เสียงกวาดไม้กวาดทางมะพร้าวปะทะกับพื้นซีเมนต์หน้าบ้านพักข้าราชการทหารดัง *แกรก... แกรก...* เป็นจังหวะที่น่ารำคาญหูสำหรับคนตื่นสาย ทว่าในยามสายของวันพุธนี้ มันคือเสียงประกาศิตแห่งความพินาศของตระกูลโจว
แม่เฒ่าโจวในชุดเสื้อผ้าตัวโคร่งที่เคยดูสะอาดสะอ้าน บัดนี้ยับยู่ยี่ราวกับผ้าขี้ริ้ว เส้นผมสีดอกเลาหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง สองมือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะกวาดเศษใบไม้แห้งด้วยความจำยอม ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาและเสียงซุบซิบของเหล่าแม่บ้านนายทหารละแวกนั้น
"กวาดให้มันสะอาดหน่อยสิครับคุณแม่ ถ้าพื้นยังฝุ่นเยอะแบบนี้ เดี๋ยวหลาน ๆ ของท่านเดินมาเหยียบจะป่วยเอาได้นะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของลู่จ้านถิงดังขึ้นจากเก้าอี้หวายใต้ร่มไม้ นายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศ นั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรจีนชั้นดีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เขาไม่ได้เหลือบมองหญิงชราผู้ให้กำเนิดด้วยซ้ำ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่กับเอกสารปลดหนี้และสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์ในมือ
"ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าใช้ให้แม่แท้ ๆ มาเป็นคนรับใช้บ้านแกเหรอ!" แม่เฒ่าโจวตวัดไม้กวาดทิ้งลงพื้น ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาฝ้าฟางแดงก่ำด้วยความแค้นเคือง "แกมันถูกอีสะไภ้ตัวดีล้างสมอง! ลืมบุญคุณน้ำนมที่ฉันเลี้ยงดูมาหรือไง!"
หลินว่านหลินที่กำลังยืนเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมตังกุยอยู่ในครัวทะลุมิติ (ที่เธอแอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ) ชะงักมือเล็กน้อย เธอส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างนึกขัน ก่อนจะเดินถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลออกมาที่ระเบียง กลิ่นหอมหวานกลมกล่อมของซุปตุ๋นยาจีนโชยเตะจมูกผู้คนรอบข้างจนต้องกลืนน้ำลาย
"บุญคุณน้ำนมเหรอครับคุณแม่ยาย... อ๊ะ ขอโทษที ผมเผลอเรียกตามความเคยชิน" ว่านหลินแย้มยิ้มพราย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และเย้ยหยันในคราวเดียวกัน "ตลอดสิบปีที่ผ่านมา สามีฉันส่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งมาให้ท่านทุกเดือน แต่ท่านเอาไปปรนเปรอพี่ชายคนโตที่ติดการพนันจนหมด แถมยังเคยเกือบขายฉันให้ตาแก่ขี้เมาในหมู่บ้านเพื่อแลกกับค่าสินสอดก้อนโต แบบนี้เขาเรียกว่า 'บุญคุณ' หรือ 'หนี้เลือด' กันแน่ครับ?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจของแม่เฒ่าโจว จนแกถึงกับเซถอยหลังไปสามก้าว ญาติสนิทมิตรสหายที่เคยมาพึ่งพาอาศัยตระกูลโจวและคอยสูบเลือดสูบเนื้อจากลู่จ้านถิง ต่างพากันหลบสายตาและถอยกรูดออกไปทีละคน เมื่อเห็นว่าอำนาจเงินและบารมีของตระกูลลู่ไม่ได้โง่เง่าให้หลอกใช้อีกต่อไปแล้ว
"พวกแก... พวกแกมันคนใจดำอำมหิต! จะให้ฉันกับญาติ ๆ ไปอยู่ที่ไหน!" แม่เฒ่าโจวแผדเสียงกรีดร้องด้วยความจนตรอก เมื่อหันไปมองหน้าบรรดาญาติ ๆ ที่พากันหลบตาเป็นพัลวัน ไม่มีใครกล้าสบตาหรือยื่นมือเข้าช่วยสักคน เพราะต่างก็รู้ดีว่า หากยังดื้อดึงอยู่ต่อ นอกจากจะไม่ได้เงินสักแดงเดียวแล้ว อาจจะต้องติดคุกข้อหาฉ้อโกงและรีดไถทรัพย์สินจากนายทหารระดับสูงอีกด้วย
ลู่จ้านถิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก*
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที นายทหารหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้หญิงชราที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ผมให้เวลาพวกท่านสามชั่วโมงในการเก็บข้าวของออกจากเขตบ้านพักทหาร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี "รถบรรทุกของกองร้อยจอดรออยู่ข้างนอกแล้ว มันจะไปส่งพวกท่านที่ชายแดนอำเภอทางเหนือ... ที่ดินผืนเล็ก ๆ ที่ผมซื้อไว้ให้พอปลูกกระท่อมอยู่ได้ จะได้ไม่ต้องมาสร้างความอับอายให้ใครที่นี่อีก"
"ไม่... ฉันไม่ไป! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!" แม่เฒ่าโจวทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ไม่มีใครเห็นใจ ภาพของหญิงชราผู้เคยใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นมาตลอดชีวิต บัดนี้กลายเป็นเพียงคนแก่ไร้ค่าที่ถูกสังคมขับไล่อย่างไร้เยื่อใย
ว่านหลินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเรียเฉย ความแค้นในอดีตชาติของร่างเดิมได้รับการชำระสะ้างจนหมดสิ้นแล้ว เธอยื่นถ้วยซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมร้อน ๆ ให้สามี พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม
"เหนื่อยหน่อยนะครับคุณสามี จัดการคนพวกนี้เสร็จแล้ว มากินซุปบำรุงกำลังกันเถอะ วันนี้ฉันทำ 'เป็ดพะโล้ฮ่องกง' สูตรพิเศษจากห้างของเราด้วยนะ รับรองว่าเนื้อนุ่มละลายในปาก ชูรสความสะใจได้ดีเยี่ยมเลยล่ะครับ"
ลู่จ้านถิงโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างรักใคร่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีเมื่อมองหน้าเธอ "ครับ... เมียรักทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของนายทหารเวรยามที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ผู้กองลู่ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" นายทหารหนุ่มหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลเปื้อนคราบโคลนลงบนโต๊ะ "มีพัสดุลึกลับจ่าหน้าถึงคุณแม่ของคุณส่งมาจากเมืองหลวง... ด้านในมี 'สิ่งนั้น' อยู่ครับ!"
ลู่จ้านถิงขมวดคิ้วมุ่น หยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ทันทีที่รูปถ่ายและสมุดบัญชีลับด้านในปรากฏแก่สายตา นัยน์ตาสีเข้มของนายทหารหนุ่มก็หรี่แคบลงทันที ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
นั่นไม่ใช่เอกสารของตระกูลโจว... แต่มันคือหลักฐานการทุจริตระดับชาติที่เชื่อมโยงถึง 'บุคคลปริศนา' ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งกำลังเดินทางมาที่ค่ายทหารแห่งนี้ในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สาดความเกลียดใส่ตัวร้าย และฟินไปกับความเปย์ของพี่จ้านถิงด้วยกันเสมอนะครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 39
เคลียร์บัญชีแค้นครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!