เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 25

ฉายาหมอผีเทวดาแห่งยุค

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ใครกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว สมองของมันจะไม่ได้อยู่บนบ่าอีกต่อไป!" เสียงคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบงันของราตรีลงจนละเอียดเป็นผง ลู่จ้านถิงไม่ได้เพียงแค่ขู่ มือหนาที่กำด้ามปืนพกสีดำสนิทมั่นคงรากับหล่อหลอมมาจากเหล็กกล้า ปลอกกระสุนในรังเพลิงถูกดันเข้าสู่ตำแหน่งเตรียมพร้อมด้วยเสียง 'คลิก' ที่ดังก้องกังวานบาดแก้วหู เงาร่างที่พุ่งทะยานเข้ามาเมื่อครู่ชะงักกึกทันที ราวกับชนเข้ากับกำแพงเหล็กที่มองไม่เห็น ว่านหลินหุบยิ้มที่มุมปากอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินผู้มาเยือน นางก้าวเท้ามาขนาบข้างสามีอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นอายความเย็นเยียบของมิติลับห้างหรูในห้วงจิตสำนึกแผ่ซ่านออกมาจางๆ ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวถึงขีดสุด "ใจเย็นก่อนครับท่านผู้กอง... ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรู" เสียงแหบแห้งแต่ทุศลดังลอดออกมาจากความมืด พร้อมกับร่างของชายชราหลังค่อมคนหนึ่งที่ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แสงจันทร์สาดส่องลงมาเผยให้เห็นใบหน้ายับย่นที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความตื่นตระหนก มันคือเฒ่าฟาน หมอผีประจำหมู่บ้านข้างเคียงผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทำพิธีไล่ผีและดูฮวงจุ้ย ซึ่งในยามปกตินับถือกันว่าเป็นบุคคลที่ชาวบ้านเกรงใจยิ่งนัก แต่ในยามนี้ เฒ่าฟานกลับตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวกระบอกปืนในมือของลู่จ้านถิง แต่เป็นเพราะสายตาที่ว่านหลินใช้มองเขา มันเป็นสายตาที่เฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงวิญญาณและความโลภเบื้องลึกในใจ "ถ้าไม่ใช่ศัตรู เหตุใดจึงต้องย่องเบายามวิกาล และส่งเสียงหัวเราะชวนขนหัวลุกเช่นนั้นเล่า เฒ่าฟาน" ว่านหลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง นางกวาดตามองสำรวจชายชราตั้งแต่หัวจรดเท้า "หรือว่าท่านคิดว่าอาคมกระจอกงอกง่อยของท่าน จะหลอกตาคนในบ้านหลังนี้ได้?" เฒ่าฟานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเหลือบมองกระสุนในมือของนายทหารหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นดินอย่างไร้ศักดิ์ศรี "แม่นาง... ไม่สิ ปรมาจารย์ว่าน! ข้า... ข้าเพียงแค่ได้ยินชื่อเสียงเรื่องยาทิพย์ที่ท่านปรุงขึ้นเพื่อรักษาอาการป่วยของตระกูลจ้าวเมื่อยามบ่าย ข้าแค่อยากมาพิสูจน์ด้วยตาตนเองเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยแม้แต่น้อย!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลู่จ้านถิงยังคงไม่ลดปืนลง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายชราเบื้องล่าง ประหนึ่งเสือดาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อหากมีความผิดปกติแม้แต่น้อย ในขณะที่ว่านหลินกลับยกยิ้มมุมปาก นางรู้ทันทีว่าข่าวลือเรื่องยาปฏิชีวนะและวิตามินเกรดพรีเมียมจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะที่นางแอบเนียนว่าเป็น "โอสถโบราณ" ได้แพร่สะพัดออกไปไกลเกินกว่าที่คาดคิดเสียแล้ว "อยากพิสูจน์หรือ?" ว่านหลินก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนผสมผสานกับกลิ่นอายความสะอาดทันสมัยลอยวนรอบตัวนาง "เกรงว่าสิ่งที่ท่านอยากได้ จะไม่ใช่แค่การพิสูจน์กระมัง... แต่เป็นสูตรยา หรือไม่ก็ตัวยาทิพย์ที่เหลืออยู่ในมือข้าต่างหาก" เฒ่าฟานสะดุ้งสุดตัว ความคิดในใจถูกอ่านทะลุอย่างแม่นยำจนเขาหน้าซีดเผือด หมอผีเฒ่าโขกศีรษะลงกับพื้นดินทันที "ข้าผิดไปแล้ว! ข้าตาบอดเองที่กล้าบังAอาจมาลองดีกับท่านปรมาจารย์! ได้โปรดเมตตา ชี้ทางสว่างให้แก่คนโง่เขลาเช่นข้าด้วยเถิด!" เสียงร้องขอชีวิตของหมอผีชื่อดังประจำตำบลดังระงมท่ามกลางความมืด ทำให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่หลังรั้วบ้านต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ภาพที่เฒ่าฟานผู้เรืองอำนาจต้องมาคุกเข่าหมอบกราบสะใภ้ตระกูลลู่ผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวย ยิ่งตอกย้ำความเชื่อฝังหัวที่ว่า ว่านหลินมิใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาอีกต่อไป แต่นางคือ "ร่างทรงผู้มีบุญญาธิการ" และเป็น "หมอผีเทวดา" ที่แม้แต่ผีสางยังต้องก้มหัวให้ ลู่จ้านถิงเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ มือหนายอมลดปืนลงและเก็บเข้าซองหนังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "ลุกขึ้นเสีย... เมีย1ของข้าไม่ชอบให้ใครมาหมอบกราบอย่างไร้เหตุผล แต่อยากคุยเรื่องธุรกิจมากกว่า" ว่านหลินหันไปมองสามีด้วยสายตาเป็นประกาย นางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขาคราหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเฒ่าฟานที่ยังคงตัวสั่นงก "อยากได้ยาเทพของข้าใช่ไหม?" ว่านหลินเอ่ยเสียงหวาน แต่กลับทำให้เฒ่าฟานรู้สึกหน Iสันหลังวาบ "ได้... ข้าสามารถแบ่งให้ท่านได้ แต่ต้องแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งบางอย่างที่สมน้ำสมเนื้อ" *** รุ่งอรุณวันถัดมา ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง ณ ลานกลางหมู่บ้าน ใต้ต้นไทรใหญ่ บรรดาชาวบ้านต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดเกรง เฒ่าฟานผู้เป็นหมอผีประจำถิ่นเดินถือถาดไม้ที่บรรจุสมุนไพรหายากและเงินสดจำนวนหนึ่งก้าวเข้าไปที่บ้านตระกูลลู่ด้วยท่าทางนอบน้อมราวกับศิษย์พบ ารย์ การกระทำนั้นยิ่งตอกย้ำสถานะของว่านหลินให้กลายเป็น "เทพเซียนลงมาโปรด" ในสายตาชาวบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ แม่เฒ่าโจวที่เพิ่งเดินถือตะกร้าผ้าผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ถึงกับหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกระอักเลือด นางจ้องมองชาวบ้านที่พากันนำข้าวของและเงินทองมาต่อแถวรอคอยหน้าบ้านตระกูลลู่เพื่อขอให้ว่านหลินช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย "นังตัวดี... นังสะใภ้สารเลว!" แม่เฒ่าโจวกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก นางไม่คาดคิดเลยว่านังผู้หญิงที่นางเคยโขกสับและคิดจะขับไล่ออกจากบ้าน จะพลิกสถานะกลายมาเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าทุกคนในหมู่บ้านได้ภายในชั่วข้ามคืน ภายในตัวบ้าน ว่านหลินกำลังยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวจำลองในมิติลับ นางหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาจากชั้นวางสินค้าอัจฉริยะ วันนี้นางตั้งใจจะทำเมนูเด็ดเพื่อฉลองความสำเร็จก้าวแรกในการสร้างอาณาจักรธุรกิจและบารมีของตนเอง "กลิ่นหอมอะไรน่ะ หอมจนแสบจมูกไปหมดแล้ว" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดเข้ามาจากด้านหลัง ลู่จ้านถิงซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของนางสูดดมความหอมอ่อนๆ จากตัวภรรยาอย่างเคยตัว มือหนาลูบไล้เอวบางเบา "กำลังทำ 'เป็ดตุ๋นยาจีนโบราณ' สูตรพิเศษค่ะคุณสามี..." ว่านหลินเอี้ยวตัวกลับมาสบตา ปลายจมูกชนกันพอดี นางยิ้มพราย "รับรองว่ากินแล้วพลังปราณพุ่งพล่าน แรงดีไม่มีตกแน่นอน เหมาะกับนายทหารผู้ขยันขันแข็งอย่างคุณที่สุด" ลู่จ้านถิงหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดคุยเจื้อยแจ้วด้วยความคลั่งรัก ก่อนที่เขาจะโน้มใบลงกระซิบข้างหู "เรื่องข้างนอกข้าจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว เฒ่าฟานยอมรับปากจะเป็นหูเป็นตาและกระจายชื่อเสียงให้เธอตามต้องการ... ส่วนเรื่องในครัว คืนนี้คงต้องให้รางวัลเชฟคนเก่งเสียหน่อยแล้วกระมัง" ว่านหลินตีแขนสามีเบาๆ หมั่นไส้ความเจ้าเล่ห์ที่แฝงมากับสายตาคู่นั้น "เจ้าคนฉวยโอกาส..." ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในบ้านกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหอมกรุ่นของอาหารมื้อพิเศษ จู่ๆ เสียงทุบประตูก็ ودดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวคนหนึ่ง "ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ลูกชายฉัน... ลูกชายฉันกำลังจะตายแล้ว!" เสียงนั้นทำเอาว่านหลินและลู่จ้านถิงชะงักค้างทันที ว่านหลินหันขวับไปมองหน้าสามี แววตาสนุกสนานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังในเสี้ยววินาที นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับรู้กลิ่นอายและพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาทางรอยแตกของประตูบ้าน และในวินาทีที่ลู่จ้านถิงเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูเพื่อเปิดออกรับแขกยามวิกาลอีกครั้ง ว่านหลินกลับเป็นฝ่ายคว้าแขนเขาไว้ทันที พร้อมกับใบซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายและพลังวิญญาณอันแปลกประหลาดที่พุ่งตรงมาจากร่างของผู้ที่กำลังเคาะประตู... มันไม่ใช่คนไข้ธรรมดา แต่มันคือวิญญาณอาฆาตที่ถูกส่งตรงมาจากแดนไกลเพื่อหมายเอาชีวิตคนในบ้านหลังนี้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าจะปรุงความฟินและความสะใจให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%