กลิ่นสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าสำหรับคีรินแล้ว กลิ่นที่ชัดเจนที่สุดในโสตประสาทเวลานี้กลับเป็นกลิ่นคาวเลือดที่เคลือบอยู่ปลายลิ้น
เขากำลังใช้ปลายนิ้วกดขมับตัวเองแน่นจนข้อต่อสีขาวโพลน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แสงไฟนีออนสลัวภายในห้องซ่อมนาฬิกายามวิกาลกะพริบไหวราวกับมันกำลังจะดับลงตามลมหายใจที่ติดขัดของเขา ในห้วงความคิดที่ควรจะว่างเปล่าเนื่องจากอาการความจำเสื่อม กลับถูกรุกรานด้วยภาพตัดปะอันบ้าคลั่ง—เสียงคำรามของเครื่องยนต์ เสียงกรีดร้องของโลหะที่บดเข้าหากัน และภาพของกระสุนปืนนัดหนึ่งที่เจาะทะลุกระจกหน้ารถ ท่ามกลางหยาดฝนสีแดงฉาน
"คุณคีรินคะ ถ้าจะทำนาฬิกาพกของฉันพังคามือล่ะก็ กรุณาเดินออกไปตายให้พ้นจากหน้าร้านของฉันก่อนค่ะ"
เสียงใสแต่เฉียบคมราใบมีดโกนของรินรดาดังขึ้น พร้อมกับเสียงวางคีมปากจิ้งจอกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *กริ๊ก* ร่างบางในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาประชิด เธอหรี่ตามองเขาด้วยความไม่สบอารมณ์ ทว่าเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าซีดเผือดของชายหนุ่ม แววตาแข็งกร้าวก็วูบไหวไปชั่วขณะ
"หน้าซีดเป็นไก่ต้ม... หรือว่าพิษไข้จากความทรงจำบ้าๆ ของคุณมันกำลังเล่นงานอีกแล้วคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีเยιชา เธอเอื้อมมือจะแตะหน้าผากเขาเพื่อวัดไข้
ทว่าคีรินกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แรงบีบนั้นรุนแรงจนรินรดานิหน้าด้วยความเจ็บ แต่นัยน์ตาคมกริบของเขาที่มองมาในเสี้ยววินาทีนั้น... ไม่ใช่สายตาของคีรินผู้ดื้อรั้นและชอบต่อปากต่อคำกับเธออีกต่อไป แต่มันคือสายตาของ 'นักล่า' ที่กำลังประเมินระยะกระสุนปืน
"อย่าเข้ามา... ริน" เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากของเขา มันไม่ใช่การห้ามปรามธรรมดา แต่เป็นคำสั่งที่สั่นเทา "คุณไม่เข้าใจ... หน้าที่ของผม... มันไม่ใช่แค่การนั่งซ่อมกลไกบ้าๆ นี่... ฉัน... ฉันเคยฆ่าคนมาแล้วรินรดา"
รินรดานิ่งงั้น หัวใจกระตุกวูบ ภาพความดุดันและท่าทีระแวดระวังตัวราวกับสัญชาตญาณดิบที่คีรินแสดงออกมาในยามคับขัน มักจะสร้างเครื่องหมายคำถามให้เธอเสมอ แต่ครั้งนี้... มันดิบเถื่อนและชัดเจนจนน่ากลัว
"แล้วไงคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมถอยหนีแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เธอบีบมือข้างที่ว่างเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกความมั่นคง "คุณจะเป็นใครในอดีต จะเคยจับปืนหรือฆ่าใครมา... ตอนนี้คุณก็เป็นแค่คนไข้ความจำเสื่อมที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาห้องใต้หลังคาของฉัน และถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนผีเห็นซากแบบนี้ ฉันนี่แหละค่ะที่จะเป็นคนหยิบประแจฟาดหัวคุณให้สลบคาที่เอง!"
คำขู่ที่เจือความแสบคันและดุดันในแบบฉบับของช่างซ่อมนาฬิกาสาว ทำให้มุมปากของคีรินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ฝืนทนแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น เขาหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม
"คุณนี่มัน... ใจเด็ดเป็นบ้าเลยริน" คีรินผ่อนแรงบีบที่ข้อมือเธอลง แต่เปลี่ยนเป็นฝ่ายกุมมือเรียวนั้นไว้แน่นเสียเอง ความอุ่นจากฝ่ามือของเธอแผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของเขากลับมาทีละน้อย "ผมจำมันได้แล้ว... บางส่วน... ธันวาไม่ได้แค่ตามหาเบาะแส... แต่มันกำลังรอให้ผมเดินกลับไปติดกับดักที่ผมเป็นคนสร้างขึ้นเอง"
ภาพในหัวของคีรินฉายชัดขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกเรือนเก่าบนโต๊ะทำงานดังขึ้น *ติ๊ก... ติ๊ก...* แต่ในโสตประสาทของเขากลับเป็นเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา หน้าที่ของเขาในอดีตคือการกำจัดเสี้ยนหนามขององค์กรเงา และตอนนี้... เงานั้นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เซฟเฮาส์แห่งนี้ทุกที
รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววเจ็บปวดแต่เด็ดเดี่ยว เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในอกลงไป ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในช่องท้อง มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตระหนักรู้ว่า... ผู้ชายคนนี้กำลังเอาชีวิตรอดเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง และบางที สิ่งนั้นอาจจะมีเธอรวมอยู่ด้วย
"ถ้ามันกล้าก้าวเข้ามาในร้านของฉัน..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น แววตาดุดันฉายประกายความอำมหิตอย่างไม่ยอมแพ้ใคร "ฉันก็จะใช้เลื่อยตัดเหล็กต้อนรับมันให้สาสมเหมือนกันค่ะ!"
คีรินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา ความอบอุ่นไหล뢰เข้าสู่หัวใจที่ด้านชา เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธอจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดที่อันตรายแต่หอมหวานทำให้รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ขอบคุณนะริน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปาก "ที่ยอมให้คนอันตรายอย่างผม—"
*ปัง!*
เสียงกระจกหน้าต่างชั้นล่างแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาในความมืดอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว
คีรินดึงรินรดาเข้ามาชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาที พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักปืนพกสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างไร้รอยต่อ นัยน์ตาดุดันเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในทันที
"มันมาแล้ว..." คีรินกระซิบชิดใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัว "และดูเหมือนว่า... มันจะพาแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาต้อนรับเราถึงเตียงเลยล่ะค่ะ"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาในห้วงเวลาอันระทึกขวัญและอบอวลด้วยเคมีอันร้อนระอุนี้กับเหมยฮวาแรกแย้มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 12
ความทรงจำที่แลกด้วยลมหายใจ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!