ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศสิบสามชนิดผสมผสานกับไขมันหมูที่ถูกเคี่ยวจนกรอบเกรียม ลอยอบอวลไปทั่วรัศมีสามลี้ของหมู่บ้านหง H-107 เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะใบใหญ่ดัง *เคร้งคร่าง* เป็นจังหวะเร้าใจ ราวกับวงดนตรีออร์เคสตราที่กำลังบรรเลงเพลงแห่งความมั่งคั่งบนหยาดเหงื่อและความแค้นที่ได้รับการชำระสะสางอย่างงดงาม
"จ้านถิงครับ ช่วยยกหม้อตุ๋นยาจีนสามเซียนขึ้นจากเตาหน่อยครับ ระวังร้อนนะ"
หลินว่านหลินเอ่ยปากสั่งสามีหนุ่มผู้กำลังสวมเสื้อกล้ามเผยกล้ามเนื้ออกแน่นหนา ลู่จ้านถิงพยักหน้ารับอย่างไม่เอ่ยคำใด มือหนาไร้ซึ่งความลังเลคว้าผ้าหนาจับหูหม้อดินเผาขนาดใหญ่ยกหลบพ้นเปลวไฟสีส้มได้อย่างแม่นยำ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับทอดมองภรรยาด้วยความคลั่งไคล้และภาคภูมิใจจนแทบหยด
รอบตัวพวกเขาในตอนนี้คือโต๊ะจีนไม้เนื้อดีจำนวนห้าสิบโต๊ะที่ถูกเรียงรายยาวเหยียดตั้งแต่หน้าลานกว้างของหมู่บ้านลามไปถึงหน้าบ้านตระกูลลู่ เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจองจนเต็มแน่น ชาวบ้านนับร้อยชีวิตต่างนั่งกลืนน้ำลายเอื้อมคอรอคอยด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นงานเลี้ยงใดในมณฑลนี้ที่จะทุ่มทุนสร้างมโหฬารขนาดนี้มากยิ่งกว่างานแต่งงานของผู้นำคอมมิวนิสต์เสียอีก
และทั้งหมดนี้ คือเงินที่ได้จากการฟาดหัวพวกตระกูลหลิวและตระกูลเผิงที่เคยเหยียบย่ำสองสามีภรรยาคู่นี้!
"โอ้โห... นี่มันกลิ่นเนื้อตุ๋นน้ำแดงจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย ข้าไม่ได้กลิ่นเนื้อสัตว์เข้มข้นขนาดนี้มาตั้งแต่ก่อนยุคปฏิวัติวัฒนาการแล้วกระมัง"
ลุงเฉิน ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อเห็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านช่วยกันยกจาน 'หมูสามชั้นฮ่องเต้' น้ำแดงฉ่ำวัววาย วางลงบนโต๊ะกลาง เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นทันทีเมื่อชิ้นหมูสีแดงฉ่ำเป็นเงางามสั่นไหวเบาๆ ตามแรงกระแทก หนังหมูถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ชั้นไขมันใสราวกระจก และเนื้อแดงแน่นหนานุ่มลิ้น ส่งกลิ่นหอมของเหล้าจีน น้ำตาลกรวด และโป๊ยกั๊กเตะจมูกจนคนโลภที่แอบมองอยู่ไกลๆ ถึงกับเข่าอ่อน
ที่มุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไป แม่เฒ่าโจวและสะใภ้รองตระกูลลู่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความอิจฉาริษยาจนนัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บแค้น
"นังตัวดี... นังสะใภ้เนรคุณ! นั่นมันเงินของตระกูลเรา! เงินที่ควรจะเอามาให้ฉันเก็บไว้ใช้ยามแก่เฒ่า กลับเอามาผลาญแจกพวกขอทานกินกันจนพุงกาง!" แม่เฒ่าโจวคำรามในลำคอด้วยความเคียดแค้น มือเหี่ยวย่นกำไม้เท้าแน่นจนข้อต่อปูดโปน นางอยากจะพุ่งเข้าไปพังโต๊ะจีนเหล่านั้นให้ราบคาบ แต่สายตาดุจพญาเหยี่ยวของลู่จ้านถิงที่เหลือบมองมาทางนางแวบหนึ่ง ก็ทำให้เลือดในกายของแม่เฒ่าเย็นเฉียบจนต้องหดหัวกลับทันที
ความรวยที่มาพร้อมกับความหยาดเยิ้มของอาหาร คือการตบหน้าที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนโลภ
ในมิติลับห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ หลินว่านหลินแอบหยิบเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมจากโลกอนาคตออกมาเติมแต่งอย่างแยบยล ซอสถั่วเหลืองหมักบ่มแท้ น้ำมันงาบริสุทธิ์ และผงพะโล้สูตรลับเฉพาะ ทำให้รสชาติของอาหารทุกจานในงานเลี้ยงนี้กลายเป็น 'ตำนาน' ที่คนในอำเภอจะเล่าขานไปอีกสิบปีไม่รู้จบ
"พี่จ้านถิง ดูนั่นสิครับ" หลินว่านหลินกระซิบเบาๆ พลาญยื่นผ้าเย็นเช็ดหน้าให้สามี มุมปากบางยกยิ้มร้ายกาจ "คนตระกูลเผิงที่เคยมาดูถูกว่าพวกเราจะอดตาย ถึงกับต้องแอบกลืนน้ำลายอยู่หลังรั้วบ้านแล้วนะครับ"
ลู่จ้านถิงรับผ้ามาเช็ดเหงื่ออย่างไม่ใส่ใจสายตาพวกนั้น ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มอบอุ่นเฉพาะเวลาอยู่กับภรรยา "ช่างหัวพวกมันครับ เมียผมอยากจัดงานฉลองใหญ่โตแค่ไหน ผมหาเงินมาเปย์ให้ได้มากกว่านี้อีกสิบเท่า"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเชฟสาวแห่งยุคปัจจุบันเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความเย็นชาและดุดันของนายทหารหนุ่มมักจะถูกละลายจนหมดสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอเสมอ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหวานชื่นที่ตัดกับความอิจฉาริษยาของคนรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
จานแล้วจานเล่าถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็น *ไก่แช่เหล้าสมุนไพรจีน* ที่เนื้อนุ่มจนแทบหลุดจากกระดูก *ปลาเก๋านึ่งซีיוوสด* รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นต้นหอมและขิงแก่ และที่ขาดไม่ได้คือ *ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว* ที่ต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืนจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวนมเข้มข้น ซดแล้วคล่องคอ บำรุงร่างกายจนชาวบ้านต่างพากันยกมือท่วมหัวสรรเสริญความใจบุญและร่ำรวยของสองสามีภรรยาตระกูลลู่
เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อยดังประสานกันเป็นเสียงเดียว งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ในการพลิกชีวิตจากคนจนตรอกสู่เศรษฐีใหม่แห่งยุค 70 ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีที่ติ
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังครื้นเครงถึงขีดสุด หลินว่านหลินที่กำลังตักซุปไก่ตุ๋นโสมจานสุดท้ายให้กับสามี จู่ๆ ก็ชะงักมือค้างกลางอากาศ
สัญชาตญาณความระแวงจากโลกธุรกิจและการเอาตัวรอดเตือนภัยบางอย่าง สัมผัสจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในจิตใต้สำนึกส่งสัญญาณเตือนเป็นแสงสีแดงกระพริบถี่ๆ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่ไม่ได้มาเพื่อร่วมกินโต๊ะจีนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาทางด้านหลังหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนแข็งค้าง
"ใครเป็นเจ้าของบ้านชื่อลู่จ้านถิง! ออกมาพบสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่พิเศษเดี๋ยวนี้!"
หมอผีวัยรุ่นขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับรสชาติความแค้นที่หอมหวานนี้นะครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 32
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!