"กระดาษแผ่นนี้... เธอได้มาจากไหนกันแน่ ฟางเซียน?"
เสียงทุ้มต่ำของจ้าวหยวนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของโสมตังกุยตุ๋นยาจีน ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องมองแผ่นกระดาษในมือสลับกับใบหน้าเนียนใสของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มันคือตราประทับประจำตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง—ตระกูลที่ควรจะอยู่ไกลโพ้นจนคนชนบทอย่างพวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง
หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจัดเรียงสมุนไพรรากโสมป่าอายุหลายสิบปีลงในตะกร้าไม้ไผ่ ดวงตากลมโตฉายแววไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ นางแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทีเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจของภรรทำให้จ้าวหยวนรู้สึกราวกับว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่แค่ภรรยาชาวไร่ธรรมดา หากแต่เป็นเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดินที่กำลังเล่นสนุกกับโชคชะตา
"จะได้มาจากที่ไหนเล่าคะ ก็มาจาก 'ของฝาก' ที่ญาติผู้ดีตีนแดงของท่านทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเมื่อครั้งก่อนอย่างไรเล่า" หลินฟางเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย นางย่างสามขุมเข้าไปใกล้สามี ก่อนจะใช้นิเรียวเรียวดันแผ่นกระดาษนั้นให้พับเก็บลงในกระเป๋าเสื้อของเขาอย่างถือวิสาสะ "จำเอาไว้นะคะจ้าวหยวน สามีของอวี้ซินหมอผู้นี้ไม่มีทางเป็นแค่คนปลูกผีเผือกไปวันๆ แน่นอนค่ะ วันนี้... ได้เวลาที่เราสองคนจะเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไปเปิดหูเปิดตา และไป 'ทวง' สิ่งที่ควรจะเป็นของเราคืนมาบ้างแล้ว"
คำว่า 'เข้าสู่ตัวเมือง' ในยุคปี 70 ไม่ใช่เรื่องง่าย การเดินทางต้องอาศัยเกวียนเทียมวัวของลุงเฒ่าเฟิงประจำหมู่บ้านที่มีกลิ่นอายสาบโคลนและกลิ่นฟางข้าวคละคลุ้ง สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาสีทองอร่ามที่รวงข้าวโน้มตัวลงต่ำเพราะแบกรับความสมบูรณ์ของฤดูเก็บเกี่ยว ลมหนาวระลอกแรกพัดโชยมาปะทะผิวแก้ว ทำให้หลินฟางเซียนต้องกระชับผ้าพันคอไหมพรมเนื้อนุ่มที่นางแอบดึงออกมาจากมิติลับให้แน่นขึ้น
จ้าวหยวนนั่งเคียงข้างนางบนเกวียนโยกเยก มือหนาหยาบกร้านคอยประคองเอวบางของภรรยาไว้ไม่ให้สะเทือนตามแรงกระแทกของล้อเกวียน แม้เขาจะกังวลเรื่องสถานการณ์การค้าขายในตลาดมืดและปมปริศนาจากกระดาษแผ่นนั้น แต่สัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่มาจากตัวของหลินฟางเซียนก็ทำให้จิตใจที่พายุโหมกระหน่ำสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"ฟางเซียน... ตลาดมืดในอำเภอช่วงนี้เข้มงวดมาก เจ้ามั่นใจหรือว่าสมุนไพรโสมป่าล็อตนี้จะผ่านตาพวกสารวัตรกาลบ้านเมืองไปได้?" จ้าวหยวนกระซิบถามข้างหูภรรยา ขณะที่เกวียนเริ่มเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตชุมชนหนาแน่นขึ้น บ้านเรือนอิฐสีเทาและกำแพงสูงตระหง่านปรากฏให้เห็นเป็นระยะ
"ความมั่นใจของฉันมีมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ" หลินฟางเซียนยิ้มมุมปาก นางตบกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่บรรจุโสมป่าคุณภาพเยี่ยมและยาสมานแผลสูตรโบราณที่ปรุงขึ้นจากมิติลับ "จำไว้นะคะพี่หยวน ของดีมักมีราคาแพง และคนที่มีเงินในยุคนี้ไม่ได้มีแค่พวกสหายผู้ทรงเกียรติ แต่คือพวกพ่อค้ากระเป๋าหนักที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ได้ 'ชีวิต' และ 'ความอ่อนเยาว์' กลับคืนมาต่างหากล่ะคะ"
เมื่อเกวียนจอดเทียบท่าที่จุดพักนอกตลาด หลินฟางเซียนและจ้าวหยวนก็ก้าวเท้าเข้าสู่ตรอกซอกซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนใส่เสื้อผ้าสีทึบเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สายตาสอดส่องระแวดระวังเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ทว่า สำหรับหลินฟางเซียนแล้ว ที่นี่คือ 'สนามล่าสมบัติ' ชั้นยอด!
เป้าหมายของพวกเขาคือร้านขายยาแผนจีนเก่าแก่ชื่อ "เป่าเหอทัง" ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนสายรอง แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรมตามยุคสมัย แต่กลิ่นอายของสมุนไพรโบราณที่โชยออกมาจากบานประตูไม้เก่าๆ นั้นบอกให้รู้ว่า เจ้าของร้านจะต้องเป็นผู้มีความรู้และมีสายตาเฉียบคมในการมองหาของล้ำค่าอย่างแน่นอน
ทันทีที่สองสามีภรรยาผลักประตูกิ๊กก๊อกเข้าไป เสียงกระดิ่งทองเหลืองก็ดังขึ้นเบาๆ กลิ่นอายของรากโสม ชะเอม และเปลือกส้มจี๊ดตีเข้าจมูกทันที ชายชราเครางามยาวสลวยสวมแว่นตากรอบทองกำลังก้มหน้าก้มตาบดสมุนไพรอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็ง เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาฝ้าฟางแต่ทว่าเฉียบคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้า
"พ่อหน้าร่างใหญ่กับแม่สาวน้อย... พวกเธอไม่ใช่คนแถวนี้สินะ ต้องการซื้อยาบำรุงเลือดลม หรือว่า..." สายตาของเถ้าแก่เฒ่าหยุดชะงักลงเมื่อหลินฟางเซียนค่อยๆ เปิดปากผ้าใบในมือออก ชั่วพริบตานั้น... กลิ่นหอมบริสุทธิ์ ชุ่มฉ่ำ ล้ำลึก ของรากโสมป่าภูเขาฉางไป๋อายุกว่าห้าสิบปีก็พวยพุ่งกระจายไปทั่วทั้งร้าน!
มือเหี่ยวย่นของเถ้าแก่เฒ่าสั่นเทาเล็กน้อย เขาวางสากบดลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ก๊อก' ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน สมุนไพรระดับนี้... เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายๆ มาหลายปีแล้ว!
"เถ้าแก่คะ... โสมป่าต้นนี้ พอจะทำให้ท่านสนใจเจรจาธุรกิจกับพวกเราสักหน่อยไหมคะ?" หลินฟางเซียนแย้มรอยยิ้มพราย น้ำเสียงใสกังวานเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทว่าก่อนที่เถ้าแก่จะทันได้เอ่ยปากรับคำ บานประตูหน้าร้านก็ถูกผลักกระแทกอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น!
ร่างสวมชุดทหารสีเขียวมะกอกและปลอกแขนแดงของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก้าวพรวดพราดเข้ามา พร้อมกับเสียงตะคอกก้องที่ทำเอาบรรยากาศในร้านเย็นเยียบลงทันที—"หยุดตรงนั้น! ห้ามใครขยับ! ร้านนี้ถูกตรวจสอบเรื่องการค้ากำไรเกินควรแล้ว!"
หลินฟางเซียนหรี่ตาลงรอยยิ้มบนมุมปากยังไม่ทันจางหาย จ้าวหยวนก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนของชายชาติทหาร ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของหัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่รัฐที่เดินนำหน้าก็กวาดมาสบเข้ากับใบหน้าของจ้าวหยวนเข้าอย่างจัง!
ร่างของนายทหารยศนายร้อยคนนั้นถึงกับแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ก่อนที่เขาจะอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดมาจากปากของคนคุมกฎ—"ทะ... ท่านแม่ทัพ... ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสนุกสนานนี้นะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 16
การเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!