ควันสีเทาจางๆ จากเตาฟืนชื้นแฉะลอยคลุ้งกลบเพดานมุงจากที่ผุพังจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและซากไม้ผุผสมปนเปกับกลิ่นสาบสุนัขจรจัด ทำให้บรรยากาศในกระท่อมท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ดูไม่ต่างอะไรกับหลุมฝังศพทั้งเป็น
"ถ้านี่คือวิมานที่แม่สามีใจบุญตักบาตรมอบให้เรา สตรีผู้นั้นคงอยากให้เราไปเกิดใหม่ในชาติหน้าเร็วกว่ากำหนดสี่สิบปีสินะครับ"
หลินว่านหลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองสภาพความพินาศรอบตัวด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช ร่างบางในชุดเก่าขาดวิ่นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกำลังใช้ปลายเทเขี่ยกองขี้เถ้าเก่าๆ บนพื้นดินอย่างไม่ยี่ห้อ
สัปดาห์ก่อนเธอยังเป็นเชฟมือทองและซีอีโอสาวผู้ครอบครองอาณาจักรอาหารมูลค่าหลายร้อยล้านในโลกปัจจุบัน แต่เพราะความซวยจากการสะดุดลิฟต์ตกมิติ เธอจึงต้องมาสิงอยู่ในร่างของสะใภ้ตัวแสบแห่งยุค 70 ที่ถูกตระกูลลู่ขับไล่ไสส่งให้มาตายผ่อนส่งในกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับสามีทหารหนุ่มที่เพิ่งปลดประจำการเพราะบาดเจ็บสาหัส
"ว่านหลิน... เธอพักเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืด ลู่จ้านถิงพยายามยันกายลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่โย้เย้ ใบหน้าคมคายซีดเซียว ร่างกายกำยำที่เคยสง่างามในเครื่องแบบทหารบัดนี้มีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่ขาซ้าย ทำให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่แววตาที่เขามองเธอกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด
หลินว่านหลินหันไปมองสามีหนุ่มผู้เงียบขรึม หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ตัวประกอบไร้ค่าในนิยายน้ำเน่า แต่คือเพชรแท้ที่ถูกคนตระกูลลู่เหยียบย่ำจนจมดิน... และเธอนี่แหละ จะเป็นคนเจียระไนเขาให้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้เองครับ
"พักผ่อนอะไรกันล่ะครับพี่จ้านถิง ดูสภาพบ้านหลังนี้สิ ต่อให้เป็นหมูในเล้ายังส่ายหัวหนีเลยนะ ถ้าขืนเรานอนที่นี่ต่ออีกคืน มีหวังได้กลายเป็นผีเฝ้ากระท่อมสมใจแม่เฒ่าโจวแน่ๆ" ว่านหลินส่งยิ้มพราวเสน่ห์ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์จนลู่จ้านถิงถึงกับชะงักงัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล "แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลย อาหารก็ไม่มี เงินติดตัวก็แทบไม่เหลือ..."
"ใครบอกว่าไม่มีล่ะครับ?"
ว่านหลินยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ในมุมอับสายตาที่หันหลังให้สามี สติของเธอเชื่อมต่อกับ "ห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ" ในมิติลับทันที ห้างหรูหราระดับไฮ엔ด์จากโลกอนาคตที่มีสินค้าครบวงจรตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบถูกย่อส่วนมาอยู่ในจิตสำนึกของเธอเรียบร้อยแล้ว
"หลับตาลงสักห้านาทีสิครับพี่จ้านถิง แล้วพี่จะรู้ว่าความมหัศจรรย์มันหน้าตาเป็นอย่างไร"
ลู่จ้านถิงมองภรรยาด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่มั่นอกมั่นใจจนเกินร้อย เขากพยักหน้าช้าๆ และยอมหลับตาลงตามคำขอ แม้ในใจจะเตรียมรับมือกับความจริงอันโหดร้ายว่าภรรยาอาจจะสติหลุดไปแล้วก็ตาม
*วิ้ง!*
เสียงคลื่นพลังงานความถี่ต่ำแผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสิบเมตร อากาศรอบตัวกระท่อมผุพังเริ่มบิดเบือน เสาไม้เก่าคร่ำคร่าถูกแทนที่ด้วยเสาเหล็กกล้าไร้สนิมเกรดพรีเมียม ผนังดินเหนียวหลุดร่วงถูกเนรมิตใหม่ด้วยวอลเปเปอร์กันความชื้นลวดลายไม้โอ๊คอบอุ่น หน้าต่างกระดาษเก่าๆ กลายเป็นกระจกนิรภัยสองชั้นกรองแสงอย่างดี กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยระบบปรับอากาศบริสุทธิ์อัตโนมัติที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกวานิลลา
เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ...
"ลืมตาได้แล้วครับ"
ลู่จ้านถิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้ทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับผงะ ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขอบเตียง
กระท่อมร้างใกล้พังทลายเมื่อครู่ บัดนี้ได้กลายเป็นวิมานขนาดย่อมที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นผสมผสานความคลาสสิกอย่างลงตัว พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์บุหนังแท้สีน้ำตาลเข้มตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง มุมครัวบิ้วอินพร้อมอุปกรณ์ทำครัวสเตนเลสเงาวับราวกับยกภัตตาคารห้าดาวมาไว้ในป่า และที่สำคัญที่สุด... บนโต๊ะไม้สักทองกลางห้อง มีกองธนบัตรปึกใหญ่และทองคำแท่งบริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิบชั่งวางเรียงรายสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ!
"นี่มัน... อะไรกัน?" ลู่จ้านถิงเสียงสั่นพร่า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสทองคำแท่งตรงหน้า ความเย็นเฉียบและน้ำหนักที่แท้จริงยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
หลินว่านหลินเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือเรียวบางไปแตะไหล่หนาของสามีเบาๆ พลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม "สมบัติลับของบรรพบุรุษตระกูลลู่ที่ซ่อนไว้ไงล่ะครับ... แม่เฒ่าโจวคงคิดไม่ถึงหล่ะสิว่าเราจะเจอสมบัติก้อนนี้เข้า"
ลู่จ้านถิงหันขวับมามองหน้าภรรยา แววตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขารู้จักครอบครัวตัวเองดี ไม่มีทางที่ตระกูลลู่จะมีสมบัติซ่อนไว้ที่นี่แน่นอน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของหญิงสาว เขากลับเลือกที่จะเก็บคำถามเหล่านั้นไว้ในใจ
"เธอ... ไปเอามาจากไหน?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจัง
"ความลับครับ" ว่านหลินขยิบตาซ้ายให้หนึ่งทีอย่างกวนประสาท "รู้แค่ว่า... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนในหมู่บ้านนี้กล้ามาเหยียบย่ำหัวเราะเยาะเราอีกเด็ดขาด เงินพวกนี้คือทุนตั้ง ฐานะของเราจะพุ่งทะยานจนคนตระกูลลู่วิ่งร้องไห้ตามไม่ทันเลยทีเดียว"
ระหว่างที่ลู่จ้านถิงกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันรุนแรงก็ลอยโชيشเข้าจมูกจนทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก
มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้" ที่เคี่ยวจนน้ำตาลเคิร์าเมลเคลือบหนังหมูสีแดงฉ่ำวาว เนื้อนุ่มละลายในปาก ส่งกลิ่นสมุนไพรจีนโชยทะลุกระจกหน้าต่างออกไปปะทะสายลมยามเย็นที่พัดผ่านท้ายหมู่บ้านอย่างจัง!
หลินว่านหลินยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของชาวบ้านข้างเคียงที่กำลังสูดกลิ่นนี้เข้าไป...
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความมั่งคั่งที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูกระท่อมด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังตึก ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่เฒ่าโจวที่ตะโกนด่าทอเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวซวย! พวก2คนแอบซ่อนอาหารอะไรกินกันในนั้น! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันพังประตูเข้าไปลากหัวพวกแกออกมา!"
ลู่จ้านถิงหน้าเปลี่ยนสีทันที สัญชาตญาณทหารตื่นตัวขึ้นพร้อมรับมือ ความเครียดฉายชัดบนใบหน้าคม
แต่หลินว่านหลินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสะใจ เธอหันไปกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบขาด
"ไม่ต้องลุกครับพี่จ้านถิง... ปล่อยให้ผมต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้เอง รับรองว่างานนี้... สนุกจนแม่เฒ่าโจวต้องเข่าทรุดแน่นอนครับ"
ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินนדไปที่ประตู พร้อมกับเงาปริศนาของใครบางคนที่ยืนเงียบเชียบอยู่หลังร่างแม่เฒ่าโจว—เงาที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของว่านหลินแข็งค้างไปชั่วขณะ...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 5
กระท่อมผุพังกับกองทองคำขาว
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!