เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 3

กฎสามข้อในบ้านหลังเล็ก

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กระดาษโน้ตสีเหลืองสะท้อนแสงแผ่นหนึ่งถูกแปะไว้บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขา ลายมือตวัดหวัดแกมประชดประชันระบุข้อความไว้ชัดเจนว่า *‘กฎสามข้อ ถ้าทำไม่ได้ เชิญออกไปนอนหน้าบ้านค่ะ’* คีรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับร่างบางของรินรดาที่กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ใบหน้าหวานบึ้งตึง ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและถือดีราวกับแมวป่าพร้อมข่วนทุกเมื่อที่เขาเข้าใกล้เกินรัศมีปลอดภัย "ข้อแรก..." รินรดาเริ่มเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอยกนิ้วเรียวขึ้นมานับทีละข้อ "ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของฉัน โดยเฉพาะห้องทำงานชั้นบน... ถ้าฉันเห็นคุณแอบย่องขึ้นไปแตะต้องเครื่องมือซ่อมนาฬิกาแม้แต่ชิ้นเดียว ฉันจะโยนข้าวของของคุณลงถังขยะหน้าปากซอยทันที" "ข้อสองล่ะครับ?" คีรินแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความขบขันระคนเจ้าเล่ห์ จงใจทิ้งน้ำหนักเสียงทุ้มนุ่มในคำว่า 'ครับ' เพื่อกวนประสาทคนตรงหน้าโดยเฉพาะ รินรดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ความแสบคันของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนผู้นี้คือสิ่งที่เธออยากจะใช้ค้อนตอกตะปูเคาะหัวเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ "ข้อสอง... ห้ามเดินแก้ผ้าหรือแต่งตัวล่อแหลมเดินเพ่นพ่านในบ้านหลังนี้เด็ดขาด ที่นี่คือเซฟเฮาส์ ไม่ใช่รีสอร์ตส่วนตัวริมหาด กรุณาใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง!" "อืม ข้อนี้เสียหายหนักนะรินรดา..." คีรินแสร้งถอนหายใจยาวนาน ทำท่าทางครุ่นคิดราวกับมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "การแต่งตัวตามสบายในบ้านตัวเองมันผิดกฎหมายข้อไหนเหรอครับ หรือว่าคุณกลัวว่าจะ... ทนมองหุ่นผมไม่ได้จนต้องเผลอใจใส่?" "คุณคีริน!" รินรดาแหวเสียงหลง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษ "อย่ามาหลงตัวเองให้มากนักนะคะ! ฉันแค่ไม่อยากให้อาหารตาอัปมงคลมาทำให้บ้านฉันแปดเปื้อนต่างหากเล่า!" คีรินไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย เขากลับก้าวเท้าเข้าหาอีกหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่บดบังรัศมีแสงไฟจากเพดานจนเงาของเขาทาบทับร่างบางเอาไว้มิดชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามาชวนให้หัวใจของช่างสาวเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงจนแทบไม่มีช่องว่าง นัยน์ตาคมกริบของอดีตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทอดมองลงมาด้วยความลุ่มลึก ความซับซ้อนในแววตาคู่นั้นวาบผ่านรวดเร็วจนรินรดาจับ1ความรู้สึกแทบไม่ทัน "แล้วข้อสุดท้ายล่ะ... ข้อสามคืออะไร คนสวย?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยฉับไวในการคำนวณกลไกนาฬิกากลับชะงักงันราวกับเฟืองหลุดร่อง "ข้อ... ข้อสาม..." เธอพยายามดึงสติกลับมาแล้วผลักอกแกร่งออกห่าง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน "ข้อสามคือ ห้ามตั้งคำถามกวนประสาท และต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉันอย่างไร้เงื่อนไข!" "ข้อนี้ยากที่สุดเลยนะ..." คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อเข้มงวดสายตาลงมาสบกับดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว "เพราะผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง... คือไม่ชอบเชื่อฟังใคร ยิ่งถ้าเป็นคนสวยๆ ปากแข็งอย่างคุณด้วยแล้ว ผมยิ่งอยากลองฝ่าฝืนดูสักตั้ง" รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่ความหน้ามึนของคนตรงหน้า แต่ทว่า... *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นรัวลงในเสี้ยววินาที รินรดาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากอ้อมแขนแกร่งทันที ส่วนคีรินหรี่ตาลง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตานักสืบที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความระแวดระวังกลับคืนสู่ร่างอีกครั้งในพริบตา ไม่มีการพูดคุยใดๆ เพิ่มเติม คีรินคว้าแขนเรียวของรินรดาแล้วดึงหลบเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ครัวทันที นิ้วแกร่งแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบกริบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงเงี่ยหูฟังเสียงภายนอกอย่างตั้งใจ ก่อนที่เสียงเคาะประตูสามครั้งจะดังขึ้น... ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่หมุนเปิดเข้ามาอย่างไร้ซึ่งมารยาท! รหัสผ่านประตูสี่หลักถูกกดปลดล็อกอย่างแม่นยำจากด้านนอก... ทั้งที่รินรดาไม่เคยบอกรหัสนี้ให้ใครรู้มาก่อนเลยสักคนเดียว! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปในความลับกับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%