เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ พร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวที่แผดก้องทะลุกำแพงดินดิบเข้ามาจนน่ารำคาญ
"หลินว่านหลิน! อีลูกสะใภ้อเนจจัง! แกคิดว่าจะซ่อนหัวอยู่ในรูหนูแล้วชักดาบเงินค่าเลี้ยงดูฉันได้งั้นเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกยังกล้าชักช้า ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่พวกแกออกจากหมู่บ้านฐานเนรคุณ!"
ภายในห้องครัวที่อบ1อวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของพริกเสฉวนคั่วและน้ำมันงา หลินว่านหลินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองไปที่ประตูบ้าน นางกำลังใช้ตะหลิวไม้ผัดหมูสามชั้นหั่นเต๋าในกระทะเหล็กอย่างใจเย็น เสียงเนื้อหมูทอดกับน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมลส่งเสียงฉู่ฉ่าชวนน้ำลายสอ เมนู 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงฮ่องเต้' ที่ดึงวัตถุดิบชั้นเลิศมาจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติ กำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนคนข้างบ้านแทบคลั่ง
ลู่จ้านถิงที่กำลังนั่งเหลาไม้ฟืนอยู่มุมห้อง วางท่อนไม้ในมือลงอย่างเชื่องช้า ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาเย็นเยียบที่ทอประกายอันตราย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเสื้อทหารสีเขียวขี้ม้าให้เข้าที่ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตู แต่ว่านหลินกลับส่งเสียงห้ามไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนครับสามี... ปล่อยให้หมาเห่าใบตองแห้งไปก่อนเถอะครับ" ว่านหลินส่งยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "คนประเภทนี้ ถ้าเราวิ่งออกไปทะเลาะด้วยตั้งแต่แรก นางจะได้ใจ นึกว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า แต่ถ้าปล่อยให้นางแหกปากจนคอแตกตายอยู่หน้าบ้าน ทรัพยากรทางเสียงของนางจะหมดไปเอง แล้วพอเราเปิดประตูออกไป... เราค่อยฟาดด้วยกฎหมายให้อีกฝ่ายหงายหลังกลับไปไม่เป็น"
ลู่จ้านถิงมุมกระดิกยิ้มบางเบา ความคลั่งรักฉายชัดอยู่ในแววตา ภรรยาตัวน้อยของเขานับวันยิ่งร้ายกาจและน่าเอ็นดูเป็นทวีคูณ มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มให้อย่างเบามือ "ตามใจเธอทุกอย่างครับ อยากจัดการอย่างไร เชิญบัญชาได้เลย"
ข้างนอกประตู แม่เฒ่าโจวเริ่มทุบแรงขึ้นจนบานไม้เก่าๆ สั่นคลอน ทว่าในจังหวะที่นางเงื้อมือขึ้นหมายจะทุบซ้ำ ประตูไม้ก็ถูกกระชากเปิดออกกะทันหัน จนร่างเหี่ยวย่นเกือบถลาล้มคะมำไปข้างหน้า
"อุ๊ย! ระวังหน่อยสครับคุณแม่" ว่านหลินก้าวเท้าออกมาด้วยท่าทางสำรวม แต่คำพูดเชือดเฉือนทำเอาคนแก่หน้าชา "แก่จนหนังเหี่ยวหนังเหนียงยานถึงคางขนาดนี้แล้ว กระดูกกระเดี้ยวคงไม่ค่อยดี ถ้าล้มหัวฟาดพื้นตายแถวนี้ ทางเราคงต้องเสียเงินค่าจัดงานศพให้อีก น่ารำคาญแย่เลยนะครับ"
แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางชี้หน้าด่ากราดทันที "อีตัวดี! ปากดีนักนะ! แกกล้าดียังไงมาแช่งฉัน! เงินทองที่แกแอบไปค้าขายในตลาดมืดช่วงนี้ ส่งมาให้ฉันครึ่งหนึ่งเดี๋ยวนี้เลยนะ! นั่นคือเงินของตระกูลโจว ลูกชายฉันส่งเงินมาให้แกผลาญเล่นหรือไง ถึงได้กินดีอยู่ดีจนมีเนื้อมีหนังขึ้นมาแบบนี้!"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มมีชาวบ้านบางส่วนแอบมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นระงม
ว่านหลินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ นางกอดอกมองแม่สามีด้วยสายตาสมเพชเวทนา ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเอกสารทางการที่นางร่างขึ้นเองจากความรู้กฎหมายยุคปัจจุบัน
"เงินของตระกูลโจว? คุณแม่พูดอะไรออกมาไม่ละอายปากบ้างเลยครับ" ว่านหลินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว กดดันด้วยน้ำเสียงทรงพลังและฉะฉาน "ตามกฎหมายการแต่งงานฉบับใหม่ ปี ค.ศ. 1950 และประมวลกฎหมายแพ่งแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มาตราที่ว่าด้วยทรัพย์สินส่วนตัวของคู่สมรส ทรัพย์สินที่สามีของฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายในกองทัพ ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลของครอบครัวเราสองคน ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับญาติพี่น้องสายตรงหรือสายรองทั้งสิ้น! พูดง่ายๆ คือ... แม่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาหายใจร่วมอากาศเดียวกับเราด้วยซ้ำ!"
แม่เฒ่าโจวอ้าปากค้าง สมองที่คุ้นเคยกับการขูดรีดคนในยุคเก่าประมวลผลไม่ทัน "กฎหมายอะไร! ฉันไม่รู้จัก! ฉันเป็นแม่มันนะ! ฉันเบ่งมันออกมา! มันต้องกตัญญูต่อฉันสil เงินทองข้าวของในบ้านนี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดครึ่งหนึ่ง!"
"กฎหมายไม่รู้จัก แต่ถ้าตำรวจฝ่ายความมั่นคงมาเยี่ยมบ้านสักรอบ คงจะได้ทำความรู้จักกันอย่างลึกซึ้งแน่ครับ" เสียงทุบโต๊ะดังปังจากด้านหลัง ลู่จ้านถิงก้าวออกมายืนบังร่างภรรยา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนแม่เฒ่าโจวผอยถอยหลังไปสามก้าว "ถ้าท่านยังกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมในฐานะนายทหารประจำการ จะใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องฟ้องร้องข้อหาก่อกวนความสงบและรีดไถทรัพย์สิน... ถึงตอนนั้น อย่าหาว่าผมไม่เตือนว่าลูกชายคนโปรดของท่านในเมืองจะพลอยหมดอนาคตไปด้วย!"
คำขู่ของลู่จ้านถิงได้ผลชะเด็ดขาด แม่เฒ่าโจวหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางรู้ดีว่าบุตรชายคนรองที่รับราชการในเมืองคือความหวังทั้งหมดของตระกูล ถ้ามีรอยด่างพร้อยเรื่องครอบครัว การเลื่อนขั้นคงจบสิ้น
"พวก... พวกแกมันอกตัญญู! ไอ้นรกส่งมาเกิด! อีสะใภ้ตัวซวย!" แม่เฒ่าโจวได้แต่กรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ถอยร่นกรูดด้วยความกลัว ก่อนจะสะบัดก้นวิ่งหนีหายไปลับตา ท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์
ว่านหลินถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามี ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความสะใจ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ว่านหลินกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อไปตักหมูสามชั้นตุ๋นใส่ชาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินรกชัฏหลังหมู่บ้าน พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทจีนสีเทา สวมแว่นตากลมท่าทางมีภูมิฐาน เดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านของพวกเขา
ชายแปลกหน้ากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของว่านหลินเย็นเฉียบ
"สวัสดีครับ คุณแม่บ้านหลิน... นายท่านใหญ่แห่งตระกูลสือในเมืองหลวง ส่งผมมารับตัวคุณกลับบ้าน... ในฐานะ 'ทายาทที่แท้จริง' คนสุดท้ายครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 8
แม่สามีหน้าเงินบุกทวงส่วนแบ่ง
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!