเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของชาวบ้านรอบบริเวณ
ป้าหลี่ที่เพิ่งฟื้นได้สติรีบคลานเข้ามาโผกอดลูกชายแน่น ร่ำไห้โฮด้วยความตื้นตันใจ นางโขกศีรษะลงกับพื้นตรงหน้าหลินฟางเซียนสามครั้งติดๆ กัน "ขอบคุณค่ะ! คุณหมอหลิน! ขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายฉันไว้! ท่านคือพระผู้เป็นเจ้ากลับชาติมาเกิดแท้ๆ!"
หลินฟางเซียนรีบยื่นมือไปประคองป้าหลี่ให้ลุกขึ้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ไม่เป็นไรค่ะเด็กๆ เจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา คราวหลังต้องระวังอย่าให้แกอมของแข็งเล่นอีกนะคะ"
เหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไป ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับพร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงสงสัย กลายเป็นความศรัทธาและเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด จ้าวหยวนมองภรรยาคนสวยที่กำลังเก็บเข็มเงินเข้ากระเป๋าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นในอก ทั้งภูมิใจและหวงแหนยิ่งนัก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย เสียงย่ำเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางปากซอย พร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวหยวนเลือนหายไปทันที
"ใคร... กล้าดียังไงมาหาเรื่องคนของตระกูลสวีในหมู่บ้านนี้!"
หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ทันใดนั้น ดวงตาคู่สวยก็หรี่แคบลงเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตทหารเก่าๆ เดินนำหน้าชายฉกรรจ์อีกสี่คนตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขา และคนที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็คือ... ป้าสะใภ้รองคนเดิมที่เพิ่งถูกไล่ตะเพิดไปเมื่อครู่!
จ้าวหยวนก้าวออกมาบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ ร่างหนาตึงเครียดขึ้นทีละน้อย สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"ดูท่าทาง... ปัญหาชุดใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นสินะคะ..." หลินฟางเซียนกระซิบเบาๆ ข้างหูสามี มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า!
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 6
รักษาคนไข้รายแรก
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!