เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 38

คนใหญ่คนโตมาขอฝากตัว

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงกราวของถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุกที่กระทบกับโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องรับรองของกองอำนวยการประจำอำเภอเงียบกริบลงทันตาเห็น รอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้าของสגןอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลเหอเป่ยอย่าง "ท่านรองเผิง" แข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของลู่จ้านถิงกวาดมองเอกสารสัญญาตรงหน้า ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลื่อนมันกลับไปอย่างไม่แยแส "เงื่อนไขนี้... ดูเหมือนจะเอาเปรียบภรรยาของผมเกินไปหน่อยนะครับ ท่านรองเผิง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไม่มีแววเกรงกลัวอำนาจเบื้องสูงแม้แต่น้อย ท่าทีเช่นนี้หากเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยคนอื่นคงตัวสั่นงันทับด้วยความหวาดกลัวไปแล้ว แต่สำหรับลู่จ้านถิง นายทหารหนุ่มผู้สร้างผลงานในสนามรบมาโชกโชนและกำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในแวดวงทหาร เขามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเชิดหน้าชูตาได้ทุกที่ ในห้องนั้น ไม่เพียงแต่ท่านรองเผิงเท่านั้น แต่ยังมีหัวหน้าสำนักงานพาณิชย์อำเภอและเหล่าพ่อค้าคนกลางผู้ทรงอิทธิพลอีกหลายคนนั่งหน้าซีดเผือด พวกเขาเดินทางมาถึงที่นี่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างด้วยจุดประสงค์เดียว นั่นคือการ "ขอเข้าพบ" และ "เจรจาซื้อขาด" สินค้าพรีเมียมจากห้างสรรพสินค้าลึกลับที่กำลังสะเทือนไปทั่วทั้งมณฑล ไม่ว่าจะเป็นแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดดุจแพรไหม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน หรือแม้แต่เครื่องกระป๋องนำเข้าที่แม้แต่ในเมืองหลวงยังหาซื้อไม่ได้ และผู้กุมกุญแจสำคัญทั้งหมด... ก็คือสตรีที่กำลังนั่งจิบชาอุ่นๆ อยู่ข้างกายลู่จ้านถิงอย่างสบายอารมณ์ หลินว่านหลินสวมเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีแดงเข้มขับผิวขาวผ่อง รอยยิ้มบางเบาบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีระเรื่อดูเย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้สามีผู้คลั่งรักจัดการเจรจาธุรกิจสกปรกพวกนี้แทน ขณะที่สายตาก사ดมองกล่องขนมเปี๊ยะไส้ทะลักที่เธอเพิ่งหยิบออกมาจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติลับ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยสดและไข่เค็มลาวาโชยกรุ่นอบอวลไปทั่วห้อง จนข้าราชการระดับสูงหลายคนแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คุณลู่... เรื่องนี้ เรามาตกลงกันได้นะครับ" ท่านรองเผิงฝืนยิ้มแห้งๆ เช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ "สินค้าของคุณหลินเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ทางเราเพียงแค่ต้องการผูกขาดการจัด 50% ของโควตาประจำปี เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอำเภอเรา... ซึ่งแน่นอนว่า ผลประโยชน์ตอบแทนที่จะได้รับ มันคุ้มค่ามหาศาลทีเดียว" หลินว่านหลินวางถ้วยชาลง เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเธอเป็นตาเดียว "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอำเภอ หรือความมั่นคงในกระเป๋าเงินของพวกท่านกันแน่คะ... อ๊ะ, ขออภัยค่ะ ติดปากพูดเล่นไปหน่อย" หลินว่านหลินแสร้งยกมือปิดปากหัวسาะเบาๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ท่านรองเผิงคะ สินค้าของฉันไม่ได้มีไว้ผูกขาดเพื่อใครคนใดคนหนึ่งค่ะ มันมีไว้สำหรับผู้ที่ 'คู่ควร' และให้เกียรติฉันมากพอเท่านั้น" คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาท่านรองเผิงหน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดงด้วยความอับอาย แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า? ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและการขาดแคลนคือเรื่องปกติ สินค้าคุณภาพเยี่ยมยอดที่หลินว่านหลินนำออกมาปล่อยขายทีละล็อต กลายเป็นเครื่องมือต่อรองที่ทรงพลังยิ่งกว่าอำนาจรัฐเสียอีก ใครได้ครอบครองสินค้าเหล่านี้ ย่อมหมายถึงอำนาจ บารมี และเสียงสนับสนุนจากประชาชนในกำมือ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะหยิบมีดมาแทงกันได้นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อก ก๊อก! เลขาฯ ส่วนตัวของท่านรองเผิงเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด รีบก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูผู้เป็นนายด้วยอาการลนลานจนตัวสั่นเทิ้ม "ท่านครับ... ทาง... ทางผู้ว่าการมณฑลและคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำจังหวัด มาถึงด้านล่างแล้วครับ! พวกท่านบอกว่า... ขอมา 'เยี่ยมเยียนและฝากเนื้อฝากตัว' กับคุณหลินและสหายลู่ด้วยตัวเอง!" เพล้ง! ถ้วยชาในมือของท่านรองเผิงถึงกับร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย ชายวัยกลางคนผู้เคยนั่งวางท่าใหญ่โตเมื่อครู่ถึงกับหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ผู้ว่าการมณฑลและคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดเนี่ยนะ? บุคคลระดับสูงที่แม้แต่ข้าราชการระดับเขาต้องรอคิวขอเข้าพบนานเป็นเดือน กลับเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง เพียงเพราะต้องการมาพบหญิงสาวบ้านนอกกับนายทหารหนุ่มเนี่ยนะ?! หลินว่านหลินเหลือบมองหน้าสามีเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยรสชาติของชัยชนะและความร่ำรวยให้เขา ลู่จ้านถิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้ใต้โต๊ะ บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจและสื่อความหมายว่า *'ที่เหลือปล่อยผมจัดการเองครับที่รัก'* ประตูห้องรับรองเปิดกว้างออกอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างของชายวัยเกษียณท่าทางน่าเกรงขามในชุดสูทจีนสีเทาเข้ม พร้อมด้วยผู้ติดตามและบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและนอบน้อมผิดวิสัยของผู้มีอำนาจ "ฮ่าๆๆ! สหายลู่! สหายว่านหลิน! พวกเราเดินทางมาไกล หวังว่าคงจะไม่เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของพวกท่านนะ" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง ขณะที่สายตากวาดมองไปยังกล่องขนมเปี๊ยะและถุงชาพรีเมียมที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยประกายตาวาววับ หลินว่านหลินลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รอยยิ้มการค้าอันทรงเสน่ห์แย้มออกบนใบหน้า พร้อมกับที่ในใจของเธอเริ่มคำนวณตัวเลขกำไรมหาศาลที่จะไหลเข้ามาในบัญชีมิติลับจากดีลครั้งนี้... ดีลที่จะเปลี่ยนตระกูลลู่ให้กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องไปชั่วกาลนาน และในวินาทีที่ผู้ว่าการมณฑลโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อกล่าวทักทายเธออย่างให้เกียรติ สายตาของหลินว่านหลินก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่แอบยืนหลบมุมอยู่หลังประตู—แม่เฒ่าโจว แม่สามีจอมโลภมากที่อุตส่าห์สะกดรอยตามมาถึงในเมือง พร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและตะลึงงันจนอ้าปากค้าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สาดความเกลียดใส่ตัวร้าย และฟินไปกับความเปย์ของพี่จ้านถิงด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%