เสียงกระแทกของบานประตูไม้สนสนิมเขรอะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก เอกสารลับปกสีน้ำตาลเข้มแผ่นนั้นถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบตรงหน้าแม่เฒ่าโจว แรงกระแทกทำให้ถ้วยน้ำชาเคลือบกระเบื้องบิ่นๆ สั่นกระเซ็นจนน้ำชาสีเหลืองเข้มหกเปื้อนผ้าปูโต๊ะ
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงกัน!" เสียงของลู่จ้านถิงต่ำทุบและทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึก แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังร่างชราที่ห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา
แม่เฒ่าโจวตัวสั่นเทาจนริมฝีปากแห้งผากขยับไม่ได้ศัพท์ เอกสารในมือของนายทหารยศสูงหาใช่กระดาษธรรมดาไม่ แต่มันคือหลักฐานการยักยอกเงินบำนาญและเบี้ยเลี้ยงทหารผ่านศึกที่ตระกูลโจวแอบอ้างชื่อของหลินว่านหลินไปเบิกนานนับปี ความโลภที่ถูกปิดบังไว้ใต้หน้ากากศีรษะอันปลอมเปลือก บัดนี้ถูกฉีกกระชากออกจนหมดสภาพในห้องครัวมืดๆ แห่งนี้
ในขณะที่พายุแห่งความพินาศกำลังก่อตัวขึ้นเหนือหัวของแม่เฒ่าโจว ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลับมีกลิ่นหอมบางเบาอย่างหนึ่งลอยวนอยู่ปลายจมูก...
กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลกรวดที่ถูกเคี่ยวจนละลายเคลือบน้ำมันหมู ตามด้วยกลิ่นอลวนของซอสถั่วเหลืองหมักโบราณ ขิงแก่ทุบ และโป๊ยกั๊กที่ส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำลายสอ หลินว่านหลินยืนอยู่หน้าเตาถ่านเหล็กหล่อ แขนเรียวภายใต้เสื้อคลุมเนื้อดีกำลังใช้ทัพพีไม้คนหมูสามชั้นหั่นเต๋าขนาดพอดีคำในหม้อดินเผาใบโต เนื้อหมูชั้นดีที่มีมันแทรกสามชั้นสลับแดงระเรื่อ ถูกเคี่ยวจนหนังเริ่มพองนุ่มและซึมซับน้ำราดสีอำพันเข้มข้น ประกายไฟจากเตาถ่านสาดแสงกระทบใบหน้างามที่ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หล่อนไม่ได้สนใจสายตาตื่นตระหนกของแม่สามีแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่หล่อนใส่ใจในตอนนี้คือความสมบูรณ์แบบของ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติที่ผสานเข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศแห่งยุค 70
"จ้านถิงครับ..." เสียงทุ้มต่ำของสหายสนิทในเครื่องแบบนายทหารยศพันตรีที่เดินตามเข้ามาติดๆ สูดปากด้วยความอยากอาหาร ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นหม้อดินที่ส่งควันกรุ่น "นี่กลิ่นอะไรวะ หอมฉุนเตะจมูกจนไส้พุงฉันปั่นป่วนไปหมดแล้ว หรือว่าภรรยาคุณกำลังทำอะไรกินกันแน่?"
ลู่จ้านถิงละสายตาจากเอกสารมัดตัวมารดาชั่วขณะ ดวงตาที่ถมึงทึงเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงทันทีเมื่อกวาดมองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาที่กำลังงละมุนละไมกับการโรยต้นหอมซอยลงบนหม้อตุ๋น เขาขยับกายเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจแม่เฒ่าโจวที่ทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นแม้แต่น้อย ฝ่ามือหนาวางลงบนลาดไหล่บางของภรรยาอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แตกต่างจากความหนาวเหน็บในค่ายทหารลิบลับ
"เหนื่อยไหมครับคนดี..." น้ำเสียงของลู่จ้านถิงเปลี่ยนเป็นอบอุ่นและอ่อนโยนจนนายทหารเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเห็นภาพเสือร้ายแห่งค่ายทหารกลายเป็นแมวเชื่องของภรรยามาก่อน
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับคุณสามี" หลินว่านหลินเกือบหลุดคำพูดจากโลกเดิมออกมา หล่อนหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะหยิบชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดลออออกมาสามใบ ตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่เปื่อยนุ่มจนละลายในปาก ราดด้วยน้ำซอสข้นคลัั่งสีอำพันเงางาม ชิ้นหมูฉ่ำวาวสะท้อนแสงไฟราวกับอัญมณีล้ำค่า ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัวจนทะลุผ่านประตูออกไปถึงลานกว้างหน้าค่ายทหาร
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องครัว ไม่นานนักเหล่าสหายทหารใต้บังคับบัญชาของลู่จ้านถิงนับสนายที่ได้กลิ่นหอมประหลาดนี้ ต่างพากันเดินตามกลิ่นมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูด้วยความหิวโหย
"ผู้กองครับ! นั่นกลิ่นอะไรวะ หอมจนผมแทบจะกินเกือกม้าได้อยู่แล้ว!" จ่าสิบเอกเฉินกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก ดวงตาสองข้างเป็นประกายวาววับจ้องมองชามหมูตุ๋นในมือของหลินว่านหลินราวกับหิวโหยมาสามวันสามคืน
"นั่นสิครับพี่สะใภ้ พวกเราฝึกซ้อมกันมาทั้งวัน ท้องไส้ว่างเปล่าหมดแล้ว ได้กลิ่นนี่เข้าไปวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง!" นายทหารหนุ่มอีกคนเสริมขึ้นด้วยใบหน้าอ้อนวอน
แม่เฒ่าโจวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นพยายามจะอ้าปากโวยวายและฟ้องร้องความผิดของลูกสะใภ้ แต่กลับไม่มีใครสนใจไยดีนางเลยแม้แต่คนเดียว สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงชิ้นโตที่วางเรียงรายอยู่ในชาม ควันสีขาวกรุ่นที่ลอยขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศและน้ำตาลเคี่ยว ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดของคดีการทุจริตเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
ลู่จ้านถิงปรายตามองมารดาที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความสมเพชแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับภรรยาคนสวยที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้ เขารู้ทันทีว่าภรรยาของเขาไม่ได้แค่อยากทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน แต่กำลังใช้ "กลิ่นหอม" นี้เป็นการลงทัณฑ์ทางจิตวิทยาที่เจ็บแสบที่สุดแก่คนโลภในตระกูล
"อยากกินเหรอครับ?" หลินว่านหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากอิ่มสวยช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน "ถ้าอยากกิน... ต้องช่วยกันจัดการ 'ขยะเปียก' ที่รกบ้านให้สะอาดเสียก่อนนะ ถึงจะคู่ควรกับอาหารจานนี้"
สิ้นเสียงหวานใสของสะใภ้ตัวแสบ เหล่าทหารกล้าที่กำลังหิวโซหันขวับไปมองแม่เฒ่าโจวเป็นตาเดียว แววตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้ความปรานีทันทีเมื่อตระหนักว่า หญิงชราผู้นี้คือต้นเหตุที่เกือบทำให้พวกเขาไม่ได้ลิ้มรสชาติอาหารสวรรค์ตรงหน้า
แม่เฒ่าโจวหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นลู่จ้านถิงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เปิดทางให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาจัดการตามคำสั่งของภรรยา
แต่ก่อนที่ใครจะได้ลงมือทำอะไร ร่างของทหารยศนายพลคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางมาตรวจราชการกะทันหัน ก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องครัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของนายพลเฒ่ากวาดมองเอกสารลับบนโต๊ะสลับกับชามหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงักงัน
"กลิ่นนี่... มันมาจากห้องนี้สินะ ใครเป็นคนทำอาหารจานนี้ ส่งมาให้ฉันลองชิมเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและความสะใจไปพร้อมกันนะครับ
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 16
กลิ่นหอมของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!