“ประกาศิตจับกุมอะไรกัน พูดจาเหลวไหล!”
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวของจ้าวหยวนดังลั่นเรือนไม้เก่าครึ้ม ขัดจังหวะความตื่นตระหนกของเด็กหนุ่มผู้ส่งข่าวที่หอบหายใจจนตัวโยนจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
หลินฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว สมองของอดีตศัลยแพทย์สาขาวิชาการแพทย์ฉุกเฉินประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าในเสี้ยววินาที ประกาศิตจับกุม? ในยุคเจ็ดศูนย์ที่การเมืองและการปกครองยังมีความเข้มงวดและเต็มไปด้วยการตรวจสอบเช่นนี้ การมีชื่อติดประกาศจับย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ยิ่งบ้านของพวกเขาเป็นเพียงชาวนาตีนเปล่าที่วันๆ งอกับดินกินกับข้าว ยิ่งไม่มีเหตุผลใดเลยที่ทางการจะต้องส่งคนมาจับกุม... เว้นเสียแต่ว่า เป้าหมายที่แท้จริงจะไม่ใช่เธอ แต่เป็น 'ความลับ' บางอย่างในอดีตของสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงคนนี้ต่างหาก!
“พี่จ้าวหยวน! ผมไม่ได้โกหกจริงๆ นะครับ!” เด็กหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกจนน้ำตาเล็ด คว้าแขนเสื้อของจ้าวหยวนไว้แน่น “หัวหน้าหมู่บ้านพาคนจากกองรักษาความปลอดภัยคอมมิวน์มาด้วยตัวเองเลยนะ แถมยังมีทหารจากกองกำลังสำรองถือปืนไรเฟิลครบมือเดินตามมาเป็นพรวน พวกเขากำลังเดินเลี้ยวเข้าเขตลานบ้านเราแล้ว!”
สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันรอบตัวก็พุ่งสูงขึ้นทันที ใบหน้าคมเข้มของจ้าวหยวนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำดุจก้นหม้อ กรามขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัด ร่างกายกำยำขยับมายืนบังหน้าหลินฟางเซียนไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานหนักแผ่ซ่านไอความปกป้องออกมาอย่างชัดเจน
ฟางเซียนแอบมองแผ่นหลังนั้น หัวใจที่เคยเต้นระส่ำด้วยความตกใจกลับค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด ภายใต้สถานการณ์วิกฤตที่คนส่วนใหญ่ต่างตัวสั่นงันทับถมด้วยความกลัว สามีบ้านไร่ที่คนอื่นมองว่าไร้อนาคตคนนี้ กลับเลือกที่จะกางปีกปกป้องภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านมาได้ไม่นานโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“พี่จ้าวหยวน... อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามค่ะ” ฟางเซียนเอื้อมมือเรียวไปแตะท่อนแขนแข็งแกร่งของเขาเบาๆ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดจนแข็งเป็นหิน เธอส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความมั่นใจไปให้ “สติค่ะ ทางมาเราต้องตั้งรับ ไม่ใช่พุ่งชน ช1นดะเหมือนควายธนู พวกเขามาเพื่ออะไร เดี๋ยวออกไปดูก็รู้เรื่องเอง”
จ้าวหยวนก้มลงมองภรรยา ดวงตาคมกริบฉายแววซับซ้อน ทั้งตกใจในความใจนิ่งผิดวิสัยของสตรีตัวเล็กๆ และรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ในยามที่ภัยมาถึงตัว หญิงสาวหลายคนคงกรีดร้องตีอกชกตัวหรือโทษสามีไปแล้ว แต่หลินฟางเซียนกลับมีแววตานิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมา นางก็ยังมียาดีเตรียมรับมือได้ทุกสถานการณ์
ปัง!
เสียงถีบประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว ประตูบ้านที่ผุพังตามกาลเวลาเกือบจะหลุดออกจากบานพับ ร่างท้วมของหัวหน้าหมู่บ้านเฉินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าอวบอูมบูดบึ้งหยิ่งผยอง ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแต่งกายสีเขียวขี้ม้าสองนายเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเย็นชา
“จ้าวหยวน! หลินฟางเซียน! พวกแกกล้ามากนะ!” หัวหน้าหมู่บ้านเฉินตะคอกลั่น กวาดสายตามองไปรอบบ้านด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ซ่อนตัวอยู่ในรูหนูนี้คิดว่าจะรอดพ้นจากกฎหมายรึไง! ทางการได้รับรายงานมาว่า บ้านของพวกแกแอบลักลอบค้าขายของเถื่อน ผิดกฎระเบียบของคอมมิวน์ และที่สำคัญ...”
เฉินก้าวเข้าไปใกล้ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วสะบัดพรึบ “ที่สำคัญ... มีหมายจับกุมตัวอาชญากรหลบหนีคดีอาฉกรรจ์ ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานตรงกับคนในบ้านหลังนี้!”
บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันที อุณหภูมิลดฮวบจนรู้สึกได้
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นางกวาดสายตามองกระดาษหมายจับในมือของหัวหน้าหมู่บ้านเฉินแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นของปลอม หรืออย่างน้อยก็เป็นหมายจับที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งคนตระกูลจ้าว ลายมือบนกระดาษยังใหม่สด หมึกยังไม่แห้งสนิทดีด้วยซ้ำ!
“หัวหน้าหมู่บ้านเฉิน พูดจาระวังปากด้วยนะคะ” ฟางเซียนก้าวออกมาจากด้านหลังของจ้าวหยวน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามี น้ำเสียงใสแต่กังวานและทรงพลังไร้ความหวาดกลัว “บ้านเรายากจนข้นแค้น ข้าวในหม้อแทบจะไม่มีกรอกหม้ออยู่รอมร่อ เอาปัญญาที่ไหนไปลักลอบค้าขายของเถื่อน? หรือถ้าท่านบอกว่าพวกเราเป็นอาชญากร... กรุณาเอาหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดง ไม่ใช่ใช้กระดาษแผ่นเดียวที่เขียนขึ้นมาลวกๆ มากล่าวหาคนบริสุทธิ์!”
เจ้าหน้าที่รัฐนายหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าหัวหน้าหมู่บ้านเฉินด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย ท่าทีที่สง่างาม เด็ดเดี่ยว และคำพูดคำจาที่มีเหตุมีผลของหลินฟางเซียน ทำให้ความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวหาลดฮวบลงครึ่งหนึ่งทันที
หัวหน้าหมู่บ้านเฉินหน้าเสีย ปะทะคารมไม่ออกไปชั่วขณะด้วยไม่คิดว่าอดีตคุณหนูตกยากหรือหญิงสาวชาวนาคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ เขาแค่น่นเสียงฮึดฮัดด้วยความโมโห “นังปากดี! กล้าเถียงเจ้าหน้าที่รึ! ค้นบ้าน! ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ฉันไม่เชื่อหว่ามันจะไม่มีหลักฐานซุกซ่อนอยู่!”
เจ้าหน้าที่สองนายพยักหน้ารับ เตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องนอนของทั้งคู่
จ้าวหยวนขยับตัววูบ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับเสือร้ายที่กำลังปกป้องถิ่น อาการกลั้นโทสะทำให้เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกร๊อบ หากพวกมันกล้าล้ำเส้นเข้าไปแตะต้องข้าวของหรือลวนลามภรรยาแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องติดคุกหัวโตเขาก็ไม่ลังเลที่จะซัดพวกมันให้หมอบคาตีน
“หยุดก่อนค่ะ!”
เสียงหวานกังวานของฟางเซียนดังขึ้นอีกครั้ง นางยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปขวางหน้าเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่เคลือบด้วยความเย็นชา
“พวกท่านเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและผดุงความยุติธรรม ไม่ใช่สุนัขรับใช้ที่ใครอยากให้ไปกัดใครก็วิ่งไปตามคำสั่ง!” ฟางเซียนจ้องมองหัวหน้าหมู่บ้านเฉินด้วยสายตาราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงความคิดสกปรกในหัว “ถ้าท่านอยากค้นบ้านนัก... เชิญค่ะ! แต่ถ้าค้นแล้วไม่พบอะไรเลย... ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเฉิน ต้องกราบขอขมาสามีฉันสามครั้งกลางลานหมู่บ้าน กล้าไหมล่ะคะ?”
“เหลวไหล! แก...” หัวหน้าหมู่บ้านเฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด และทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารม จ้าวหยวนที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดก็ก้มลงมองภรรยา ดวงตาคมเข้มที่เคยเต็มไปด้วยความดุดันและระแวดระวัง บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนโยน ความซาบซึ้ง และความเคารพอย่างลึกซึ้ง
เขาไม่เคยคิดเลยว่า... ภรรยาตัวน้อยที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงภาระที่ครอบครัวบังคับให้รับมาดูแล จะกล้าหาญ ยืนหยัด และปกป้องศักดิ์ศรีของเขาด้วยสมองและวาจาที่คมคายถึงเพียงนี้
มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียม เอื้อมไปกุมมือเรียวนุ่มของฟางเซียนไว้แน่นโดยไม่สนสายตาใคร แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดออกมาทางผิวสัมผัส เป็นการบอกกล่าวอย่างเงียบงันว่า— *ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะมีอะigerผาดโผนแค่ไหน เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด*
ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี เห็นประกายไฟบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในดวงตาคู่นั้น เป็นประกายความมุ่งมั่น ความเชื่อใจ และความรักที่ลึกซึ้งจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
“ฟางเซียน...” จ้าวหยวนกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอ “ปล่อยให้พวกเขาค้นไป... เพราะฉันซ่อน ‘ของสำคัญที่สุด’ เอาไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว”
ฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ยודยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามอะไร จ้าวหยวนก็ดึงมือนางให้ถอยไปอยู่ด้านหลังอีกครั้ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฟางเซียนเคยเห็นมา
“อยากค้นนักใช่ไหม? เชิญ” จ้าวหยวนผายมือออกอย่างใจเย็น “แต่ถ้าพวกคุณค้นไม่เจออะไร... เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดีก็แล้วกัน!”
*ครืนนน...*
สิ้นเสียงของจ้าวหยวน ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยแจ่มใสอยู่ชั่วครู่ กลับพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน สายลมพัดโชยกลิ่นอายความหนาวเหน็บเข้ามาในห้อง และพร้อมๆ กันนั้นเอง... เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อ 'จ้าวหยวน' ด้วยความร้อนรน ก็ดังแว่วมาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน ราวกับมีตัวตนปริศนาผู้ยิ่งใหญ่กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมมานะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 9
จ้าวหยวนเริ่มเปลี่ยนไป
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!