เศษกระจกนิรภัยบานใหญ่ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นไม้ปาเกต์ในร้านซ่อมนาฬิกา ส่งเสียงกรอบแกรบดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉีกกระชาก รินรดาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เคยสงบสุขหลังหน้าปัดนาฬิกาโบราณ จะต้องมาพังทลายลงด้วยฝ่ามือของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า ‘เงาอดีต’ ของผู้ชายปากร้ายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ
คีรินไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ขยับเข้ามาบังร่างเพรียวของเธอไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างนั้นสะท้อนความตึงเครียดผ่านกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น ไหล่หนาลู่ลงเล็กน้อยเตรียมรับมือกับความรุนแรงที่กำลังพังประตูเข้ามา
"ยืนอยู่ข้างหลังฉัน... และห้ามแม้แต่จะคิดก้าวออกมารินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย ความทรงจำที่เคยปะติดปะต่อไม่ได้ ตอนนี้กลับคมชัดขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
"คุณบ้าหรือไง คีริน! พวกมันมากันเป็นสิบ!" รินรดาแหวใส่ มือเรียวคว้าประแจเหล็กด้ามยาวคู่ใจขึ้นมาถือไว้แน่น แม้ปากจะต่อว่าแต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกเมื่อเห็นเขาเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ
"ฉันไม่เคยบ้าขนาดนี้มาก่อนหรอกค่ะ... จนกระทั่งมาเจอคุณนี่แหละ" เขาหันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะหยันสถานการณ์ที่ชวนให้คนมองอยากจะฟาดเขาสักที "จำไว้ว่าถ้าฉันพลาดท่า... นาฬิกาพกเรือนทองเหลืองบนโต๊ะทำงานฉัน ยกให้เธอเป็นมรดก"
"ใครเขาอยากจะได้มรดกบ้าๆ ของคุณกัน!"
โครม!
ประไม้สักทองหน้าร้านถูกถีบจนบานพับหลุดกระเด็น ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงไฟนีออนกะพริบไหวสลัวเผยให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำไม่ต่ำกว่าห้าคนก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอ ธันวา ก้าวพ้นกลุ่มบอดี้ガードเข้ามาเป็นคนสุดท้าย รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของอีกฝ่ายช่างบาดตาและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
"ไงครับ... ท่านสารวัตรความจำเสื่อม หลบอยู่ในรังหนู นึกว่าจะซ่อนตัวได้พ้นหรือไง" ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดที่ร่างของรินรดา "อุ๊ย ดูท่าทางช่างซ่อมนาฬิกาคนนี้จะสำคัญกับคุณไม่น้อย ถึงขนาดon-site service มาตามถึงที่นี่... น่าอิจฉาจริงๆ นะครับที่มีคนยอมตายแทน"
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งพล่านจนมือที่ถือประแจสั่นเทา เธอไม่ชอบให้ใครมาหยามเกียรติ และยิ่งเกลียดท่าทีคุกคามอย่างไร้มนุษยธรรมของธันวา
"ที่นี่ร้านฉัน! พวกคุณบุกรุกเข้ามาแบบนี้ ฉันแจ้งตำรวจแน่!" รินรดาตะโกนลั่น ก้าวเท้าจะพุ่งออกไปด้านหน้า แต่กลับถูกแขนแกร่งของคีรินคว้าเอวบางไว้แล้วดึงกลับมาด้านหลังทันที แรงดึงนั้นหนักแน่นและเด็ดขาดจนเธอเสียหลักเซแนบชิดอกแกร่ง
"อย่าแม้แต่จะก้าวออกมา ริน..." คีรินกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงอ่อนลงชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนตรงหน้า "ธันวา... นายต้องการแค่ฉันไม่ใช่หรือไง ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป เธอก็แค่คนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย"
ธันวาสะบัดมือเบาๆ ลูกน้องสองคนก็ขยับเข้ามาขนาบข้าง พร้อมอาวุธครบมือ "ของแบบนั้นมันขึ้นอยู่กับว่า... คุณให้ความร่วมมือกับเรามากแค่ไหนต่างหากล่ะครับ คีริน ความลับที่นายซ่อนไว้ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวนายคนเดียวหรอกนะ... มันอาจจะอยู่ในหัวใจของแม่สาวคนนี้ด้วยก็ได้ใครจะไปรู้"
สิ้นคำพูดของธันวา สถานการณ์ก็ระเบิดขึ้นอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
คีรินพุ่งเข้าใส่ลูกน้องคนแรกที่ปรี่เข้ามาหาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ การเคลื่อนไหวของอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนไม่มีความเชื่องช้าหลงเหลืออยู่เลย หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ปลายคางจนร่างนั้นหงายหลังล้มตึง ทว่าอีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าเกินไป ความชุลมุนเกิดขึ้นในพริบตา เสียงข้าวของตกแตกกระจาย นาฬิกาโบราณนับร้อยเรือนบนผนังร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแตกกระจายราวกับเสียงหัวใจของรินรดาที่กำลังแตกสลาย
"คีริน!" เธอหวีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นชายฉกรรจ์อีกคนใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาจากด้านหลัง
คีรินเซถอยหลัง เลือดสีแดงสดไหลซึมลงมาตามขมับข้างขวาตัดกับผิวขาวจัด แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ ดวงตาคมกริบยังคงจ้องเขม็งไปยังธันวาที่ยืนมองดูสถานการณ์อย่างใจเย็น ทว่าในวินาทีที่คีรินกำลังจะจัดการกับคู่ต่อสู้คนที่สาม ธันวาก็ก้าวประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่ขมับบางของหญิงสาวทันที
"หยุดนะ! ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้สมองกระจายคามือฉัน วางอาวุธแล้วคุกเข่าลงซะ!" ธันวาตวาดลั่น ร้านซ่อมนาฬิกาทั้งร้านพลันตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจและหยดเลือดของคีรินที่หยดลงบนพื้นไม้
คีรินหยุดชะงัก ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลหยุดนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหวาดกลัวระลอกแรกฉายชัดในแววตาของเขา ไม่ใช่กลัวตาย... แต่เป็นกลัวรอยกระสุนที่จะปลิดชีพผู้หญิงปากร้ายคนนี้
รินรดาสบตากับเขาผ่านระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตสั่นระริกแต่ไม่มีคราบน้ำตา เธอส่ายหัวเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า *อย่าทำตามที่มันบอก*
"อย่า... คีริน..." เธอเปล่งเสียงกระซิบแผ่วเบา
"ไอ้สารเลว..." คีรินคำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุดยอด ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ยอมปล่อยมือจากคู่ต่อสู้แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นตามคำสั่งของธันวา ยอมจำนนโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อแลกกับลมหายใจของเธอ
ธันวาหัวسเราะในลำคออย่างชอบใจ ส่งสัญญาณให้ลูกน้องรุมเข้าไปล็อกตัวคีรินเอาไว้แล้วใส่กุญแจมือเหล็กกล้าทันที "เยี่ยมมาก... นายยังคงเป็นหมาป่าที่รักความยุติธรรมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ คีริน พาตัวมันไป! ส่วนแม่หนูคนนี้..." ธันวาหันมามองรินรดาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "ปล่อยไว้ให้เป็นของขวัญปลอบใจความเหนื่อยยากของพวกเราก็แล้วกัน"
"มึงกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... กูจะลากคอมึงลงนรกไปกับกูด้วยแน่ ธันวา!" คีรินตะโกนลั่นขณะถูกลากตัวออกไปที่ประตูร้าน แรงดึงยื้อทำให้เขาต้องหันกลับมามองรินรดาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคู่นั้นทั้งเจ็บปวด คลั่งรัก และเปี่ยมด้วยคำสัญญาที่ไม่ได้เปล่งออกมาเป็นคำพูด
รินรดามองตามร่างของคีรินที่ถูกกระชากออกไปพ้นประตูร้าน น้ำตาที่กลั้นไว้พังทลายลงมาอาบแก้ม ความโดดเดี่ยวที่เธอพยายามสร้างกำแพงป้องกันมาตลอดหลายปี พังทลายลงในวินาทีที่เขาถูกพรากออกไปจากสายตา
เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ซิ่งออกไปจนลับขวาย รินรดาก็ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นท่ามกลางซากปรักหักพังของร้าน มือเรียวปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะหยิบประแจเหล็กด้ามเดิมขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาที่เคยมีแต่ความหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายความมุ่งมั่นที่เยือกเย็นและน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
*ในเมื่อพวกมันกล้าพังร้านของเธอ และกล้าจับตัวผู้ชายโง่เง่าคนนั้นไป... พวกมันก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับความบ้าคลั่งของช่างซ่อมนาฬิกาคนนี้เช่นกัน!*
รินรดากัดฟันกรอด ก้าวเดินข้ามเศษกระจกแหลมคมไปที่ตู้เซฟลับหลังร้าน นิ้วเรียวกดรหัสผ่านอย่างรวดเร็วก่อนจะหยิบวัตถุโลหะสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ออกมาบรรจุนิตยกระสุน เสียงเหล็กกระทบกันดังคลิกสะท้อนก้องความเงียบ
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูด้านหลังเพื่อตามรอยรถคันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอเสียก่อน
"จะรีบไปไหนเหรอครับ... คุณช่างซ่อมนาฬิกา ดูเหมือนว่าคุณจะลืมของสำคัญชิ้นสุดท้ายไปนะ..."
เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนอีกกระบอกที่จ่อตรงมาที่หน้าผากของเธออย่างแม่นยำ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันระทึกใจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 25
เหตุการณ์พลิกผัน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!