"ถอยไปนะ! พวกแกกล้าดียังไงมาใช้อำนาจบาทใหญ่ในบ้านของชาวบ้านตาดำๆ แบบนี้!"
เสียงตวาดแหลมสูงของป้าหวังดังลั่นทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา จนหลินฟางเซียนที่กำลังจัดระเบียบขวดเข็มฉีดยาในมิติลับถึงกับชะงักมือ นางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวสองคนที่อ้างตัวว่าเป็น "คณะกรรมการตรวจสอบความประพฤติ" หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็นเมื่อถูกหญิงสูงวัยในหมู่บ้านรุมล้อมเข้าประชิดตัวพร้อมไม้กวาดและตะหลิว
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ฟางเซียนสวนกลับไปด้วยประโยคเชือดเฉือน ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนไปไม่เป็น พวกเขาไม่ได้เตรียมรับมือกับเมียชาวไร่ที่สายตาดุจดั่งคมมีดผ่าตัดเช่นนี้ ยิ่งเห็นชาวบ้านเริ่มแห่กันมามุงดูเพราะเสียงโวยวายของป้าหวังที่วิ่งไปตามคนครึ่งหมู่บ้านมาช่วย สถานการณ์จึงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาไม่ถึงชั่วยาม
"ตำรวจนอกรีต! ไหนล่ะใบตราตั้ง! ไหนล่ะหนังสือจากอำเภอ!" ป้าหวังผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากค้าระดับเซียนในหมู่บ้านตบสะโพกฉาดใหญ่ พ่นน้ำลายลงพื้นอย่างดูแคลน "ทำมาเป็นอ้างเบื้องบน ที่แท้ก็พวกอันธพาลกุ๊ยข้างถนนที่รับเศษเงินจากบ้านรองหลินมาใช่ไหม! คิดว่าพวกฉันคนบ้านนอกจะดูไม่ออกรึไง!"
หลินฟางเซียนก้าวเท้าออกมาจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเรียบเนียน นางสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีหม่นสะอาดตา ทว่าท่าทางกลับสง่างามราวกับคุณหญิงตระกูลใหญ่หลุดออกมาจากภาพวาด รัศมีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติทำให้ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงอื้ออึงเงียบเสียงลงทันที
"ในเมื่อพวกท่านอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับก้องกังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ นางเดินเข้าไปใกล้ชายร่างใหญ่ที่เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "ดิฉันในฐานะหมอประจำหมู่บ้าน ย่อมยินดีให้ตรวจสอบเสมอค่ะ แต่ก่อนอื่น... ช่วยควักกระเป๋าเสื้อด้านในออกมาก่อนดีไหมคะ ว่าตกลงแล้วพวกท่านพก 'ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่' หรือพก 'ซองกระดาษสีแดง' ที่ยัดเงินสินบนกันแน่"
สิ้นคำพูดของนาง ชาวบ้านต่างฮือฮากันยกใหญ่ สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังกระเป๋าเสื้อของชายคนดังกล่าวที่มีรอยตุงของซองกระดาษโผล่อออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่ากลางวัน ชายทั้งสองหน้าถอดสี รีบถอยกรูดลนลานก่อนจะวิ่งหนีหายลับไปในกลีบเมฆท่าเสียงโห่ไล่และก้อนดินที่ป้าหวังปาตามหลังไปติดๆ
ความโกลาหลสงบลงอย่างรวดเร็ว แต่ชื่อเสียงของหมอหญิงหลินฟางเซียนกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วข้ามคืน
ตกบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง หน้าบ้านของตระกูลจ้าวก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ไม่ใช่เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทเหมือนเช่นเคย แต่เป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านข้างเคียงที่เดินเท้ากันมานับสิบคน บางคนหิ้วไข่ไก่มาครึ่งตะกร้า บางคนถือฟักทองลูกโต หรือแม้แต่แป้งข้าวโพดห่อเล็กๆ เพื่อมาต่อคิวรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
"คุณหมอหลินเจ้าคะ... ข้าปวดเอวปวดหลังมาหลายปี ไปหาหมอที่สถานีอนามัยอำเภอก็จ่ายแต่ยาแก้ปวดเม็ดกลมๆ มากินจนตัวบวมหมดแล้ว ช่วยดูให้ข้าทีเถอะนะจ๊ะ" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง
ฟางเซียนยิ้มรับอย่างอ่อนโยน นางผายมือเชิญให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่จ้าวหยวนเพิ่งเหลาเสร็จหมาดๆ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ไม่ห่าง คอยจัดระเบียบแถวและต้อนรับผู้มาเยือนด้วยใบหน้าขรึมข่าย ทว่าแววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความภาคายและประกายความรักล้นปรี่
"อาการปวดเอวของป้าเกิดจากความชื้นสะสมในไขข้อค่ะ เดี๋ยวฉันฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ชุดหนึ่ง พร้อมกับจ่ายยาจีนต้มสูตรพิเศษรับรองว่าไม่เกินสามวันอาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอนค่ะ" ฟางเซียนกล่าวอย่างมั่นใจ นางหยิบเข็มเงินสะอาดเอี่ยมออกมาจากมิติลับอย่างรวดเร็วโดยอาศัยจังหวะที่ผู้คนกำลังสนใจการจัดเตรียมสมุนไพร มือเรียวบางลงเข็มอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
เสียงร้องด้วยความประหลาดใจดังขึ้นเบาๆ เมื่อหญิงวัยกลางคนรู้สึกถึงกระแสความอุ่นวาจวิงแล่นพล่านไปตามแผ่นหลัง อาการปวดตึงที่เคยเกาะกุมมานานนับปีคลายตัวลงราวกับปาฏิหาริย์
"โอ้โห! ฝีมือราวกับเทวดามาโปรดจริงๆ ด้วย! หมอหลินเก่งกว่าหมอประจำอำเภอเสียอีก!" เสียงอุทานชื่นชมดังระงมไปทั่วบริเวณ ข่าวลือเรื่องความสามารถอันไร้เทียมทานของหมอหญิงแห่งหมู่บ้านหงซิงแพร่สะพัดออกไปไกลราวกับติดปีก ผู้คนต่างบอกต่อกันปากต่อปาก จนกระทั่งโพล้เพล้ หน้าบ้านของพวกเขาก็ยังคงมีคนมารอต่อคิวไม่ขาดสาย
ในขณะที่การรักษาคนไข้ดำเนินไปอย่างคึกคัก ภายในห้องครัวหลังบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "ไก่ผัดพริกแห้งเสฉวน" ที่ผสมผสานกับความหอมมันของหมูสามชั้นตุ๋นหน่อไม้แห้งก็เริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณรั้วบ้าน จ้าวหยวนแอบเข้ามาดูภรรยาเป็นระยะด้วยความห่วงใย กลัวว่านางจะเหนื่อยล้าจากการตรวจคนไข้ติดต่อกันหลายชั่วโมง
"พักสักครู่ก่อนดีไหมครับ เซียนเซียน... คนไข้ชุดสุดท้ายเพิ่งกลับไปเองนะ" จ้าวหยวนเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นสะอาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากเนียนให้ภรรยาอย่างเบามือ
ฟางเซียนพิงกายซบกับอกแกร่งของสามีอย่างออดอ้อนเล็กน้อย นางสูดกลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวเขา พลางหัวسเบาๆ ในลำคอ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่หยวน วันนี้พวกเราได้ทั้งค่ารักษาที่เป็นพืชผล และยังได้ชื่อเสียงกลับมาอีกด้วย ต่อไปนี้รับรองว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเราจะไม่ขาดแคลนอะไรอีกแน่นอนค่ะ"
นางผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นเมื่อนึกถึงยอดเงินในใจและการขยายกิจการในอนาคต การหารายได้ในยุค 70 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับศัลยแพทย์อัจฉริยะเช่นนาง ขอแค่มีฝีมือและความเด็ดขาด เงินทองและชีวิตที่ดีงามย่อมวิ่งเข้าหาเองอย่างแน่นอน
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความสำเร็จอันหอมหวาน เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงในยามวิกาล
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจ้าวหยวนที่แววตาเปลี่ยนเป็นคมกราบขึ้นมาทันที ชายหนุ่มก้าวไปเปิดประตูรั้วออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดผ้าไหมเก่าคร่ำคร่า เนื้อตัวมอมแมมคล้ายคนเดินทางไกลมาแรมเดือน กำลังหอบหายใจรวยรินอยู่ตรงธรณีประตู
"ช่วย... ช่วยชีวิตนายท่านของข้าด้วย..." ชายชราเอ่ยเสียงสั่นพร่า ก่อนจะทรุดฮวบลงหมดสติคาเท้าของจ้าวหยวน พร้อมกับหีบไม้สักขนาดเล็กที่ตกกระทบพื้น ฝาหีบแง้มออกเล็กเผยให้เห็นประกายสีเขียวมรกตล้ำค่าที่สะท้อนแสงไฟตะเกียงวับแวม
อวี้ซินหมอยายุค 70 ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 13
รวยด้วยฝีมือไม่ใช่โชคช่วย
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!