เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 18

ความหึงหวงที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“มือที่ถือดอกกุหลาบของคุณน่ะ... ระวังหนามมันจะบาดจนเลือดซิบนะครับ ถ้าไม่รู้ว่าควรวางไว้ที่ตรงไหน” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของร้านนาฬิกา ทำให้บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและทองเหลืองกลับคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดัน รินรดาชะงักมือที่กำลังใช้ปากคีบขนาดเล็กจัดวางเฟืองชิ้นจิ๋ว เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์ลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเกินความจำเป็น ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางด้านหลังที่ ‘ช่างซ่อมนาฬิกาหนุ่มความจำเสื่อม’ ของเธอกำลังยืนกอดอกพิงผนังด้วยแววตาที่เหมือนพร้อมจะกระชากคอเสื้อใครสักคนได้ทุกวินาที “คีริน... ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายืนกดดันลูกค้าแบบนั้น” รินรดาปรามเสียงเรียบ แต่ไม่ได้ละสายตาจากแขกผู้มาเยือนที่ดูท่าทางจะไม่ได้มาเพียงเพื่อซ่อมนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่สวมอยู่ “ผมไม่ได้กดดัน” คีรินตอบเสียงขุ่น นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ช่อกุหลาบสีแดงสดในมือชายแปลกหน้า “แค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะคนที่ ‘ดูแล’ ร้านนี้อยู่ ว่าที่นี่ไม่รับจัดดอกไม้” ชายแปลกหน้าหัวเราะร่วน เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้นอีกนิด ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้รินรดา “ผมชื่อภาคินครับคุณรินรดา เห็นว่าคุณกำลังตามหาอะไหล่หายากชิ้นหนึ่งอยู่ ผมบังเอิญมีคนรู้จักที่พอจะช่วยได้... ถ้าคุณยอมสละเวลาไปดื่มกาแฟกับผมสักหน่อย” รินรดาวางปากคีบลงบนถาดรอง เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ทว่าดังก้องในความรู้สึกของคนในห้อง เธอหรี่ตามองภาคินอย่างประเมิน ความงามระดับที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวหลังแบบเธอมีหรือจะไม่รู้ว่านี่คือ ‘การจีบ’ ที่แฝงมาด้วยเจตนาอื่น แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ คีรินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอเสียก่อน ฝ่ามือหนาของคีรินวางลงบนขอบโต๊ะเคาน์เตอร์ โอบกั้นรินรดาไว้ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างถือวิสาสะ กลิ่นอายความหวงก้างของเขามันชัดเจนเสียจนรินรดาใจเต้นรัวด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย “งานซ่อมของผมยังไม่เสร็จ และคุณรินรดาก็ไม่ว่างไปไหนทั้งนั้น” คีรินเน้นคำว่า ‘ผม’ และ ‘รินรดา’ ด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนแทบจะเป็นคำสั่ง “ส่วนเรื่องอะไหล่... ถ้าคุณมีจริงก็นำมาวางไว้ที่นี่ ถ้าไม่มี ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ ร้านผมเปิดรับเฉพาะคนที่มาซ่อมนาฬิกา ไม่ใช่เปิดรับคนมาหาเรื่องขายขนมจีบ” “หึงเหรอครับ?” ภาคินยักคิ้ว ถามด้วยท่าทางยียวน “หรือว่าคุณไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่เป็นแค่... คนเฝ้าบ้านที่หวงของเล่นชิ้นโปรด?” คำว่า ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ทำเอาคีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุกมากกว่าขบขัน เขาก้มหน้าลงไปใกล้ใบหูของรินรดาจนเธอรู้สึกถึงไอร้อนจากลมหายใจของเขา ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน “ริน... บอกเขาสิว่าฉันเป็นใคร บอกให้เขารู้หน่อยว่าฉันไม่ใช่แค่ ‘คนเฝ้าบ้าน’” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอหันไปสบตากับคนดื้อรั้นที่กำลังใช้เสน่ห์และความหึงหวงกดดันเธอแบบไม่เกรงใจใคร ความซึนเดเระที่เธอพยายามสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าว เมื่อเห็นประกายตาที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรงของคีริน “เขาเป็น ‘เด็กดื้อ’ ที่ฉันจ้างมาช่วยงานค่ะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าจงใจเน้นคำว่า ‘เด็กดื้อ’ พร้อมกับหันไปสบตากับคีรินที่ดูจะชะงักไปเล็กน้อย “และเขาก็เป็นคนที่มีมารยาทน้อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาด้วย เพราะฉะนั้น... คุณภาคินคะ ถ้าไม่มีอะไหล่ที่ว่า ก็เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ” ภาคินมองทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มที่เริ่มหุบลง เขาวางช่อกุหลาบลงบนเคาน์เตอร์อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับทิ้งทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาความเย็นเยียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง “หวังว่าคุณจะซ่อม ‘หัวใจ’ ตัวเองได้ทันเวลา ก่อนที่สิ่งที่คุณปกป้องอยู่นี้จะพังพินาศเพราะความลับที่ปิดบังไว้นะครับ รินรดา” เมื่อเสียงประตูกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมการจากไปของภาคิน ความเงียบงันก็เข้าครอบงำ คีรินยังคงยืนอยู่ในท่าเดิม เขาก้มลงมาใกล้รินรดาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในอกถูกระบายออกมาผ่านสายตาที่วาวโรจน์ “เด็กดื้อเหรอ?” เขาถาม พลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบสัมผัสกัน “งั้นคงต้องแสดงให้ดูแล้วล่ะว่าเด็กดื้อคนนี้ทำอะไรได้มากกว่าแค่ยืนเฝ้าร้าน” “คีริน... ถอยออกไปนะ” รินรดาสั่งแม้ใจจะเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ “ไม่ถอย” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่ามั่นคง “และถ้าครั้งหน้ามันมาอีก ฉันจะไม่แค่ออกปากไล่... แต่ฉันจะทำให้มันรู้ว่าคนในร้านนี้มี ‘เจ้าของ’ แล้ว และเจ้าของคนนี้ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสมบัติของตัวเอง” เขาก้มลงมาใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินรดาสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวของเขา หรือบางทีอาจจะเป็นหัวใจของเธอเองที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเขา แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูด้านหลังห้อง—ทางเข้าลับที่เชื่อมต่อกับทางหนีไฟ—ก็ดังขึ้นอย่างแรงและรวดเร็ว พร้อมกับเสียงของคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ “รินรดา! อย่าเปิดประตู! ธันวามันรู้ที่อยู่พวกคุณแล้ว!” สิ้นเสียงนั้น รินรดาเบิกตากว้าง คีรินผละออกจากเธอทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มที่หึงหวงกลายเป็นนักสืบที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความตายอีกครั้ง ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาในห้วงเวลาอันระทึกขวัญนี้กับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%