เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 37

เปิดซุปเปอร์마켓 แห่งแรกในจังหวัด

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงกระแทกของลังไม้สนอัดแน่นที่ดังสนั่นไปทั่วลานหน้าโกดังเก่าของอำเภอ ไม่ได้ทำให้หลินว่านหลินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาคู่กับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เป็นดินลูกรังและฝุ่นตลบอย่างสิ้นเชิง "คุณผู้หญิงครับ ของล็อตแรกจากทางใต้มาถึงตามกำหนดเป๊ะ ไม่มีกล่องไหนบุบสลายเลยสักใบ" เสียงทุ้มต่ำของลู่จ้านถิงดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารนอกเครื่องแบบก้าวเข้ามาประชิด เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้ภรรยาพร้อมทั้งใช้มืออีกข้างปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามไหล่ของเธออย่างเบามือ สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนคนงานรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอิจฉา "ฉันบอกคุณแล้วไงคะ... เอ๊ย ผมบอกคุณแล้วว่า ระบบโลจิสติกส์จากมิติลับของผมน่ะไวและปลอดภัยยิ่งกว่ารถไฟเหาะยุคแปดสิบเสียอีก" ว่านหลินเกือบหลุดปากพูดสรรพนามคุ้นชิน แต่ก็รีบปรับน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ยุค 70 พร้อมกับอมยิ้มกริ่มเมื่อมองไปยังป้ายไม้สักทองแกะสลักตัวอักษรวิจิตรบรรจงที่เพิ่งถูกยกขึ้นแขวนเหนือประตูตึกแถวขนาดใหญ่สามคูหา *“ซุปเปอร์มาเก็ตว่านหลิน สาขาแรกแห่งมณฑล”* นี่ไม่ใช่แค่ร้านค้าสวัสดิการหรือสหกรณ์อำเภอผุๆ พังๆ แบบที่ชาวบ้านคุ้นเคย แต่มันคือห้างสรรพสินค้าจำลองย่อส่วนที่ถูกยกออกมาจากโลกอนาคต ทั้งกระจกใสบานใหญ่ที่ไร้รอยต่อ ชั้นวางสินค้าโลหะมันวาวเป็นระเบียบเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือระบบปรับอากาศที่ปล่อยความเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวกายของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนต้องหยุดชะงัก ข่าวการเปิดตัวซุปเปอร์มาเก็ตติดแอร์แห่งแรกในจังหวัดแพร่สะพัดไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แม่เฒ่าโจวที่เพิ่งหายจากอาการป่วยเรื้อรังเพราะฤทธิ์ยาบำรุงราคาแพงของลูกสะใภ้ เดินกระยิดกระยองเกาะไม้เท้าเข้ามามุงดูด้วยความโลภที่ฉายชัดในดวงตาฝ้าฟาง แกอ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งใบเมื่อเห็นชั้นวางขนมขบเคี้ยว นมกระป๋อง และเครื่องใช้ไฟฟ้าล้ำสมัยที่แม้แต่คนในเมืองหลวงยังไม่มีปัญญาเอื้อมถึง "นัง... นังตัวดี!" แม่เฒ่าโจวแผดเสียงแหบแห้งพยายามแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามา "แกไปเอาเงินทองมากมายมาจากไหน! นี่มันสมบัติของตระกูลลู่ใช่ไหม? แกแอบยักยอกเงินกองทุนทหารของสามีมาสร้างความสะราญให้ตัวเองเรอะ!" ฝูงชนที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับตู้แช่ไอศกรีมถึงกับเงียบกริบ ทุกสายตาหันมามองเป็นตาเดียว ลู่จ้านถิงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที เขากำลังจะก้าวออกไปจัดการมารดาผู้ให้กำเนิดที่สร้างความอับอายให้ภรรยา แต่ว่านหลินกลับยกมือขึ้นแตะแขนห้ามไว้เสียก่อน หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอเดินน่องสะท้านเข้ามาใกล้แม่สามีที่ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ "คุณแม่คะ แกéแลลี่อายุมากแล้ว อย่าเพิ่งรีบโมโหจนความดันขึ้นสิคะ" ว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมจนน่าหมั่นไส้ "เงินที่ฉันใช้สร้างห้างนี้ ไม่ใช่เงินจากกองทุนทหารแม้แต่เพนนีเดียว... แต่เป็นกำไรสุทธิจากการส่งออกเนื้อหมูแปรรูปและสมุนไพรจีนที่คุณแม่เคยด่าว่า 'ไร้ค่า' เมื่อสามเดือนก่อนต่างหากล่ะคะ จำไม่ได้แล้วหรือ?" ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าโจวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำทันที แกจำได้แม่นว่าเคยขว้างตระกร้าสมุนไพรทิ้งโคลนเพราะคิดว่าเป็นแค่หญ้าไร้ราคา ใครจะไปรู้ว่านังเด็กนี่จะเอาไปขายให้พ่อค้าชาวต่างชาติในตลาดมืดจนได้กำไรกลับมาเป็นกอบเป็นกำ "แก... แกมันนางปีศาจจิ้งจอก!" แม่เฒ่าโจวกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ พยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าลูกสะใภ้ แต่ทว่า... ฮึ่ม! เสียงเครื่องยนต์รถจípทหารรุ่นใหม่เอี่ยมแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ "ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด" และคณะนาย ларวอาวุโสจากส่วนกลางที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานพิเศษ ทุกคนต่างชะงักเมื่อเห็นภาพแม่สามีพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าของกิจการผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจท้องถิ่น ลู่จ้านถิงก้าวเข้าไปบังร่างภรรยาไว้ พร้อมกับประสานสายตากับท่านผู้ว่าฯ ด้วยท่าทีนิ่ง "ท่านผู้ว่าครับ พอดีมารดาของผมท่านอายุมากแล้ว อาจจะตื่นเต้นกับความเจริญก้าวหน้าของอำเภอเราจนเสียอาการไปบ้าง ผมต้องขอประทานโทษด้วย" น้ำเสียงของนายทหารหนุ่มราบเรียบแตทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรีบโบกมือปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม "ไม่เป็นไรๆ ผู้พันลู่! ภรรยาของคุณว่านหลินนี่แหละคือวีรสตรีที่นำความเจริญมาสู่จังหวัดเรา ซุปเปอร์มาเก็ตนี่แหละที่จะพลิกโฉมการค้าขายของภูมิภาค!" ท่านผู้ว่ากล่าวชมเชยเสียงดังฟังชัด ท่าเสียงปรบมือเกรียวกราวของชาวบ้านนับร้อยที่มารอคิวเข้าชม แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือด ขาอ่อนแรงจนแทบล้มพับลงไปกองกับพื้นเมื่อรู้ว่าตนเองเพิ่งจะทำลายโอกาสที่จะได้เกาะชายผ้าลูกสะใภ้ผู้กำลังจะกลายเป็นคนสำคัญของจังหวัดไปเสียแล้ว ว่านหลินเหลือบมองแม่สามีที่กำลังตัวสั่นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะหันไปยิ้มรับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของนักข่าวท้องถิ่นที่ถูกเชิญมา เธอหยิบไมโครโฟนไร้สายขึ้นมาประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ "ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ 'ซุปเปอร์มาเก็ตว่านหลิน' ค่ะ วันนี้เพื่อเป็นการฉลองเปิดสาขาแรก เรามีโปรโมชั่นพิเศษ... สำหรับลูกค้าห้าร้อยท่านแรก สามารถเข้ามาทดชิม 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรต้นตำรับลับเฉพาะ' และ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมพันปี' ที่ปรุงร้อนๆ จากเชฟมือหนึ่งได้ฟรีทันทีค่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศซีיוและไขมันหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็ลอยฟุ้งกระจายออกจากประตูอัตโนมัติที่เพิ่งเปิดออก กลิ่นหอมอันทรงพลังนี้รุนแรงเสียจนความโกรธ ความอิจฉา และความโลภของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงท้องร้องโครกครากและความอยากอาหารที่พุ่งพล่านจนแทบจะอดรนทนไม่ไหว ฝูงชนกรูเข้ามาด้านในอย่างเป็นระเบียบตามการจัดการของลู่จ้านถิง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวsoอย่างมีความสุข ท่ามกลางความสำเร็จที่หอมหวานและกลิ่นอายเงินตราที่ลอยอบอวล ทว่า... ในขณะที่ว่านหลินกำลังหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จกับสามี สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยในชุดสูทสากลราคาแพงตะวันตก กำลังยืนจ้องมองเธอมาจากมุมมืดของถนนฝั่งตรงข้าม ผู้ชายคนนั้น... ใบหน้าคมคายที่เธอจำได้แม่นยำจากความทรงจำในชาติก่อน ผู้ชายที่เป็นต้นเหตุให้ร่างเดิมต้องตรอมใจตาย "อี้เฉิน?" ว่านหลินพึมพำชื่อนั้นเบาๆ ด้วยความตกตะลึง มือหนาของลู่จ้านถิงที่ถือแก้วไวน์อยู่ชะงักกึก รังสีความเยียบเย็นแผ่กระจายออกจากร่างของนายทหารหนุ่มทันทีเมื่อเขาหันไปเห็นชายแปลกหน้าที่กำลังส่งยิ้มประหลาดมาให้ภรรยาของตน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%