เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 19

สัญญาณเตือนภัย

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าขยับมืออีกแค่ครึ่งมิลลิเมตร ข้อมูลในนี้จะกลายเป็นแค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์... คีริน คุณช่วยทำตัวให้มันเป็นประโยชน์กว่าการยืนเกะกะเป็นเสาไฟฟ้าได้ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาภายใต้แว่นขยายตัวจิ๋วนั้นสั่นไหวด้วยความกดดัน เธอตรึงสมาธิอยู่กับเฟืองขนาดจิ๋วที่ซ้อนทับกันอยู่ภายในเรือนนาฬิกาพกโบราณ เบื้องหน้าของเธอไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่มันคือหีบสมบัติที่บรรจุความลับซึ่งอาจสั่นคลอนรากฐานของเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา คีรินที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานเหล็กกล้าอยู่ไม่ห่าง ขยับกายเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา เขาไม่ได้ถอยห่างอย่างที่เธอคาดหวัง ตรงกันข้าม... เขากลับก้มลงมากระซิบข้างใบหู จนเส้นผมของเขาไล้ไปตามผิวแก้มของเธออย่างแผ่วเบาและจงใจ "ถ้าเสาไฟฟ้าต้นนี้จะทำให้คุณรินสมาธิหลุด... ผมก็ยินดีจะเป็นคนอื่นที่ทำให้คุณคลั่งกว่านี้ครับ" รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือของเธอหยุดกึกชั่วขณะ ก่อนจะหมุนไขควงปากแบนขนาดจิ๋วไปอีกหนึ่งองศา เสียง 'คลิก' เบาๆ ดังขึ้นในความเงียบงัน มันคือเสียงสวรรค์ท่ามกลางความตึงเครียด ข้อมูลชุดสุดท้ายถูกถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขดิจิทัลที่ฉายขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตข้างๆ ในทันที "เสร็จแล้ว" เธอถอนหายใจยาว พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนล้า คีรินไม่รอช้า เขาคว้าแท็บเล็ตไปดูข้อมูลที่เพิ่งปรากฏขึ้น ดวงตาคมกริบของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนกวาดมองข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แววตาที่เคยว่างเปล่าจะเริ่มมีความหมายขึ้นมาทีละน้อย ความทรงจำที่กระจัดกระจายเริ่มต่อจิ๊กซอว์เข้าหากันอย่างรุนแรงจนเขาต้องมือสั่น "คนทรยศไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่มันคือคนในหน่วยงานที่ส่งผมไปตาย" เขาแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูน่าเวทนาและเย็นยะเยือกในคราวเดียวกัน "รินรดา คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟที่ลุกโชนขนาดไหน?" "ฉันรู้ดีกว่าใครค่ะ" รินรดาหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาสีเข้มของเธอฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน "และถ้านี่คือสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเรากำลังจะถูกตามล่า ฉันก็พร้อมจะรื้อนาฬิกาทั้งโลกเพื่อหาทางแก้แค้น... ไม่ใช่เพื่อคุณ แต่เพื่อความสงบสุขที่ฉันควรจะได้คืนมา" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าแค่ความแค้น เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาว ดึงรั้งให้เธอลุกขึ้นมายืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน "ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะที่ผมเป็น 'ชิ้นส่วน' ที่สำคัญที่สุดในแผนการของคุณ เรามาทำข้อตกลงกันไหม?" คีรินไล้นิ้วโป้งบนหลังมือของเธออย่างนุ่มนวล ทว่าสายตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ "ถ้าเราผ่านเรื่องนี้ไปได้ โดยที่ผมยังไม่ตาย... ผมจะเลิกปากเสีย แล้วจะยอมให้คุณทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ" "รวมถึงการยอมให้ฉันถอดชิ้นส่วนสมองคุณออกมาดูว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่าคะ?" เธอประชดประชัน หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก แต่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย "รวมถึงเรื่องนั้นด้วยครับ" เขาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "รวมถึงเรื่องที่ผม... คลั่งไคล้คุณจนจะบ้าตายตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าด้วย" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่บาดลึกทำให้รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นกำแพงสูงตระหง่านกำลังถูกความอบอุ่นจากคนตรงหน้าพังทลายลงอย่างช้าๆ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำจนน่าใจหาย เสียงระเบิดเบาๆ จากประตูด้านหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับแสงสีแดงที่สาดส่องผ่านรอยแยกของประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ คีรินสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะกระชากแขนรินรดาให้หมอบลงต่ำหลังโต๊ะทำงานเหล็ก "มันมาเร็วกว่าที่คิด... ธันวาไม่ได้มาแค่คนเดียว" คีรินหยิบปืนที่ซ่อนไว้ออกมา เช็คกระสุนด้วยความชำนาญ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน สายตาของนักล่าที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่ตนรักจนตัวตาย "รินรดา ฟังผมนะ ถ้าเราออกไปจากตรงนี้ไม่ได้... สิ่งที่อยากพูด ผมขอพูดตอนนี้เลย" เขายังพูดไม่จบ ประตูเหล็กกล้าที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งก็ถูกแรงกระแทกจากภายนอกจนบานพับหลุดกระเด็น ธันวาเดินนำกลุ่มชายชุดดำเข้ามาในห้อง ท่ามกลางควันไฟและกลิ่นดินปืนที่อบอวลไปทั่ว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของศัตรูที่รินรดาเกลียดชังที่สุด "นึกว่าหนูจะซ่อนตัวได้นานกว่านี้เสียอีกนะ... รินรดา" ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่ตัวเลขบนแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะ "ข้อมูลนั่น... ส่งมันมา แล้วฉันจะปรานีชีวิตของเธอ" คีรินลุกขึ้นยืนบดบังร่างของรินรดาไว้มิด ปืนในมือเล็งตรงไปยังจุดตายของธันวา ทว่าในจังหวะที่มือสังหารคนหนึ่งแอบอ้อมไปด้านหลังของพวกเขา รินรดาก็คว้าเอาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักขึ้นมา... มันไม่ใช่ปืน แต่เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่เธอซุ่มทำไว้สำหรับเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ เธอกดปุ่มลงไปพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น "ปรานีเหรอคะ? ฉันว่าเรามาดูกันดีกว่าว่าระหว่างชีวิตของคุณกับความลับของธนาคารกลาง... อะไรจะพังลงก่อนกัน" ทันทีที่เสียงของเธอขาดหายไป เสียงไซเรนจากรถตำรวจนับสิบคันก็ดังสนั่นขึ้นจากรอบทิศทาง แสงไฟสีฟ้าแดงสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนห้องสว่างวาบ แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคีรินและรินรดาต้องชะงักไปพร้อมกัน คือเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากทางด้านหลังของธันวา... บุคคลที่พวกเขาไม่คิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ คนคนนั้นก้าวพ้นเงามืดออกมา... พร้อมกับปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของคีริน! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาในห้วงเวลาอันระทึกขวัญนี้กับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%