เสียงก้นบุหรี่ที่ถูกขยี้บดขยี้ลงบนถาดแก้วเจียระไนดังกรอบแกรบ ราวกับกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่กำลังแตกละเอียดในความเงียบงันของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของธันวาคอร์ป
รินรดากวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นขยายตัวจิ๋วที่เธอยังเหน็บไว้ที่ปกเสื้อ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทที่ถูกซ่อนไว้ใต้ร่มผ้ากำลังแนบชิดอยู่กับต้นขาอ่อนของเธอ ขณะที่มืออีกข้างกำลังหมุนไขควงหัวแฉกขนาดจิ๋วในกระเป๋าเสื้อโค้ตเล่นอย่างใจเย็น ราวกับเธอกำลังเลือกซื้อผักสดในตลาด ไม่ได้กำลังยืนอยู่กลางรังของสิงโตที่พร้อมจะขย้ำเธอให้แหลกคาส้นเท้า
"กล้ามากนะ... ช่างซ่อมนาฬิกาตัว The" เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเยาะของธันวา ดังขึ้นจากเบื้องหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีชิ้นใหญ่ เขาหมุนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบทอประกายความเหี้ยมเกรียม "คิดว่าพาหมาบ้าความจำเสื่อมตัวนั้นมาด้วย แล้วจะพังประตูเข้ามาเอาของคืนไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?"
"หมาบ้าที่คุณว่า... น่าจะกัดคอคนแถวนี้จนเลือดอาบไปหลายรอบแล้วนะคะ"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไร้ความหวาดกลัว เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้นทีละน้อย ส้นรองเท้าบู๊ตหนังกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ส่วนของที่ว่า... มันไม่ใช่ของคุณตั้งแต่แรก ธันวา คุณก็แค่ขโมยมันมา เหมือนกับที่แอบขโมยชีวิตของคนอื่นไปเรื่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะของตัวเอง"
บรรยากาศในห้องราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน ธันวาหรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูบานใหญ่ด้านหลังรินรดาก็ถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนในชุดสูทสากล พร้อมอาวุธครบมือ
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงระเบิดตูมสนั่นจากชั้นล่างก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตึก! ระบบไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระรัวแสบแก้วหู
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ขณะที่ธันวาหน้าถอดสีด้วยความตกใจ
"มองหาคีรินอยู่หรือคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นมือไปเคาะโต๊ะทำงานของเขาเบาๆ สองครั้ง "เขาไม่ได้มากับฉันหรอกค่ะ... เขาอยู่ข้างล่าง กำลังรื้อระบบเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดที่คุณสะสมความชั่วช้าไว้ เพื่อต้อนรับตำรวจกองปราบที่ฉันเป็นคนโทรแจ้งเองเมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
"นัง1" ธันวาคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด เขาคว้าปืนสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักขึ้นมาเล็งตรงมาที่ร่างบางทันที "แกมันรนหาที่ตายเอง!"
เพล้ง!
หน้าต่างกระจกกันกระสุนด้านข้างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกจากภายนอก ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำเปื้อนเขม่าควันพุ่งทะยานเข้ามาในห้องราวกับเสือชีตาร์ที่กระโจนใส่เหยื่อ ดวงตาคมกริบของคีรินเวลานี้ไม่ได้ว่างเปล่าไร้ความทรงจำอีกต่อไป แต่มันลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความทรงจำที่กลับคืนมาครบถ้วน... และความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาจนน่ากลัว
"ใครกันแน่ที่จะตาย... ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคีรินทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขากระชากคอเสื้อของบอดี้การ์ดคนแรกที่พุ่งเข้ามาหาก่อนจะเหวี่ยงกระแทกกำแพงจนสลบเหมือดในกระบวนท่าเดียว ความเร็วและความแม่นยำระดับอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกลับมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
รินรดากวาดตามองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความอวดดีของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่แผ่นหลังกว้างนี้ก้าวเข้ามาปกป้อง หัวใจดวงแข็งกระด้างของเธอกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
"คีริน! นายช้าไปสามวินาทีนะ" รินรดาแกล้งบ่นอุบพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบหมัดของบอดี้การ์ดอีกคนที่พุ่งเข้ามา แล้วใช้สันมือกระแทกเข้าที่จุดตายใต้คางของมันอย่างแม่นยำจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงต้องจัดการไอ้สารเลวนี้ด้วยตัวเองไปแล้ว"
"เป็นห่วงฉันล่ะสิ ยัยปากแข็ง" คีรินสวนกลับทันควัน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหน้าิ่วคิ้วขมวดแค่ไหน เขายังไม่วายเอี้ยวตัวมาส่งสายตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่แสนกวนประสาทให้เธอ "บอกแล้วไงว่าเรื่องบู๊ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน ส่วนเธอ... ยืนสวยๆ รอรับคำชมพอก็พอ"
"ใครเป็นห่วงนายยะ! หลงตัวเองที่สุด!" รินรดาค้อนขวับ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ท่ามกลางกลิ่นดินปืนและควันไฟ
ปัง!
เสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งแหวกอากาศผ่านหูของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ธันวากัดฟันกรอดด้วยความแค้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง เขายกปืนเล็งตรงมาที่รินรดาซึ่งยืนอยู่ใกล้เขาที่สุด "ในเมื่อพวกแกอยากตายนัก ฉันก็จะส่งพวกแกไปลงนรกพร้อมกันซะเลย!"
"รินรดา! หลบ!"
คีรินพุ่งตัวเข้าใส่ร่างบางทันที แรงปะทะทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลบวิถีกระสุนไปกระแทกกับโซฟาตัวใหญ่ด้านหลัง แขนแกร่งโอบกอดกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมๆ กัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนแทบหลอมละลาย
รินรดานอนทับอยู่บนร่างแกร่งของเขา ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกริบทอประกายความห่วงใยเจือความดุเล็กน้อยที่ส่งมาถึงเธอ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุม ท่ามกลางเสียงไซเรนตำรวจที่ดังระรัวมาจากด้านล่างตึก
"ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันคงจำความรู้สึกตอนที่หัวใจตัวเองหยุดเต้นไม่ได้อีกเลย" คีรินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม แววตาที่มองเธอนั้นลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความหมายจนคนฟังถึงกับพูดไม่ออก ปลายจมูกโด่งชนกันเบาๆ จนหัวใจของช่างซ่อมนาฬิกาจอมปากแข็งเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก
"นาย... นายมันบ้าที่สุด..." รินรดาพึมพำเสียงสั่น พยายามจะดันอกแกร่งออกแต่ทว่าอ้อมแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศหวานปนระทึกจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษก็พังประตูเข้ามาพร้อมกัน!
"ตำรวจ! วางอาวุธซะ!"
ธันวาที่กำลังจะเหนี่ยวไกใส่พวกเขานิ่งค้างไป ทว่าในจังหวะที่ทุกสายตาหันไปมองทางประตูที่ถูกพังเข้ามานั้นเอง ธันวากลับยิ้มเหี้ยม เขากดรีโมตคอนโทรลสีดำในมือซ้ายอย่างรวดเร็วก่อนจะหัวเราะลั่น "พวกแกคิดว่าจะจับฉันได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? สายไปแล้ว... ตึกนี้ทั้งตึกกำลังจะกลายเป็นจุลพร้อมกับหลักฐานทุกอย่าง!"
ไฟสีแดงฉานสว่างวาบยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงสัญญาณนับถอยหลังดัง 'ตี๊ด... ตี๊ด...'
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "เหมยฮวาแรกแย้ม" เสมอมานะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา•ตอนที่ 27
จุดแตกหักที่ธันวาคอร์ป
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมนาฬิกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!