ปลายกระบอกเหล็กเย็นเฉียบที่แนบอยู่ตรงหว่างคิ้วไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยยิ้มมุมปากของคนที่ถือมันอยู่เลยค่ะ รินรดาผ่อนลมหายใจออกทางจมูกอย่างช้าๆ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังตีรัวราวกับกลองเพลให้กลับมาเป็นปกติ แม้ประสาทสัมผัสทุกส่วนจะกรีดร้องเตือนอันตราย แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววท้าทายอย่างไร้ความหวาดกลัว
“ถ้าเหนี่ยวไกตอนนี้ ช่างซ่อมนาฬิกามือหนึ่งอย่างเธอคงไม่ได้ซ่อมอะไรอีกไปตลอดกาลนะรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าโมโหเอ่ยขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของเซฟเฮาส์ คีรินในยามนี้ไม่ได้มีสภาพของคนความจำเสื่อมที่เดินเซไปเซมาเหมือนวันแรกอีกแล้ว ดวงตาคมกริบ couped คู่นั้นฉายประกายดุดันและเฉียบคมราวกับพยัคฆ์ที่ตื่นจากการหลับใหล ทว่าลึกซึ้งและร้อนรุ่มเสียจนคนมองเกือบจะหายใจไม่ออก
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาจ้องมองปลายกระบอกปืนก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับคนฉวยโอกาสที่บังอาจเอาชีวิตเธอมาล้อเล่นเป็นเกมวัดใจ
“เก็บปืนโง่ๆ ของคุณไปเสียทีคีริน ถ้าอยากจะยิงฉันนักทำไมไม่ทำตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในร้านของฉันล่ะคะ หรือว่ากลัวว่าไม่มีคนคอยซ่อมนาฬิกาปลุกเรือนโปรดให้จนต้องยอมเสี่ยงชีวิตบุกมาถึงนี่” เธอย้อนถามเสียงเฉียบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประชดประชันที่ซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้มิดชิด
คีรินลดปืนลงช้าๆ แต่ไม่ได้เก็บเข้าซอง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวในระยะอันตราย กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝุ่นควันและหยาดเหงื่อจากการเดินทางไกลโชยเข้าแตะจมูก รินรดาผะงถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ซ่อมนาฬิกาจนเกิดเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ
“ฉันไม่ได้มาเพื่อซ่อมนาฬิกา...” คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน “แต่ฉันมาเพื่อทวงของสำคัญที่ถูกขโมยไปต่างหาก”
“ของสำคัญอะไรของคุ... อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะต่อว่าจบ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดอย่างอารมณ์ร้อนและดุดัน เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความโหยหา ความโกรธขึง และความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉยมานานแรมเดือน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่วงแขนแข็งแรงกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา
ไออุ่นจากสัมผัสทำให้หัวใจที่ด้านชาของหญิงสาวสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความรู้สึกต่อต้านค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยรสจูบที่ลึกซึ้งและดึงดูดใจจนยากจะต้านทาน รินรดาหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกวابวับที่ตีรวนอยู่ในอก ขณะที่มือบางที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคีรินยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู
“จำไว้... ว่าเธอกล้าหาญเกินไปแล้วที่ทิ้งฉันไว้ข้างหลัง รินรดา”
“ฉันต่างหากที่ควรเป็นคนพูดประโยคนี้!” รินรดาตวัดสายตาดุใส่ พร้อมกับดันอกเขาออกเต็มแรงแล้วสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ “คุณหายหัวไปไหนมาหลายวัน แถมยังปล่อยให้คนของธันวาตามล่าจนฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วนี่... นี่คุณวางแผนบ้าอะไรอยู่ถึงได้ย้อนกลับมาที่รังเสือแบบนี้!”
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจที่ชวนหมั่นไส้ “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ธันวาคงไม่ยอมเปิดเผยที่ซ่อนตัวจริงออกมา... เธอคิดว่าฉันความจำเสื่อมจริงๆ หรือไงรินรดา สมองส่วนที่จดจำหน้าเธอได้แม่นยำที่สุดต่างหากที่ทำงานได้ดีเยี่ยม”
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังทำเอารินรดาหน้าร้อนผ่าว เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมา “คนบ้า... โรคจิต... หลงตัวเองที่สุด!”
“จะด่าอะไรก็เชิญตามสบาย แต่อย่าลืมว่าตอนนี้เราเหลือเวลาอีกไม่มาก...” คีรินเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันตา ดวงตาดำขลับมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่ติดฟิล์มทึบ “ธันวากำลังมาที่นี่ และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่ตัวฉัน แต่คือสมุดบัญชีลับที่เธอกำลังซ่อนไว้”
รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที สมุดบัญชีที่เชื่อมโยงเครือข่ายสีเทาทั้งหมดอยู่ในเซฟใต้พื้นห้องนี้ และมีเพียงเธอคนเดียวที่รู้รหัสผ่าน
“ถ้าคุณรู้ว่ามันกำลังมา ทำไมถึงยังพาตัวเองมาตายที่นี่อีก!”
“เพราะฉันยอมตายไม่ได้... จนกว่าจะได้ยินคำตอบบางอย่างจากปากเธอ” คีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง “ถ้าคืนนี้เราอดตายไปด้วยกัน... เธอยอมรับหรือยัง ว่าเธอเองก็ห่วงฉันจนแทบคลั่งเหมือนกัน”
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตสบมองนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและเว้าวอนของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนหนุ่ม ยิ่งกว่าความตายตรงหน้า เธอกลัวที่สุดคือการสูญเสียผู้ชายคนนี้ไปตลอดกาล
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอยคำตอบใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ด้านนอกประตูกระจกหน้าร้าน พร้อมกับเสียงกระจกแตกกระจายจากการถูกกระแทกอย่างแรง!
คีรินดึงรินรดาเข้าังไว้ด้านหลังในเสี้ยววินาที ปลายกระบอกปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงไปที่ประตูทางเข้าที่กำลังถูกพังลงมาอย่างเหี้ยมเกรียม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "เหมยฮวาแรกแย้ม" เสมอมานะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 26
ความบ้าคลั่งของคนคลั่งรัก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!