"ถ้าผีตนนี้ยังไม่ยอมถอยไปอีกล่ะก็ ผมจะถือว่ามันเป็นโจรบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และผมมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะใช้กำลังทหารจัดการนะครับว่านหลิน"
ลู่จ้านถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองไปที่มุมมืดของห้องเก็บของท้ายบ้าน ซึ่งเวลานี้อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงจนเห็นเป็นไอสีขาวจางๆ กลิ่นสาบสางของดินชื้นและใบไม้เน่าโชยออกมาปะทะจมูก ทั้งที่ข้างนอกนั่นเป็นยามค่ำคืนที่อากาศอบอ้าว
ว่านหลินหัวเราะในลำคอ เธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย มือเรียวบางของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมที่ดูธรรมดา แต่แท้จริงแล้วคือทางเชื่อมสู่อาณาจักรห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะที่เธอพกติดตัวมาด้วย เธอคว้ากล่องเค้กสตอเบอร์รี่สดเนื้อนุ่มฟูจากโซนเบเกอรี่พรีเมียมที่ยังคงความเย็นฉ่ำออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ
"คุณใจเย็นก่อนเถอะจ้านถิง ผีเขาก็เหมือนคนนั่นแหละครับ บางทีที่เขามาเพ่นพ่านก็เพราะเขาหิวหรือแค่อยากทวงสิทธิ์อะไรบางอย่างในที่ดินผืนนี้" ว่านหลินเปิดฝากล่อง กลิ่นหอมหวานของครีมสดและกลิ่นเบอร์รี่เปรี้ยวอมหวานฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนกลบกลิ่นเหม็นอับของวิญญาณเสียสิ้น
เงามืดที่สั่นไหวอยู่มุมห้องเริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้าย แต่กลับหยุดชะงักราวกับถูกแรงดึงดูดของกลิ่นขนมหวานสะกดเอาไว้
"เจ้าที่สินะ" ว่านหลินพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวับวาวด้วยเล่ห์เหลี่ยม "เอาล่ะ ท่านเจ้าที่ครับ ผมทราบดีว่าท่านเฝ้าที่ดินผืนนี้มานาน แต่การที่ท่านตามรังควานคนในบ้านผมมันเสียมารยาทไปหน่อยนะครับ ถ้าท่านยอมให้พวกเราอยู่สุขสบายและช่วยปกป้องที่ดินจากพวกที่จ้องจะฮุบเอาไป ขนมมื้อนี้ถือว่าเป็นสินบนจองตัวสำหรับอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเรา"
เงาสีเทาจางๆ ปรากฏร่างเป็นชายชราผมยาวรุงรังในชุดกระสอบเก่าคร่ำคร่า แววตาของมันดูหิวโหยและโกรธแค้น แต่มันกลับไม่ละสายตาไปจากเค้กชิ้นโตตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว มันสั่นสะท้าน มือผอมแห้งยื่นออกมาหมายจะคว้า แต่มันกลับหยุดลงเมื่อเห็นว่านหลินจ้องเขม็ง
"นี่คือการทำธุรกิจนะครับท่านเจ้าที่ ผมให้ขนม ท่านให้ความคุ้มครองและโชคลาภ ถ้าท่านตกลงก็พยักหน้า หรือถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกมา แต่ถ้าท่านยังคิดจะหลอกหลอนเมียผม... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" ลู่จ้านถิงขยับตัวก้าวไปข้างหน้า มือหนาวางบนด้ามปืนที่เหน็บเอวไว้ด้วยสัญชาตญาณนักรบ
ผีเจ้าที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมโน้มตัวลงกราบเค้กชิ้นนั้นอย่างละโมบ แล้วร่างที่น่าสะพรึงกลัวนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับกล่องเค้กที่ถูกหอบหายวับไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
"เห็นไหมครับว่านหลิน" ว่านหลินยิ้มมุมปาก "ผีสางก็กลัวคนหน้าเงิน... หรือจะเรียกว่าชอบของดีราคาแพงก็ไม่ผิดนัก"
"คุณนี่ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะครับ" ลู่จ้านถิงสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอทำให้ใจที่ตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลง "แต่แม่เฒ่าโจวที่อยู่เรือนหลักคงไม่ยอมง่ายๆ ขนาดผีเจ้าที่ยังต้องสยบให้คุณ แล้วนางจะไปเหลืออะไร"
"แม่เฒ่าโจวน่ะเหรอ" ว่านหลินหันกลับมาประจันหน้ากับสามี แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความเย็นชาแบบนักธุรกิจที่กำลังวางหมาก "นางต้องการสูบเลือดสูบเนื้อพวกเราใช่ไหม? ได้... เดี๋ยวผมจะจัดอาหารมื้อพิเศษให้ได้ลิ้มลอง รับรองว่านางจะต้องสำลักความโลภของตัวเองตายไปข้างหนึ่ง"
วันต่อมา ณ กลางหมู่บ้าน ข่าวลือเรื่องสะใภ้รองของตระกูลลู่ที่ร่ำรวยผิดปกติเริ่มหนาหูขึ้น แม่เฒ่าโจวเดินสะบัดก้นเข้ามาในเรือนเล็กด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความริษยา มือหนึ่งถือไม้เรียว อีกมือหนึ่งกอดอกแน่น
"นังตัวดี! แกเอาเงินมาจากไหนไปซื้อเนื้อหมูตั้งสามชิ้น! บ้านนี้กำลังลำบาก แกกลับกินหรูอยู่สบายโดยไม่แบ่งให้แม่ผัวอย่างฉันหรือยังไง!"
ว่านหลินกำลังสาละวนกับการนวดแป้งทำซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอม เธอเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีด้วยสายตาที่ดูแคลนอย่างเปิดเผย "แม่ครับ ในเมื่อแม่บอกว่าบ้านเราลำบาก ผมก็เลยหาทางออกให้ไงครับ ซาลาเปานี่ผมทำขาย ถ้าแม่หิวก็จ่ายเงินซื้อไปสิครับ ชิ้นละ 5 เหรียญ... แต่สำหรับคนอื่นเขาก็ราคานี้ทั้งนั้น แม่เป็นถึงแม่ผัว ผมจะให้ส่วนลดพิเศษเหลือ 10 เหรียญต่อชิ้นแล้วกันครับ ถือว่ากตัญญูแล้ว"
"แก! นังสะใภ้หน้าเงิน!" แม่เฒ่าโจวหน้าเขียวค้ำ ก่อนจะพุ่งตัวจะตบว่านหลิน แต่แล้วเธอก็ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลู่จ้านถิงที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่พร้อมกับปืนที่พาดไว้บนไหล่ แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ถ้าแม่กล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ" เสียงทุ้มต่ำของลู่จ้านถิงก้องกังวาน "อย่าว่าแต่ซาลาเปาเลยครับ แม้แต่ข้าวสักเม็ดในบ้านหลังนี้ แม่ก็อย่าหวังว่าจะได้แตะ"
แม่เฒ่าโจวตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอสะบัดหน้าหนีออกจากเรือนไป แต่ทิ้งสายตาอาฆาตไว้เบื้องหลัง ว่านหลินมองตามร่างนั้นไปอย่างไม่แยแส ก่อนจะหยิบซาลาเปาลูกอวบที่นึ่งจนแป้งขาวนวลนุ่มฟูขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วก็ดังขึ้นอย่างรัวและหนักหน่วง คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านไม่ใช่คนในหมู่บ้าน แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มภูมิฐาน ดูท่าทางเป็นคนมีอิทธิพลจากในเมืองที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน
"คุณว่านหลินใช่ไหมครับ? ผมได้ยินข่าวลือเรื่องขนมรสชาติเลิศล้ำที่หาจากที่ไหนไม่ได้... ผมยอมจ่ายไม่อั้นถ้าคุณตกลงจะส่งของล็อตใหญ่ให้ผม... คืนนี้"
ว่านหลินหันไปสบตากับลู่จ้านถิง ทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิต... และความซวยที่กำลังจะมาเยือนพร้อมกับกำไรมหาศาล
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมความเข้มข้นของชีวิตสะใภ้สายฟาดฟันนะครับ! - หมอผีวัยรุ่นครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 7
ผีสางก็กลัวคนหน้าเงิน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!