"เปรี้ยง!"
เสียงไม้เท้าหัวมังกรกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบอบอวล ท่ามกลางลานตากข้าวกลางหมู่บ้านที่ตอนนี้เงียบกริบราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อชายชราผมขาวโพลนในชุดผ้าไหมชั้นดีผู้มาเยือน ชี้ปลายนิ้วเหี่ยวย่นสั่นเทาไปยังร่างของจ้าวเฉียงและจ้าวไห่ที่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา
ดวงตาฝ้าฟางแต่ทอประกายคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสองพี่น้องตระกูลจ้าวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "บังอาจนัก! สุนัขรับใช้ที่บิดาข้าเคยเมตตาเลี้ยงไว้ เมื่อสิ้นบุญท่านอ๋อง พวกเจ้ากลับบังอาจยักยอกทรัพย์สินแถมยังกล้าเนรคุณ ไล่ทุบตีทายาทสายตรงเพียงเพื่อฮุบสมบัติรึ!"
หลินฟางเซียนยืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายไหววับ เธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย ในมิติลับของเธอ เวลานี้ตำราแพทย์แผนโบราณและพงศาวดารตระกูลใหญ่ถูกเปิดอ่านจนปรุแล้ว ความฉลาดและสัญชาตญาณของศัลยแพทย์สาขามือหนึ่งอย่างเธอ ไม่เคยปล่อยให้เบาะแสใดหลุดรอดไป ตั้งแต่แผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ของจ้าวหยวน ไปจนถึงป้ายหยกประจำตัวที่เธอแอบดึงมาจากตัวชายชราเมื่อคืนตอนแอบรักษาอาการพิษในมิติ
"ท่านปู่... ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ!" จ้าวเฉียงเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าสกปรก "พวกเรา... พวกเราแค่ดูแลตระกูลสาขาแทนคุณชายต่างหากเล่าขอรับ!"
"ดูแลรึ?" หลินฟางเซียนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนหัวลุก เธอเดินเข้าไปใกล้ร่างของสามีที่ยังคงมีสีหน้ามึนงง พลางใช้มือเรียวบางแตะลงบนบ่ากว้างเพื่อส่งผ่านพลังงานอุ่นๆ จากมิติลับเข้าสู่ร่างกายเขา "ดูแลด้วยการส่งพวกเขามารังควาน ขโมยใบสั่งยา และพยายามใส่ร้ายป้ายสีว่าสามีฉันเป็นโจรขโมยของป่าอย่างนั้นน่ะหรือคะ?"
ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงฮือฮากันเซ็งแซ่ สายตานับสิบคู่มองสลับระหว่างจ้าวหยวนผู้เงียบขรึมกับชายชราผู้สูงศักดิ์
"นั่น... นั่นมันท่านพ่อบ้านหลิวไม่ใช่หรือ? คนจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงนี่นา!" ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ริมวงล้อมอุทานออกมาเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ
ชายชราหรือพ่อบ้านหลิวผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมาประสานมือคำนับจ้าวหยวนด้วยความเคารพอย่างสูงสุด จนหลังแทบขนานกับพื้น "คุณชายใหญ่... โทษทีที่ข้ามาช้าเกินไป ทำให้ท่านต้องทนลำบากตรากตรำอยู่ในหมู่บ้านกันดารแห่งนี้ถึงเพียงนี้! เชิญท่านรับป้ายหยกประจำตัวคืนเถอะขอรับ ได้เวลาที่ตระกูลหลิวจะทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของท่านแล้ว!"
จ้าวหยวนขมวดคิ้วแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เขามองป้ายหยกสลักลายวิจิตรในมือของชายชรา สลับกับใบหน้าของภรรยาตัวน้อยที่ส่งยิ้มบางๆ ให้กำลังใจเขา ความทรงจำเลือนรางในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและเสียงกรีดร้องค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว
"ฉันบอกคุณแล้วอย่างไรคะ... สามี" หลินฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา ดวงตาคู่งามพินิจพิเคราะห์สามีด้วยความภูมิใจ "สามีของหลินฟางเซียน ไม่ใช่คนที่จะต้องก้มหัวให้ใครไปตลอดชีวิตหรอกนะคะ"
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับพลิฝ่ามือ เมื่อจ้าวหยวนเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยซื่อตรงและมีแต่ความเหนื่อยล้า กลับฉายแววดุดันและทรงอำนาจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด กลิ่นอายของความเป็นผู้นำแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนจ้าวเฉียงถึงกับผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
"ในเมื่อพวกมันกล้าทำลายข้าวของและใส่ร้ายภรรยาของฉัน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทุกคนเงียบกริบ "กฎของตระกูล... ควรสะสางอย่างไรดีล่ะพ่อบ้านหลิว?"
พ่อบ้านหลิวแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม "เรียนคุณชาย บ่าวพวกนี้บังอาจล่วงเกินนายท่านและฮูหยิน โทษสถานเบาคือโบกยี่สิบทีแล้วเนรเทศออกจากเขตอิทธิพลของตระกูลตลอดชีวิตขอรับ!"
สิ้นคำสั่ง เสียงร้องโหยหวนขอความเมตตาก็หลุดออกจากปากของสองพี่น้องตระกูลจ้าวทันที ทว่าไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ป้าสะใภ้ใจร้ายที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ถึงกับเป็นลมล้มพับไปเมื่อเห็นเหตุการณ์พลิกผันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ความโลภที่อยากฮุบสมบัติและกลั่นแกล้งสองสามีภรรยา บัดนี้ย้อนกลับมากลืนกินพวกมันจนไม่เหลือชิ้นดี
หลินฟางเซียนมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความรู้สึกโล่งใจเปราะหนึ่ง เธอปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น การล้างแค้นและทวงคืนความยุติธรรมเป็นเรื่องสะใจก็จริง แต่ท้องของเธอกับสามีในตอนนี้เริ่มส่งเสียงร้องประท้วงเสียแล้ว
เมื่อจัดการปัญหาเสร็จสิ้น หลินฟางเซียนก็ดึงแขนเสื้อสามีที่กำลังจะก้าวไปสั่งการต่อเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์
"เรื่องข้างนอกพอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะท่านสามี... วันนี้ฉันเก็บบังเหียนหมูป่าตัวอ้วนๆ มาจากในป่าลึกตอนไปหา,สมุนไพร แถมยังมีเห็ดหอมป่าสดๆ กับแป้งสาลีชั้นดีในมิติลับอีก..." นางเอกสาวกระซิบกระซาบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงเย้ายวน ชวนให้อดใจไม่ไหว "คืนนี้... ฉันจะทำเมนู 'หมูตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ' เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ราดบนข้าวสวยร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านให้พวกอิจฉาตาร้อนเล่น ดีไหมคะ?"
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศจีนที่หลินฟางเซียนแอบปรุงเตรียมไว้ล่วงหน้าในมิติลับ เริ่มโชยกรุ่นออกมาจากชายเสื้อของเธอเตะจมูกจ้าวหยวนเข้าอย่างจัง จนชายหนุ่มที่เพิ่งประกาศศักดาความเป็นนายท่านผู้ยิ่งใหญ่เมื่อครู่ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลืมเรื่องตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงไปชั่วขณะ
ทว่า ในวินาทีที่จ้าวหยวนกำลังจะโน้มตัวลงมาโอบกอดภรรยาด้วยความรักใคร่ สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับในชุดดำสนิทผู้หนึ่ง กำลังยืนอยู่บนหลังคาบ้านข้างๆ พร้อมกับโยนซองจดหมายปริศนาตกลงมาแทบเท้าของเขา...
ข้อความสั้นๆ บนกระดาษแผ่นนั้นทำเอาลมหายใจของว่าที่ผู้นำตระกูลใหญ่ถึงกับสะดุดกึก!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "อวี้ซินหมอยายุค 70" นะคะ
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 15
ความฉลาดคืออาวุธ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!