"ใครเป็นเจ้าของบ้านชื่อลู่จ้านถิง! ออกมาพบสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่พิเศษเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะקโกนก้องกังวานด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นหน้าบ้านพักตระกูลลู่ แรงกระแทกหนักหน่วงที่ประตูไม้สนซัดสาดความตื่นตระหนกไปทั่วตรอกซอกซอย บรรดาชาวบ้านที่เคยตั้งวงนินทาคุณนายหลินตัวซวยต่างพากันแอบมองผ่านร่องประตูด้วยความสะใจ บางคนถึงกับยิ้มกริ่มรอสมน้ำหน้า เพราะคิดว่าคราวนี้สามีภรรยาคู่นี้คงไม่พ้นซวยถึงขั้นติดคุกหัวโต ข้อหาซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายจากต่างประเทศ
ทว่า... ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ประตูบ้านกลับเปิดออกอย่างช้าๆ
ผู้ที่ก้าวออกมาไม่ใช่หลินว่านหลินที่กำลังตัวสั่นงันท่ามกลางความหวาดกลัวอย่างที่ใครหลายคนคาดคิด แต่เป็นลู่จ้านถิง นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้กองหนุ่มยศน้อยกว่าถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปจับซองปืนโดยไม่รู้ตัว
"ผมเอง ลู่จ้านถิง มีปัญหาอะไรกับบ้านของผมหรือครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยถาม เรียบ นิ่ง แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองผู้ได้รับผลประโยชน์จากตระกูลใหญ่ขยับยิ้มเยาะในใจ ก่อนจะชูเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้น "มีคนร้องเรียนว่าบ้านของคุณครอบครองสินค้าหนีภาษีและลักลอบนำเข้าทรัพย์สินจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต! ทางเรามีหมายค้น ขอเชิญเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้!"
หลินว่านหลินก้าวเท้าออกมาจากกรอบประตู เธอสวมเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีแดงเข้มขับผิวให้ดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศหม่นหมองของยุค 70 เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ใบหน้าเรียวสวยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน ในมือของเธอถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสไตล์อังกฤษที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ผสมวานิลลาชั้นดี รสชาติความแค้นและความอภิรมย์ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างลงตัวในห้วงความคิดของเธอ—*อยากเล่นเกมการเมืองสกปรกกับฉันงั้นหรือ? เดี๋ยวฉันจะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้พวกแกกินจนสำลักความจนไม่ลงเลยทีเดียว*
"เชิญครับ สารวัตร" ว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบคม "เชิญค้นให้ละเอียดทุกตารางนิ้ว หากพบสิ่งผิดกฎหมายอย่างที่ท่านกล่าวหา ผมและสามีพร้อมรับโทษตามกฎหมาย แต่... ถ้าหากพวกท่านค้นไม่พบอะไรเลยล่ะครับ?"
สารวัตรหัวเราะหึในลำคอ "ถ้าไม่พบ ฉันจะขอขมาพวกคุณถึงหน้าประตูบ้านเลยทีเดียว!"
"ดีมากครับ คำพูดนี้มีพยานหลักฟังชัดเจนนะ ทุกท่าน" ว่านหลินผายมือเชิญเจ้าหน้าที่กรูเข้ามาในบ้าน
การตรวจค้นเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เจ้าหน้าที่รื้อค้นตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก และข้าวของเครื่องใช้ในบ้านอย่างไม่เกรงใจ ทว่า ยิ่งค้นพวกเขากยิ่งหน้าซีดเผือด เพราะนอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่สะอาดสะอ้านและดูมีราคาแพงลิบลิ่วซึ่งมีใบเสร็จถูกต้องตามกฎหมายแล้ว พวกเขาไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ เลยแม้แต่น้อย ไม่มีสินค้าหนีภาษี ไม่มีเอกสารลับทางการเมือง มีเพียงตู้เย็นขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเนื้อวัวชั้นดี เนยสด และขวดไวน์นำเข้าจากฝรั่งเศสที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ได้มาจาก "มิติลับ" ของห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะที่ว่านหลินแอบสับเปลี่ยนและเคลียร์เอกสารภาษีผ่านช่องทางพิเศษอย่างไร้รอยต่อ
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เหงื่อกาฬของสารวัตรเริ่มไหลโทรมหน้าผาก เขาหันไปมองลูกน้องด้วยความเลิกลั่ก มือที่ถือหมายค้นสั่นเทาเล็กน้อย
"สะ... สารวัตรครับ ไม่พบอะไรเลยครับ... ทุกอย่างถูกกฎหมายหมด ใบอนุญาตนำเข้าของใช้ในบ้านก็เป็นชื่อของกรมอุตสาหกรรมเบา... แถมยังมีตราประทับรับรองพิเศษจากส่วนกลางด้วยครับ!" ลูกน้องกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ
ลู่จ้านถิงก้าวเข้าไปใกล้สารวัตรคุกคามทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด "ไหนล่ะครับ สิ่งผิดกฎหมายที่คุณว่า? ไหนล่ะครับคำกล่าวหาที่บอกว่าผมซุกซ่อนสมบัติชาติ?"
"มะ... มันอาจจะเป็นความเข้าใจผิด..." สารวัตรกลืนน้ำลายฝืดคอ หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"ความเข้าใจผิดหรือครับ?" ว่านหลินเดินเข้ามาสมทบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธองดงามราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ในคืนจันทราเพ็ญ เธอยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เขา "นี่คือหนังสือมอบอำนาจและคำร้องฟ้องหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงานโดยมิชอบ หากท่านไม่คุกเข่าขอขมาหน้าบ้านและประกาศให้ชาวบ้านทุกคนรู้ความจริงภายในสามนาทีนี้ พรุ่งนี้เช้าชื่อของท่านจะไปอยู่บนโต๊ะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหลักฐานการรับสินบนจากตระกูลโจวที่สามีผมเก็บรวบรวมไว้เรียบร้อยแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น ศีรษะของสารวัตรผู้เคยผยองพองขนก็ค่อยๆ 180 องศาลง ก้มลงจนหน้าผากแทบจะแนบกับพื้นรองเท้าหนังขัดเงาของลู่จ้านถิง เสียงสั่นเครือเอ่ยคำขอโทษลอดไรฟันออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของชาวบ้านนับร้อยคนที่แอบดูอยู่โดยรอบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่แอะเดียว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วตรอก ความคิดที่ว่าสะใภ้ตระกูลลู่เป็น "ตัวซวย" ถูกทำลายลงอย่างราบคาบในพริบตา บัดนี้ ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ยำเกรง และก้มหัวให้คุณนายหลินผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง
ลู่จ้านถิงโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิด ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านความปลอดภัยมาสู่เธอ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "ภรรยาของผมเก่งที่สุด... เย็นนี้คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ ผมจะไปหาวัตถุดิบมาทำให้ทานเอง"
ว่านหลินเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของสามีสายเปย์ ยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ "อืม... อยากทานสเต็กเนื้อสันนอกย่างซอสไวน์แดง กับซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิลร้อนๆ หอมๆ สักถ้วยนะจ๊ะที่รัก"
บรรยากาศในบ้านอบอวลไปด้วยความสุขและความมั่งคั่ง ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านเพื่อเตรียมมื้อค่ำอันหรูหรา เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงทุบทำลายอย่างไรมารยาท มันเป็นเสียงเคาะสามครั้งอย่างเป็นจังหวะและนอบน้อม
ประตูกลางบ้านถูกเปิดออกโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างของชายชราในชุดสูทจีนโบราณเนื้อดี พร้อมบอดี้การ์ดสวมแว่นดำอีกสี่คนยืนสงบนิ่งอยู่หน้าบ้าน ชายชราก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้หลินว่านหลินด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในที่นั้นสะดุดกึกลงทันที
"คุณหนูใหญ่... นายท่านใหญ่แห่งตระกูลเซี่ยงจากเมืองหลวง ส่งผมมารับท่านกลับบ้าน และ... สินสอดแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารห้างสรรพสินค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกถูกส่งมาถึงหน้าท่าเรือแล้วครับ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 33
ข่าวลือเรื่องภรรยาตัวซวยถูกทำลาย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!