เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 17

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกครั้ง ฉันจะเอาไขควงเบอร์ศูนย์ขันน็อตติดตายรองเท้าคู่นั้นของคุณเสียให้อยู่หมัดนะคะ, คุณคีริน" เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของรินรดาไม่ได้เจือแววขบขันเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยที่ปกติมักจะบรรจงคีบจักรกลเรือนทองราคาแพง บัดนี้กำลังกำด้ามปืนพกกระบอกเล็กกระชับมั่น ซ่อนอยู่หลังมุมผนังอิฐมอญเปลือยของเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดินที่ฝุ่นละอองลอยคลุ้ง แสงไฟจากหลอดนีออนสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เชิดรั้นและเต็มไปด้วยความตื่นตัว คนถูกพาดพิงหันมามองด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกผิดหรือรู้สึกระ1รื่นดี คีรินในยามนี้ไม่ได้มีมาดของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนผู้สุขุมเยือกเย็นเหลืออยู่เลยสักนิด เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่หลุดลุ่ยเพราะผ่านการวิ่งหนีตายมาครึ่งค่อนคืนยิ่งขับเน้นให้ไหล่กว้างนั้นดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีกในสายตาของช่างซ่อมนาฬิกา—หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของลูกน้องธันวาที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที "ผมไม่ได้สะดุดขาตัวเองครับ... เอ่อ, ดิฉันหมายถึง ฉันไม่ได้สะดุด" คีรินแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นดวงตากลมโตที่หรี่มองมาอย่างคาดโทษ "แต่พื้นมันลื่นต่างหากล่ะคะ หรือพูดอีกอย่าง... คุณเป็นห่วงฉันเหรอ ถึงได้คอยระวังหลังให้อยู่แบบนี้?" รินรดาแทบอยากจะกรอกตาเป็นเลขแปดให้มันรู้แล้วรู้รอด ปากเสียไม่เข้าเรื่อง ยามวิกาลกระสุนปลิวว่อนแบบนี้ยังมีอารมณ์มาหยอดคำหวานเลี่ยนหู เธอยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งหมับหนึ่งด้วยความหมั่นไส้จนอีกฝ่ายสะดุ้ง "ห่วงหัวสิคะ! ฉันกลัวคุณล้มแล้วเสียงดังจนพวกมันลากเราไปยิงทิ้งต่างหาก เลิกพูดมากแล้วเตรียมตัวตามแผน... นับสามแล้วแยกย้าย" แผนการที่พวกเขาเพิ่งร่างกันสดๆ ร้อนๆ บนโต๊ะทำงานรกๆ เต็มไปด้วยฟันเฟืองนาฬิกานั้นบ้าบิ่นสิ้นดี ในเมื่อธันวาต้องการตัวคีรินเพื่อเอาคืนข้อมูลลับที่สูญหาย ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากวงล้อมนี้ไม่ใช่การหนีหัวซุกหัวซุน แต่เป็นการตลบหลังให้สุนัขล่าเนื้อของอีกฝ่ายวิ่งชนกันเองในเขาวงกตใต้ดินแห่งนี้ "หนึ่ง..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าหัวใจกลับเต้นโโคมครามไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคีรินที่เอื้อมมากุมมือเธอไว้แน่น ร ิมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางเบาอย่างท้าทายในความมืด "สอง..." คีรินกระซิบตอบ เสียงนุ่มทุ้มนั้นชิดริมใบหูจนเธอรู้สึกวูบวาบแปลกๆ "ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้... คุณต้องยอมให้ฉันจีบแบบจริงจังเสียทีนะคะ ช่างนาฬิกาคนสวย" "สาม!" สิ้นเสียงนับ รินรดาก็ดีดตัวพุ่งออกไปทางซ้ายพร้อมกับลั่นไกใสถังน้ำมันเก่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดจำลองจากควันพรางตาที่เธอเตรียมไว้ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ กลุ่มควันสีเทาทึบพวยพุ่งบดบังทัศนียภาพจนฝั่งของธันวาแตกตื่นโกลาหล เสียงตะโกนโวยวายและเสียงฝีเท้าวิ่งชนกันชุลมุนดังขึ้นตามคาด "เฮ้ย! มันอยู่ทางนั้น! ตามไป!" ในจังหวะที่ความสนใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่กลุ่มควันทางซ้าย คีรินก็พุ่งตัวออกไปทางขวาตามแผน ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเงียบเชียบราวดิ่งพยัคฆ์ เขาอาศัยความมืดและเหลี่ยมมุมของเสาปูนเข้าประชิดตัวลูกน้องคนสนิทของธันวาที่แยกตัวออกมาคนเดียวได้อย่างรวดเร็ว หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ปลายคางจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่โอกาสได้ส่งเสียงร้อง รินรดาที่วิ่งตามมาติดๆ เหลתมองผลงานของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนด้วยแววตาชื่นชมที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเรียบเฉย เธอเตะปืนที่หลุดมือศัตรูออกไปไกลก่อนจะหันมาพยักหน้าให้คีรินเป็นเชิงบอกว่า *'เยี่ยม'* "เห็นไหมคะ? ฉันบอกแล้วว่าฝีมือยังใช้ได้" คีรินยักคิ้วหลิ่วตาให้เธออย่างกวนประสาท แม้เหงื่อจะซูมเต็มกรอบหน้าแต่รอยยิ้มนั้นกลับพราวเสน่ห์เสียจนคนมองเผลอใจเต้นแรง "แบบนี้พอลดสถานะจาก 'ตัวภาระ' เป็น 'คนรู้ใจ' ได้หรือยังล่ะคะ" "อย่ามาเพ้อเจ้อค่ะ งานยังไม่จบ" รินรดาแกล้งทำเป็นเชิดหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เธอรีบก้มลงค้นวิทยุสื่อสารจากกระเป๋าเสื้อของร่างไร้สติบนพื้นเพื่อดักฟังความเคลื่อนไหวของธันวา "เงียบก่อน... ฟังนี่สิคะ" เสียงจากวิทยุสื่อสารซ่าปะปนกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยของธันวา ดังลอดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด *(‘พวกแกกำลังทำบ้าอะไรอยู่! แยกย้ายกันหาให้ทั่ว มันต้องยังอยู่แถวโซนซ่อมบำรุงชั้นล่างสุดนั่นแหละ... ใครเจอตัวก่อน ฉันมีรางวัลให้ไม่อั้น!’)* รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน โซนซ่อมบำรุงชั้นล่างสุดคือทางตันที่ไม่มีทางออกอื่นนอกจากประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกล็อกตายด้วยรหัสผ่านสี่หลัก พวกมันกำลังต้อนพวกเขาให้จนมุมโดยสมบูรณ์ "ทางตัน..." คีรินพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างใช้ความคิด ก่อนมุมปากจะกระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ในทางตัน... มักจะมีซอกหลืบที่พวกมันมองข้ามเสมอจริงไหมคะ?" ช่างซ่อมนาฬิกาหันขวับไปมองเขา ทันใดนั้นสมองอันปราดเปรียวก็ทำงานสอดประสานกันอย่างรวดเร็ว เธอจำได้ทันทีว่าผังโครงสร้างของอาคารนี้เชื่อมต่อกับท่อระบายอากาศเก่าที่ทะลุไปยังร้านขายของช่างทองฝั่งตรงข้าม "คุณนี่มัน..." รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก แววตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน "หัวดีใช้ได้นี่คะ... งั้นก็ตามมาค่ะ อย่าให้พวกมันรู้ตัวล่วงหน้าล่ะ" ทั้งคู่ก้าวเดินอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งตรงสู่เป้าหมายโดยปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความตื่นเต้นระทึกใจและสัมผัสจากมือที่ยังคงกุมกระชับกันไว้ตลอดทางที่คอยย้ำเตือนว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับอันตรายนี้เพียงลำพัง ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดฝาครอบท่อระบายอากาศ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดวาบเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่หยุดกักบริเวณทางเดินนั้นไว้อย่างแน่นหนา *(‘เจอตัวแล้ว! อยู่ตรงนั้น!’)* เสียงตะโกนก้องพร้อมกับลำกล้องปืนหลายกระบอกที่เล็งตรงมายังแผ่นหลังของทั้งคู่ทำให้ลมหายใจสะดุดกัก คีรินดึงร่างบางเข้ามาหลบด้านหลังของตนเองทันทีอย่างปกป้อง พร้อมกับที่รินรดาตวัดสายตากลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยือกเย็น ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกุดลงไม่ใช่เพราะปืนนับสิบกระบอกตรงหน้า แต่เป็นร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ก้าวออกมาจากแถวหน้า พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก—คนที่เธอคิดมาตลอดว่าไม่มีทางเหยียบย่างมาถึงที่นี่ในคืนนี้ "เก่งมาก... ทั้งสองคน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ธันวาป้องปากหัวسเบาๆ "เล่นซ่อนหาพอสนุกหรือยังล่ะคะ... คุณช่างนาฬิกาคนสวย" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาในห้วงเวลาอันระทึกขวัญนี้กับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%