"เสียงกรรไกรตัดเหล็กในมือข้าพเจ้า... มิได้ดังขึ้นเพื่อตัดสุ่มไก่ของบ้านไหนหรอกนะครับ แต่มันกำลังกรีดผ่านชั้นไม้เนื้อแข็งผุพังที่ถูกตอกปิดตายอย่างแน่นหนาใต้ถุนเรือนเก่าคร่ำครึหลังนี้ต่างหาก"
กลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะผสมกลิ่นสาบสางของกาลเวลาโชยเตะจมูกทันทีที่แผ่นไม้กระดานชิ้นสุดท้ายถูกงัดขึ้น หลินว่านหลินใช้มือข้างหนึ่งปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบเนียนเรียว ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้นระคนเจ้าเล่ห์ ในยุคเจ็ดศูนย์ที่ผู้คนยังต้องปากกัดตีนถีบแย่งชิงแม้แต่แป้งสาลีสักกระสอบ ใครจะคาดคิดล่ะครับว่าใต้พื้นเรือนของแม่เฒ่าโจวผู้โลภมากและตระหนี่ถี่เหนียว จะซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลที่ถูกลืมเลือนเอาไว้
"ระวังหน่อยครับ ว่านหลิน ใต้ถุนนั่นมืดทึบแถมอากาศน้อย คุณขึ้นมาให้ผมจัดการเองดีกว่าครับ"
ลู่จ้านถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวล สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองภรรยาด้วยความห่วงใยระคนเอ็นดู มือใหญ่หนาที่ผ่านการจับอาวุธและงานหนักยื่นเข้ามาประคองเอวบางของเธอไว้อย่างมั่นคง แม้ใบหน้าคมเข้มจะเรียบเฉยตามประสาคนพูดน้อย แต่แววตาที่มองหลินว่านหลินนั้นกลับเต็มไปด้วยความคลั่งรักชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดยั้งได้
"จะให้ฉันรออยู่เฉยๆ ได้ยังไงล่ะครับพี่จ้านถิง สมบัติก้อนโตขนาดนี้ ถ้าปล่อยให้คุณลุยคนเดียว เกิดคุณแอบอมเหรียญทองคำพวกนั้นไว้ซื้อเหล้าขาว ฉันไม่แย่หรอกหรือครับ" หลินว่านหลินหันมาเลิกคิ้วแซวสามีด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ปากแจ๋วๆ ของเธอมักจะมีวาจาหยอกเย้าที่ทำให้หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เสมอ
ลู่จ้านถิงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจ "ถ้าเป็นสมบัติของภรรยา ต่อให้เป็นแผ่นดินทั้งผอง ผมก็กล้าควักหัวใจออกมาถวาย นับประสาอะไรกับเหรียญทองเก่าๆ ในหลุมมืดนี่ล่ะครับ"
บรรยากาศหวานชื่นท่ามกลางความอับทึบของใต้ถุนบ้านถูกเบรกด้วยเสียงกุกกักจากด้านบน ทำให้ทั้งสองคนต้องหันไปมองเพดานชั่วขณะ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของแม่เฒ่าโจวและลูกชายคนโปรดกำลังเดินวนเวียนอยู่บนบ้าน หากพวกเขารู้ว่าสมบัติก้นหีบที่ตามหามาตลอดชีวิตซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้า และกำลังจะถูกสองสามีภรรยาที่ตนเกลียดชังขุดเอาไปแลกเป็นความร่ำรวยในมิติ คงได้อกแตกตายคาที่แน่ๆ ครับ
หลินว่านหลินยิ้มเยาะที่มุมปาก รสชาติความแค้นที่ถูกสั่งสมมาจากการโดนรังแกและเอาเปรียบในอดีต บัดนี้ได้รับการปรุงแต่งด้วยความรวยและสะใจจนกลมกล่อม เธอก้มตัวลงใช้ตะเกียงเจ้าพายุส่องสำรวจลึกลงไปในความมืด และทันทีที่แสงสีส้มสาดส่องกระทบวัตถุเบื้องล่าง หัวใจของเชฟสาวมือทองก็แทบหยุดเต้น
"เจอแล้วครับ...!"
เบื้องล่างคือหีบไม้สักทองขนาดกลางที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสักหลาดหนาเตอะ แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่ความประณีตของลวดลายแกะสลักบนตัวหีบยังคงเด่นชัด เมื่อลู่จ้านถิงกระโดดลงไปด้านล่างและช่วยกันยกหีบหนักอึ้งขึ้นมาวางบนพื้นห้อง น้ำหนักของมันบอกชัดเจนว่าข้างในไม่ได้มีแค่เศษกระดาษแน่นอน
เมื่อฝาหีบถูกงัดเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอาร์ดที่ชวนให้ลุ้นระทึก แสงสีทองเรืองรองก็สาดสะท้อนเข้าตาจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลง ด้านในอัดแน่นไปด้วยเครื่องประดับโบราณ ทั้งปิ่นปักผมหยกเนื้อดี กำไลทองคำสลักลวดลายประณีต และที่สำคัญที่สุดคือ "เงินเหรียญเงินตงYuan" ยุคสาธารณรัฐและเครื่องลายครามล้ำค่าอีกหลายชิ้น ซึ่งหากนำไปประเมินมูลค่าในยุคปัจจุบันหรือแม้แต่ในตลาดมืด ย่อมเทียบเท่ากับเงินเดือนของคนงานในโรงงานร่วมสิบปีรวมกัน!
"ฮึ... แม่เฒ่าโจว, คนแก่ตระหนี่คนนั้นคงนอนฝันหวานสินะครับว่าสมบัตินี้จะตกเป็นของลูกชายอกตัญญูของนาง แต่เสียดายจริงๆ ที่มันต้องมาอยู่ในมือของสะใภ้ตัวแสบคนนี้เสียก่อน" หลินว่านหลินหยิบกำไลทองคำขึ้นมาพิจารณาด้วยรอยยิ้มสะใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าเพชรเม็ดใด
ลู่จ้านถิงมองภรรยาด้วยความรักใคร่ เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่บางเข้าหาตัว "คุณนี่นะ... มือไวใจกล้าตลอดเวลา สมบัติพวกนี้ต่อให้เอาไปเก็บบนบ้านก็เสี่ยงจะโดนคนพวกนั้นแย่งชิง ว่าแต่คุณจะเอายังไงกับพวกมันล่ะครับ จะเก็บไว้ในห้องหรือว่า..."
หลินว่านหลินยิ้มกริ่ม รอยยิ้มแบบนี้นี่แหละครับที่ลู่จ้านถิงรู้ดีว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกๆ หรือโปรเจกต์ทำเงินมหาศาลเกิดขึ้นอีกแล้ว
"เก็บไว้บนบ้านให้โง่ทำไมล่ะครับพี่จ้านถิง ของดีแบบนี้ต้องรีบส่งเข้า 'ห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ' ในมิติของฉันสิครับ! ให้ระบบมันจัดการหลอมละลายหรือเปลี่ยนเป็น 'แต้มทุนก้อนโต' เพื่อที่เราจะได้อัปเกรดสินค้าล็อตใหญ่ ไปฟาดหัวคนโลภในตลาดมืดพรุ่งนี้ยังไงล่ะครับ!"
ว่าแล้วหลินว่านหลินก็ใช้สมาธิเพ่งเล็งไปยังหีบสมบัติโบราณ พริบตานั้นเอง แสงสีฟ้าจางๆ ก็แผ่ซ่านออกจากฝ่ามือของเธอ ก่อนที่หีบไม้สักทองหนักอึ้งพร้อมทรัพย์สินนับไม่ถ้วนจะหายวับไปกับตา ราวกับไม่เคยมีอะไรวางอยู่ตรงนั้นมาก่อน เสียงแจ้งเตือนจากระบบห้างสรรพสินค้าดังขึ้นในหัวของเธอทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบสมบัติโบราณมูลค่าสูง: เหรียญเงินโบราณ และเครื่องประดับทองคำแท้ ระบบได้ทำการแปลงสภาพเป็น 'ทุนตั้งต้นระดับพรีเมียม' จำนวน 500,000 แต้มเรียบร้อยแล้วครับ!]
ตัวเลขแต้มในมิติพุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่าตกใจ หลินว่านหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกอิ่มเอมและร่ำรวยแผ่ซ่านไปทั่วร่าง การได้ตบหน้าคนโลภพร้อมกับกวาดสมบัติมาสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองและสามี มันช่างเป็นรสชาติที่หอมหวานยิ่งกว่าอาหารเลิศรสจานไหนๆ ในโลกนี้เสียอีก
แต่ความสุขมักอยู่ไม่นาน เมื่อจู่ๆ เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูของแม่เฒ่าโจวที่แผดแปร๋ทะลุเข้ามาในความมืด
"ไอ้สะใภ้ตัวดี! แกกับไอ้ลูกอกตัญญูทำเสียงดังอะไรกันในบ้าน ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังไม่ยอมนอน คิดจะขโมยอะไรกินอีกรึ รีบเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนะ!"
ลู่จ้านถิงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ เขากำลังจะก้าวไปเปิดประตูสั่งสอนให้หญิงชราผู้นี้รู้สำนึก แต่หลinว่านหลินกลับคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน
เธอส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้สามี ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยแผนการร้ายกาจที่เตรียมไว้ต้อนรับแม่สามีจอมแสบ
"ใจเย็นๆ ก่อนครับพี่จ้านถิง... ในเมื่อคุณแม่สามีสุดที่รักมาเคาะประตูเรียกถึงที่ทั้งที เราก็ควรจะต้อนรับนางให้สมเกียรติกับ 'สมบัติ' ที่เราเพิ่งขุดพบเสียหน่อยสิครับ..."
หลินว่านหลินพูดพลางปลดล็อกกลอนประตูช้าๆ โดยไม่รู้เลยว่า ที่หน้าประตูบ้านในยามวิกาลเช่นนี้ มิได้มีแค่ร่างเงาของแม่เฒ่าโจวผู้โลภมากเท่านั้น... แต่ยังมีเงาร่างลึกลับอีกคนหนึ่งที่ยืนแอบซ่อนอยู่มุมมืด พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนเร้นความลับสะเทือนขวัญบางอย่างเอาไว้ ซึ่งกำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ หมอผีวัยรุ่นสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและความสะใจให้เดือดพล่านยิ่งขึ้นในตอนหน้าครับ!)
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 31
ผีห้องใต้ดินและสมบัติโบราณ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!