เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 4

ประกาศแยกบ้านแบบสตรีสายสตรอง

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ถ้าพวกท่านอยากได้เงินจากฉันนัก ก็เชิญไปขุดเอาที่หลุมศพบรรพบุรุษโน่นเถอะครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าในนั้นมีแต่กระดูก ไม่ได้มีเหรียญเงินให้พวกท่านขุดมาปรนเปรอความโลภหรอก” เสียงของว่านหลินดังก้องกังวานท่ามกลางลานบ้านตระกูลลู่ เธอยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของเหล่าญาติพี่น้องที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ โดยมีร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง ราวกับรูปปั้นเทพบุตรที่หลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นหรูหราผิดกับบรรยากาศชนบทที่แสนจะทุรกันดารนี้ “แก! อีสะใภ้อกตัญญู!” แม่เฒ่าโจวตบโต๊ะไม้จนจานชามสั่นสะเทือน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “ที่นี่บ้านตระกูลลู่! ฉันเป็นแม่สามีแก แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาสามหาวแบบนี้!” ว่านหลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยัน เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงกดดันนั้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอกลับหยิบนาฬิกาพกเรือนทองขึ้นมาดูเวลาอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ชายในชุดสูทที่ยืนรออยู่ “ในเมื่อท่านแม่บอกว่านี่คือตระกูลลู่...” ว่านหลินเว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบวง “งั้นเราก็มาเคลียร์กันให้ชัดตั้งแต่วันนี้ ผมขอ ‘แยกบ้าน’ ครับ” คำว่า ‘แยกบ้าน’ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวงสนทนา ชาวบ้านที่แอบส่องอยู่หลังกำแพงต่างพากันส่งเสียงฮือฮา บางคนหัวเราะเยาะด้วยความเวทนา “ดูมันสิ นึกว่ามีหนุ่มชุดสูทมาหาแล้วจะรอดเรอะ?” “สะใภ้ตัวแสบอยากแยกบ้านแต่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ น่าสมเพชจริงๆ!” ลู่จ้านถิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในลานบ้านพอดีหยุดชะงัก สายตาคมเข้มดั่งพยัคฆ์ของเขาตวัดมองชายแปลกหน้าเพียงแวบเดียว ก่อนจะเดินตรงไปยืนข้างหลังภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปวางบนไหล่ของว่านหลินอย่างมั่นคง สัมผัสที่อบอุ่นและทรงพลังนั้นคือคำประกาศว่า ‘ไม่ว่าใครจะเห็นต่างอย่างไร ผมอยู่ข้างเมียผมเสมอ’ “ใครจะไปใครจะอยู่ ผมไม่สน” ลู่จ้านถิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนทุกคนในลานบ้านเงียบกริบ “แต่ถ้าว่านหลินบอกว่าแยก ก็คือแยก ใครจะมาขัดขวาง... ก็ลองดู” แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือด นางไม่คิดว่าลูกชายคนรองที่เคยเชื่อฟังจะกล้าแข็งข้อถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีชายแปลกหน้าผู้นี้มายืนข่มขวัญอยู่ด้วย บรรยากาศเริ่มตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ว่านหลินจึงถือโอกาสนี้จัดการธุระของเธอ “ส่วนเรื่องแบ่งสมบัติ...” ว่านหลินยิ้มหวาน รอยยิ้มที่ดูเผินๆ เหมือนจะอ่อนโยน แต่กลับทำเอาคนมองเสียวสันหลังวาบ “ฉันไม่เอาอะไรเลยสักอย่าง แต่ของทุกชิ้นที่เป็นชื่อฉัน หรือของที่จ้านถิงซื้อให้ฉัน... ขนไปให้หมด และถ้าใครหน้าไหนกล้าแตะต้องแม้แต่กระเบื้องหลังคาบ้านหลังที่ฉันจะย้ายไปอยู่... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ชายในชุดสูทก้าวออกมาข้างหน้า เขาเปิดกระเป๋าหนังราคาแพงใบนั้นออก เผยให้เห็นเอกสารจำนวนมากที่ประทับตราทางราชการชัดเจน “กระผมทนายความจากเมืองหลวงครับ มีหน้าที่มาจัดการเรื่องทรัพย์สินและที่ดินของตระกูลลู่ตามคำร้องขอของหลินว่านหลิน และจากนี้ไป ห้างสรรพสินค้าในมิติพิเศษของเธอ จะเป็นแหล่งรายได้เดียวที่ครอบครัวตระกูลลู่จะต้องกราบกรานขอส่วนแบ่ง... ถ้าพวกคุณยังอยากมีชีวิตที่สุขสบาย” ว่านหลินหันไปกระซิบกับลู่จ้านถิงเบาๆ “เย็นนี้เราทำหม้อไฟกินกันดีไหมคะ? ฉันมีเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมจากมิติห้างที่เพิ่งสั่งเข้ามา น้ำซุปหม่าล่ารสเด็ดที่ปรุงด้วยเครื่องเทศหายาก รับรองว่ากลิ่นจะหอมไปถึงสามบ้านแปดบ้าน ให้คนพวกนี้ต้องกลืนน้ำลายเล่นจนท้องกิ่วไปเลย” ลู่จ้านถิงคลี่ยิ้มบาง “ตามใจคุณครับ อะไรที่คุณอยากทำ ผมสนับสนุนเต็มที่” ขณะที่ชาวบ้านกำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่พลิกผัน ทันใดนั้น ทนายความผู้นั้นก็นำเอกสารฉบับหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ ของแม่เฒ่าโจว มันไม่ใช่เอกสารแบ่งสมบัติธรรมดา แต่มันคือตราประทับจากหน่วยงานที่คนในหมู่บ้านไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อแม่เฒ่าโจวเหลือบไปเห็นเนื้อหาในเอกสาร ดวงตาของนางก็เบิกกว้างจนแทบถลนออกมา ทนายความกล่าวด้วยเสียงเรียบเย็น “สิ่งที่อยู่ในมิติลับของว่านหลิน ไม่ใช่แค่ของเล่นเด็ก แต่มันคือเทคโนโลยีและสินค้าระดับโลกที่ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศยังต้องแย่งชิง... และพวกคุณที่กำลังจะไล่เธอออกไป ก็เพิ่งจะสละโอกาสที่จะได้เป็นเศรษฐีพันล้านไปในชั่วพริบตาเดียวครับ” ว่านหลินแสยะยิ้ม มองดูความตกตะลึงของคนตระกูลลู่ ก่อนจะหันไปหาจ้านถิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งลานบ้านว่า “จ้านถิงคะ... ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญแอบมองเราอยู่หลังกำแพงเยอะเลยนะแบบนี้ เราคงต้องเพิ่มเมนู ‘เป็ดปักกิ่งหนังกรอบ’ อีกสักตัวแล้วล่ะค่ะ กลิ่นหอมๆ ของมันคงจะทรมานคนหิวโหยได้ดีทีเดียว” แต่ทว่า... ในวินาทีที่ว่านหลินกำลังจะหันหลังกลับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารหลายสิบนายก็ดังสะเทือนมาแต่ไกล พร้อมกับรถจี๊ปคันใหญ่ที่จอดสนิทหน้าบ้านตระกูลลู่ บุคคลที่ก้าวลงมาจากรถคือชายในเครื่องแบบเต็มยศที่จ้านถิงต้องรีบทำความเคารพทันที! เขาเดินตรงมาหาว่านหลิน สายตาจับจ้องไปที่เธอด้วยความสงสัยระคนทึ่ง ก่อนจะพูดคำแรกออกมาว่า “เธอคือคนที่ทางการกำลังตามหา... เจ้าของมิติห้างหรูที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนใช่หรือไม่?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของว่านหลินและคุณสามีสายเปย์นะครับ! หมอผีวัยรุ่นครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%