เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 2

ชื่อที่ไม่มีใครรู้จัก

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ปืนกระบอกนี้เป่าสมองคุณกระจุย ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ เสียเถอะค่ะ” รินรดากระซิบเสียงต่ำ แววตาของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ปลายกระบอกปืนพกขนาดเล็กจ่อตรงเข้าที่หว่างคิ้วของชายแปลกหน้าที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาบนโซฟาหนังเก่าคร่ำในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและโลหะ กลิ่นอายของความตายที่ลอยมากับลมพัดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ด ทำให้บรรยากาศภายในเซฟเฮาส์ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่ถูกคุกคามกะพริบตาถี่ๆ สติที่ยังไม่เข้าที่ทำให้เขามองเห็นภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่ความคมชัดของดวงตาคู่สวยที่จ้องเขม็งมาทางเขานั้นดูราวกับจะกรีดลึกเข้าไปในความทรงจำที่หายไป เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบที่ท้ายทอย ราวกับมีใครเอาค้อนปอนด์มาฟาดเข้าที่หัวอย่างแรง “คุณ... เป็นใคร” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่คำถามเชิงหาเรื่อง แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าหดหู่ “แล้วผม... ผมชื่ออะไร” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก “ชื่อเหรอคะ? สำหรับคนประเภทคุณ ชื่อมีไว้ก็แค่ให้คนอื่นหาตัวเจอได้ง่ายขึ้นเท่านั้นแหละค่ะ ไม่รู้สิคะ ดีแล้ว... บางทีการเป็นคนไร้ชื่ออาจจะทำให้อายุยืนกว่าเดิมก็ได้” เธอไม่ได้ลดปืนลง มือของเธอที่ประคองอาวุธนั้นนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น แม้ความรู้สึกข้างในจะสับสนปนเป แต่ท่าทีภายนอกของเธอกลับดูร้ายกาจเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกร คีรินพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วร่าง แต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้ สายตาที่เคยว่างเปล่ากลับเริ่มมีความคมกริบฉายแววขึ้นมาทีละน้อย แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่สัญชาตญาณในร่างกายมันกรีดร้องบอกว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และผู้หญิงคนนี้... ไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ใช่เพื่อนที่ไว้ใจได้ “ถ้าผมจำไม่ได้ แล้วคุณล่ะ... จำผมได้ไหม” เขาถามพลางขยับตัวเข้าใกล้ปลายกระบอกปืนอย่างบ้าบิ่น “คนที่กล้าเอาปืนจ่อหัวคนแปลกหน้าในที่มืดๆ แบบนี้ คงไม่ใช่คนธรรมดาหรอก จริงไหม?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม “อยากตายเร็วขึ้นหรือไงคะ?” “ผมอาจจะตายก็ได้ ถ้าคุณไม่ยิง” คีรินแสยะยิ้มที่มุมปาก ท่าทีดื้อรั้นนั้นทำเอารินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือออกไปแตะที่ปลายกระบอกปืนช้าๆ ไม่มีความกลัวฉายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ “แต่ผมพนันได้เลยว่า ถ้าคุณอยากให้ผมตายจริง คุณคงยิงผมทิ้งตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่ลืมตาขึ้นมามองหน้าคุณแล้ว” บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาที่รินรดาเพิ่งซ่อมเสร็จเดินติ๊กๆ อยู่บนโต๊ะทำงาน เธอกัดริมฝีปากแน่น เคมีที่มองไม่เห็นบางอย่างกำลังหมุนวนอยู่ระหว่างทั้งคู่ ทั้งความรำคาญใจที่อีกฝ่ายดื้อรั้นเกินไป และความน่าหลงใหลที่ทำให้เธอไม่อยากทำลายทิ้ง “คุณมันก็แค่เครื่องจักรพังๆ ที่รอวันถูกกำจัด” รินรดาลดปืนลงช้าๆ แต่ยังไม่ยอมเก็บมันเข้าที่ “ฟังให้ดีนะคะ ถ้าคุณไม่อยากเป็นศพอยู่กลางกองอะไหล่นาฬิกาของฉัน ก็อย่าได้ถามหาชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองจนกว่าฉันจะอนุญาต” “งั้นเรียกผมว่าอะไรก็ได้สิ” คีรินขยับตัวลงจากโซฟา ความสูงของเขาทำเอาพื้นที่ในห้องแคบลงถนัดตา เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงาน “สมมติว่า... ที่รัก ดีไหมครับ?” รินรดาสะอึก เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดเริ่มรวนเร เธอผลักอกเขาออกเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน! ฉันบอกแล้วไงว่าให้เงียบ!” “ถ้าผมเงียบ แล้วคุณจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังไหม?” เขาเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจัง ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามา “ผมจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง แต่ผมกลับรู้สึกคุ้นเคย... คุ้นเคยกับกลิ่นน้ำมันเครื่องพวกนี้ และคุ้นเคยกับแววตาเกลียดชังที่ดูซ่อนความห่วงใยไว้ลึกๆ ของคุณ” รินรดานิ่งงันไป คำพูดนั้นแทงใจดำจนเธอพูดไม่ออก เธอพยายามจะหันหลังหนีเพื่อหยิบเครื่องมือ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้อง เสียงฝีเท้าที่จังหวะสม่ำเสมอและทรงพลัง... ไม่ใช่ฝีเท้าของคนหลงทาง แต่มันคือฝีเท้าของมือสังหาร “ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ” รินรดากระซิบเสียงเยียบเย็น ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ทั้งๆ ที่สถานการณ์ตรงหน้าแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย คีรินมองไปที่ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดล็อกแน่นหนา เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือการตามล่าที่เขากำลังหนีมาโดยตลอด ร่างกายของเขาขยับไปยืนขวางหน้าหญิงสาวโดยอัตโนมัติ ราวกับเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกในกระดูก "ถ้าพวกเขามาเพื่อผม" คีรินกระซิบเบาๆ พลางคว้าไขควงเหล็กกล้าจากบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้แทนอาวุธ "คุณมีทางหนีหลังร้านใช่ไหม?" "มี" รินรดาตอบสั้นๆ ขณะที่มือของเธอเอื้อมไปหยิบระเบิดควันขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชัก "แต่ฉันไม่ชอบหนีใครหน้าไหนทั้งนั้น" ปัง! เสียงถีบประตูไม้ดังสนั่นจนบานพับแทบกระเด็นหลุดออกมา พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามา แต่ทว่า... เมื่อแสงไฟจากทางเดินสาดเข้ามา รินรดากลับเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่สี่ที่ก้าวตามหลังมา เขาสวมสูทเนี้ยบกริบ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ ธันวา... ชายที่ตามล่าคีรินจนแทบพลิกแผ่นดิน—แต่ในมือของเขากลับถือสิ่งของบางอย่างที่ทำให้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี "ของชิ้นนี้... คงเป็นของสำคัญของ 'คนรักเก่า' ของคุณสินะ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบพลางชู 'นาฬิกาพกเรือนทอง' ที่มีรอยร้าวตรงหน้าปัดขึ้นมา "คีริน... แกคิดจริงๆ เหรอว่าความจำที่หายไป จะทำให้แกหนีความจริงเรื่อง 'วันนั้น' พ้น?" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปในความลับกับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%