เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 34

จุดวิกฤต: ศัตรูเบื้องหลังเล่นงานโรงงาน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
กลิ่นน้ำมันเบนซินที่ฉุนกึกจนแสบจมูก ไม่ได้มาจากไหนไกล แต่มันกำลังระเหยขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตของโรงงานแปรรูปอาหาร "ว่านถิง" ในยามวิกาล หลินว่านหลินยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองคราบของเหลวไวไฟที่ถูกราดเป็นทางยาวตั้งแต่ประตูทางเข้าโกดังสินค้าจนถึงกองลังบรรจุเนื้อสัตว์อบแห้ง ลมหายใจของเธอไม่ได้สั่นเทาด้วยความกลัว ตรงกันข้าม... มันคือความเยือกเย็นระดับจุดเยือกแข็งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนลูกน้องในโรงงานต่างพากันกลืนน้ำลายไม่ลงคอ "คุณหนูใหญ่ครับ..." เสียงของหัวหน้าคนงานสั่นพร่า เขาถือคบเพลิงที่ดับแล้วไว้ในมือ เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจ "รอยเท้านี่... มันมุ่งหน้ามาจากทางไร่ตระกูลเฉินครับ น่าจะเป็นคนของตระกูลเฉินที่ส่งมา" ตระกูลเฉิน คู่แข่งทางการค้าที่ผูกขาดตลาดอาหารกระป๋องในมณฑลทางเหนือ พวกมันมองเห็นโรงงานของหลินว่านหลินเติบโตแบบก้าวกระโดดจนน่ากลัว สินค้าแปรรูปสูตรลับจากยุคปัจจุบันของเธอตีตลาดแตกกระเจิงจนพวกมันแทบกระอักเลือด และในเมื่อใช้วิธีทางธุรกิจสู้ไม่ได้ ความสกปรกจึงเป็นทางเลือกเดียวที่พวกมันรังสรรค์ขึ้นมา "จุดไฟเลยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ลู่จ้านถิงก้าวเข้ามาในความมืด เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้ม ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาเหยี่ยวคู่นั้นมองคราบน้ำมันก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนภายใต้ความดุดัน "ผมจัดการให้ได้นะ... ทำให้มันกลายเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีวันสืบสาวถึงตัว" ว่านหลินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากไม่ได้ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "ไม่ต้องหامถึงมือคุณหรอกครับ สามี" ว่านหลินเอ่ยเสียงนุ่ม แต่แฝงด้วยใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "พวกมันคิดว่าเผาโรงงานฉันได้ แล้วฉันจะสิ้นเนื้อประดาตัวงั้นเหรอ? โง่เง่าสิ้นดี... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรก เราก็แค่ส่งของขวัญชิ้นใหญ่กลับไปให้ถึงหน้าประตูบ้านพวกมันก็พอ" เธอสะบัดมือเบาๆ มิติลับในห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะถูกเรียกใช้งานในพริบตา แสงสีฟ้าจางๆ วาบขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนที่ถังดับเพลิงเคมีแห้งรุ่นใหม่ล่าสุดจากโลกอนาคตสิบถังจะปรากฏขึ้นบนพื้นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครทันสังเกตว่าสิ่งของเหล่านี้โผล่มาได้อย่างไร เพราะทุกคนต่างชินช้ากับความมหัศจรรย์ของ "คุณหนูใหญ่" ไปเสียแล้ว "เก็บกวาดหลักฐานให้สะอาด..." ว่านหลินสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "แล้วเตรียมรถบรรทุก ล็อตนี้เราจะส่งออกไปขายตลาดมืดในราคาพิเศษ... ราคาที่ทำให้ตระกูลเฉินต้องกระอักเลือดจนตายคาเตียง" ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าโรงงาน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนโบราณปรากฏขึ้น พร้อมกับผู้ติดตามนับสิบคนที่สวมแว่นตาดำสนิท "คุณหนูใหญ่..." ชายคนนั้นคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีที่เห็นหน้าหลินว่านหลิน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเคารพยำเกรงสูงสุด "นายท่านใหญ่แห่งตระกูลเซี่ยงจากเมืองหลวง ส่งผมมารับท่านกลับบ้าน และ... สินสอดแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารห้างสรรพสินค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกถูกส่งมาถึงหน้าท่าเรือแล้วครับ!" บรรยากาศในโกดังพลันเงียบสงัดลงทันตาเห็น ลู่จ้านถิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันระดับนายทหารใหญ่แผ่พุ่งออกมาปะทะกับคนจากเมืองหลวงทันที ส่วนหลินว่านหลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ตระกูลเซี่ยงผู้ทรงอิทธิพลจากเมืองหลวงที่เธอพยายามตัดขาดมาตลอด กลับส่งคนตามมาถึงที่นี่ในคืนที่โรงงานเกือบถูกเผาเนี่ยนะ? ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของโรงงานก็ส่งเสียง "ซ่า..." ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเฉินฮ่าว ผู้บริหารตระกูลเฉิน ที่ดังทะลุคลื่นความถี่เข้ามา *[ฮ่าๆๆ ว่าнหลิน! โรงงานแกเป็นยังไงบ้าง? หอมกลิ่นน้ำมันไหมล่ะ? ถ้าไม่อยากให้พรุ่งนี้เหลือแต่เถ้าถ่าน ก็ก้มกราบขอร้องฉันซะ!]* ว่านหลินยิ้มกริ่ม เธอเดินไปหยิบไมโครโฟนวิทยุขึ้นมาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังจะสั่งอาหารในภัตตาคารหรู "คุณเฉินครับ..." ว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับคมกริบจนบาดลึก "คุณคงยังไม่รู้สินะครับว่า... ของที่พวกคุณส่งคนมาเทราดไว้นนโรงงานผมเมื่อกี้ ไม่ใช่น้ำมันเบนซินธรรมดา... แต่มันคือหัวเชื้อน้ำหอมกลิ่นมูลสัตว์ผสมสารเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ผมเพิ่งนำเข้าจากต่างประเทศ" ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ เสียงหายใจสะดุดดังลอดเข้ามาในคลื่นวิทยุ "และตอนนี้..." ว่านหลินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "ลมเปลี่ยนทิศแล้วครับ... กลิ่นมันคงกำลังลอยย้อนกลับไปอบอวลอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉินของคุณพอดิบพอดี ลองสูดหายใจลึกๆ ดูสิครับ หอมฟุ้งชวนเจริญอาหารไหมล่ะ?" สิ้นเสียงคำพูดของเธอ เสียงโวยวายและเสียงสำลักดังลั่นมาจากปลายสายวิทยุก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดขาดไปอย่างกะทันหัน แต่ในวินาทีนั้นเอง ที่ลู่จ้านถิงไม่ได้สนใจวิทยุอีกต่อไป สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังเงาร่างลึกลับร่างหนึ่ง ที่กำลังก้าวเท้าพ้นความมืดของประตูโกดังเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปี" ที่ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นน้ำมันฉุนกึกอย่างไม่น่าเชื่อ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%