เสียงเหล็กกล้าบดกันดังลั่นจนแสบแก้วหู ภายในโกดังสินค้าเก่าคร่ำคร่าท้ายหมู่บ้านตระกูลลู่ยามวิกาล บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหงื่อไคลของความโลภที่ส่งกลิ่นเน่าเฟะเสียยิ่งกว่าซากสัตว์
"รีบขนของพวกนี้ขึ้นรถบรรทุกเร็วเข้า! ถ้าพวกเจ้าชักช้า ระวังหัวของพวกเจ้าจะหลุดออกจากบ่าก่อนฟ้าสว่าง!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมของ "เฉินเต๋อไห่" พ่อค้าคนกลางผู้กุมอิทธิพลมืดประจำอำเภอ ดังขึ้นพร้อมกับใช้เท้าถังลังไม้บรรจุวัตถุดิบอาหารและสินค้าล้ำค่าที่เพิ่งถูกขโมยมาจากห้องเก็บเสบียงลับของหลินว่านหลินอย่างไม่ใยดี ดวงตาของมันเป็นประกายด้วยความโลภ เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่คิดว่าตนเองสามารถฮุบกิจการและตัดตอนแม่นางเอกสาวผู้นี้ได้สำเร็จ
บริเวณมุมมืดของโกดัง แม่เฒ่าโจว ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเหี่ยวย่นน่าเกลียด ริมฝีปากแห้งผากขยับเคี้ยวหมากพลูจนน้ำสีแดงฉานไหลเปรอะมุมปาก นางหัวคิกคักในลำคอด้วยความสะใจ
"ดี... ดีมาก! เอาไปให้หมดเลยคุณเฉิน! นังตัวดีนั่นมันจะได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าอย่าบังอาจมาลองดีกับตระกูลโจวและคนใหญ่นคนโตอย่างท่าน! ของพวกนี้ครึ่งหนึ่งต้องเป็นของข้าตามที่ตกลงกันไว้ด้วยนะ!" แม่เฒ่าโจวส่งเสียงกระซิบกระซาบด้วยความกระหายเงินตรา
หลินว่านหลิน ยืนอยู่หลังลังไม้สูงทึบ ห่างจากจุดที่พวกมันยืนอยู่ไม่ถึงสามเมตร ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน รสชาติความแค้นที่พวกมันมอบให้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ถูกเธอบดขยี้และปรุงแต่งใหม่ด้วย "ความรวย" และเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่พวกมันไม่มีวันเข้าใจ
*อยากได้สินค้าของฉันนักใช่ไหม? งั้นก็เตรียมตัวรับผลกรรมที่หอมหวานจนสำลักเลือดก็แล้วกันนะครับ*
ว่านหลินยกข้อมือขึ้นสัมผัสหน้าจอโฮโลแกรมจิ๋วที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยปลายนิ้วเรียวสวย เธอปัดเลื่อนคำสั่งบนระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะระดับท็อปของห้างสรรพสินค้ามิติยุคศตวรรษที่ 21 ที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในโกดังนี้เรียบร้อยแล้ว
[ ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมและกลุ่มบุคคลบุกรุกยามวิกาล ]
[ เปิดใช้งานระบบป้องกันภัยระดับที่ 3: โครงข่ายพลังงานแม่เหล็กหน่วงเวลาและสนามพลังกักขัง ]
[ สถานะ: พร้อมปฏิบัติการ ]
ปลายนิ้วของเธอแตะเบาๆ ที่ปุ่มยืนยัน
*เปรี๊ยะ! ฟึ่บ—!*
พริบตาเดียว แสงสีฟ้าเจิดจ้าก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบอาณาเขตโกดังกักเก็บสินค้าทั้งหมดไว้ภายในเสี้ยววินาที กำแพงพลังงานโปร่งใสแต่หนาแน่นราวกับเหล็กกล้าทอดยาวปิดกั้นทางเข้าออกทุกทาง เสียงโวยวายด้วยความตกใจดังระงมขึ้นทันทีเมื่อลูกน้องของเฉินเต๋อไห่พยายามวิ่งหนีแล้วชนเข้ากับสนามพลังจนกระเด็นกระดอนกลับมา
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย! ทางออกถูกปิดตายแล้ว!" ลูกน้องคนหนึ่งแผดเสียงลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
เฉินเต๋อไห่หน้าถอดสี มันชักปืนพกสั้นออกมาจากเอวอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะคำรามลั่น "ใครหน้าไหนมันเล่นตลกวะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
ในวินาทีนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันและแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มปรากฏขึ้น ลู่จ้านถิง ก้าวเท้าเดินเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี แต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยประกายเพลิงแห่งความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ หากกล้าแตะต้องภรรยาอันเป็นที่รักของเขา ด้านหลังของเขามีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารและตำรวจนอกเครื่องแบบพร้อมอาวุธครบมือเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาปิดล้อมทุกมุมอย่างแน่นหนา
"พวกแก... กำลังทำอะไรกันอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลของภรรยาฉัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในโกดังกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เฉินเต๋อไห่ถึงกับเข่าอ่อน มือที่ถือปืนสั่นเทาระริกเมื่อเผชิญหน้ากับนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานีที่สุดในเขตนี้
"ผู้... ผู้กองลู่! เรื่องนี้มัน..." เฉินเต๋อไห่พยายามอ้างเหตุผลด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น..." หลินว่านหลิน ก้าวเดินออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มพราวเสน่ห์แต่เย็นเยียบประดับอยู่บนใบหน้าเรียวสวย เธอกวาดสายตามองแม่เฒ่าโจวที่ยืนตัวสั่นงันทับถมอยู่มุมห้อง "ในเมื่อพวกคุณอุตส่าห์ลงทุนมาขนของให้ฉันถึงที่นี่ แถมยังมีหลักฐานคาหนังคาเขาขนาดนี้แล้ว... ฉันในฐานะเจ้าของทรัพย์สินคงต้องขออนุญาตส่งพวกคุณไป 'พักผ่อน' ในคุกสักสิบปีเพื่อดัดนิสัยเสียหน่อยนะครับ"
ลู่จ้านถิงก้าวเข้าไปโอบเอวบางของภรรยาไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาคมกริบกวาดมองไปที่กลุ่มคนร้ายก่อนจะออกคำสั่งเฉียบขาด "จับกุมตัวทั้งหมดไว้! ใครขัดขืนให้ยิงได้ทันที!"
เสียงเหล็กกระทบข้อมือของกุญแจมือดังขึ้นระรัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของแม่เฒ่าโจวและเฉินเต๋อไห่ที่ถูกกดตัวลงกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า ความโลภที่พวกมันวาดฝันไว้พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความพินาศย่อยยับที่พวกมันต้องชดใช้
ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังจะสงบลงและคนร้ายทั้งหมดถูกควบคุมตัวขึ้นรถบรรทุกเพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจ ดวงตาของลู่จ้านถิงกลับหรี่แคบลงเล็กน้อยเมื่อเขาเหลือบไปเห็นเศษกระดาษเอกสารลับแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ลังไม้ที่เฉินเต๋อไห่ยืนอยู่
มันคือเอกสารตราประทับลับจาก "บุคคลปริศนา" ในเมืองหลวง ที่ระบุชื่อเป้าหมายถัดไป... และชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชื่อของตัวเขาเองและหลินว่านหลิน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 35
ปฏิบัติการกู้ซากธุรกิจด้วยเทคโนโลยีมิติ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!