เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 3

หม้อตุ๋นยาจีนสะท้านโลกันตร์

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงทุบโต๊ะไม้สนลั่นเอี๊ยดดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าย่นยู่ที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่เฒ่าโจว นางตวัดสายตาดุดันมองตรงไปยังร่างระหงของหลินว่านหลินที่กำลังยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องครัวด้วยรอยยิ้มมุมปาก เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง... และดูท่าว่าเหยื่อในกำมือจะดิ้นพล่านเร็วกว่าที่คาดไว้เสียด้วย "หลินว่านหลิน! นังตัวดี แกกล้าดียังไงถึงแอบเอาแป้งขาวและน้ำตาลทรายแดงที่ควรจะเป็นของส่วนรวมในบ้านไปซ่อนไว้กินคนเดียว! แกเห็นหัวฉันที่เป็นแม่สามีคนนี้บ้างไหม!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวแผดลั่นจนไก่ในเล้าข้างบ้านถึงกับกระพือปีกพับๆ ด้วยความตื่นตระหนก ทว่าหลินว่านหลินกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดเศษแป้งบางเบาที่ติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนสีสะอาดอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อย "แม่ครับ... เอ่อ แม่คะ... พูดจาให้เกียรติข้าวของที่สามีฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานบ้างสิครับ" ว่านหลินจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท นางยื่นมือไปเปิดฝาหม้อดินเผาใบโตที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านอั้งโล่ แอรอม่าอันซับซ้อนและล้ำลึกก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที ฟู้ย... กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมจากห้างลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน ทำเอาคนบ้านลู่กลืนน้ำลายเอื้อม มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนของโสมป่าอายุหลายสิบปี ผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มของกระดูกหมูคุโรบูตะเกรดพรีเมียมจากชั้นซูเปอร์マーケットในมิติลับของห้างหรูยุคศตวรรษที่ 21 ที่ถูกแอบลักลอบนำออกมาปรุงในยุค 1970 นี้ ลู่จ้านถิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงนาในชุดทหารเก่าๆ แต่ร่างกายยังคงเต็มไปด้วยมัดกล้ามและกลิ่นอายความดุดัน ชะงักฝีเท้าลงทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูบ้าน ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยยืนถือทัพพีไม้รอต้อนรับอยู่ "หอมมาก..." ลู่จ้านถิงเอ่ยเสียงทุบต่ำ ดวงตาคมมองภรรยาด้วยความหลงใหลระคนตามใจ "กลิ่นอะไรหรือครับว่านหลิน?" "ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนบำรุงกำลังครับพี่จ้านถิง" ว่านหลินหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี รอยยิ้มนั้นทั้งอ่อนโยนและทรงพลังพอที่จะละลายภูเขาน้ำแข็งในอกของนายหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้ได้ในพริบตา "ฉันตั้งใจเคี่ยวให้พี่โดยเฉพาะเลยนะคะ คนทำงานหนักตากแดดตากลมสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่เศษผักเหี่ยวๆ เหมือนที่คนบางคนพยายามจะยัดเยียดให้กิน" ประโยคหลังนางจงใจตวัดสายตาคมกริบไปทางแม่เฒ่าโจวและน้องสะใภ้ตัวแสบที่กำลังยืนอ้าปากค้าง น้ำลายสอจนแทบจะไหลย้อยลงมาตามคาง แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นหม้อไหม้ นางก้าวฉับๆ เข้ามาหมายจะใช้ไม้เรียวฟาดลงบนแขนเรียวของลูกสะใภ้ตัวดี แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะได้สัมผัสแม้แต่ชายเสื้อ ลู่จ้านถิงก็ก้าวเข้ามาขวางกลางด้วยความเร็วดุจพายุ ร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงเหล็กแผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนแม่เฒ่าโจวต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา "แม่ครับ..." เสียงของลู่จ้านถิงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนน่าขนลุก "ข้าวของในหม้อนี้ เป็นสิ่งที่ภรรยาผมใช้แรงงานของเธอแลกมาด้วยวิธีของเธอเอง แม่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด" "ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างนั้นเรอะ!" แม่เฒ่าโจวแผดเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ มือเหี่ยวย่นทุบอกตัวเองป้าบๆ "นังนี่มันผีปอบ! มันเป่าหูแก! บ้านเราอดอยากแทบตาย แต่มันกลับแอบซ่อนเนื้อดีๆ ไว้กินกันสองคนผัวเมีย!" "ผีปอบเหรอครับ?" ว่านหลินหัวเราะคิกคักในลำคอ นางตักน้ำซุปสีทองใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีควันฉุย กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วรั้วบ้านจนเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดดมและกลืนน้ำลายเอื้อมกันเป็นแถว "ถ้าฉันเป็นผีปอบ คนที่ตระกูลลู่ควรกลัวที่สุดไม่ใช่ฉันหريكครับ... แต่คือความโลภของพวกท่านเองต่างหากที่กำลังจะกินรวบพวกท่านจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก" นางยื่นชามซุปหอมกรุ่นส่งให้ลู่จ้านถิงด้วยท่าทางเย้ายวน ชายหนุ่มรับมาด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกริบมองภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนทึ่งในความแสบสันต์ของนาง "ทานตอนร้อนๆ นะครับพี่จ้านถิง เนื้อหม้อนี้นุ่มละมุนลิ้น ละลายในปากแน่นอนครับ" ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังพรอว์ความหวานใส่กันอย่างไม่เกรงใจฟ้าดิน แม่เฒ่าโจวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าชามซุปในมือลู่จ้านถิง แต่นายทหารหนุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว ปล่อยให้แม่เฒ่าเสียหลักล้มคะมำลงไปกองกับพื้นดินเปียกแฉะหน้าห้องครัว เรียกเสียงอุทานตกใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ว่านหลินย่อตัวลงเล็กน้อย มองดูแม่สามีที่กำลังนั่งหน้าเลอะโคลนด้วยแววตาสมเพชเวทนา นางยื่นหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่ได้ยินกันแค่สองคน "นี่แค่เริ่มต้นนะครับแม่เฒ่า... ถ้าท่านยังไม่เลิกคิดจะเอาเปรียบพวกเรา มิติลับที่ท่านคิดว่าไม่มีจริง อาจจะมาเคาะประตูบ้านท่านตอนดึกๆ พร้อมกับผีจริงๆ ก็ได้นะ" คำขู่เย็นเยียบนั้นทำเอาแม่เฒ่าโจวตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ นางเบิกตากว้างมองสะใภ้ตัวแสบราวกับเห็นปีศาจจากขุมนรก ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและกลิ่นซุปหอมเย้ายวนที่ลอยวนเวียนอยู่จมูกของทุกคนนั้น จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็รั่วรัวดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของผู้ใหญ่บ้านที่ทำให้ทุกคนในตระกูลลู่ต้องหน้าถอดสี "ลู่จ้านถิง! ออกมาเปิดประตูเร็วกว้า! มีคนจากกองอำนวยการอำเภอมาหาแก... พวกเขานำหมายค้นและข้อหาลับล้ำทรัพย์สินของรัฐมาที่นี่!" หัวใจของแม่เฒ่าโจวพองโตด้วยความสะใจ นางยันกายลุกขึ้นพร้อมกับหัวเราะลั่นอย่างคนเสียสติ ชี้หน้าหลินว่านหลินแล้วตะโกนกรีดร้องลั่น "ฮ่าๆๆ! นังสารเลว! แกซ่อนของเถื่อนไว้ใช่ไหม! ตำรวจมาแล้ว! วันนี้แหละพวกแกต้องติดคุกหัวโตทั้งคู่!" ลู่จ้านถิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่าง ทว่าหลินหลินกลับแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับนางรอคอยเวลานี้มานานแล้ว ...และในวินาทีที่ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกโดยเจ้าหน้าที่รัฐ... สิ่งแรกที่ก้าวเท้าก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลลู่ กลับไม่ใช่ตำรวจ ยศนายพัน หรือเอกสารทางราชการ แต่เป็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าสวมสูทสากลยุคใหม่ที่พกกระเป๋าเอกสารหนังแท้ราคาแพงระยับ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ส่งตรงมายังหลินว่านหลิน... ผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ และเขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติลับของนาง? โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาลิ้มรสความสะใจและซุปหอมๆ ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%