"กลิ่นนี่... มันมาจากห้องนี้สินะ ใครเป็นคนทำอาหารจานนี้ ส่งมาให้ฉันลองชิมเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนแหบแห้งของผู้นำหมู่บ้านดังลั่นทะลุประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามา ก่อนที่ร่างผอมเกร็งในชุดเสื้อผ้าฝ้ายซอมซ่อจะพุ่งพรวดเข้ามาในครัวราวกับผีดิบหิวโหย ดวงตาฝ้าฟางของตาแก่เฉินเบิกโพง จมูกย่นยู่สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและไขมันหมูกรอบที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ จนต่อมน้ำลายในปากทำงานอย่างบ้าคลั่ง
หลินว่านหลินวางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ เธอหันไปสบตากับลู่จ้านถิงผู้เป็นสามีที่ยืนซ้อนหลังใช้วงแขนแกร่งคอยโอบประคองเอวเธอไว้ไม่ห่าง สายตาสุภาพบุรุษของนายทหารหนุ่มฉายแววเย็นเยียบและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"ผู้นำหมู่บ้านเฉิน ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ เหตุใดจึงมาตะโกนโวยวายเคาะประตูบ้านคนอื่นอย่างไร้มารยาทเช่นนี้เล่าครับ" ลู่จ้านถิงเอמהยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กั๊กขวางร่างผอมแห้งนั้นไว้ไม่ให้ก้าวล้ำเข้ามาใกล้เตาไฟแม้แต่ก้าวเดียว
"ฉัน... ฉันได้กลิ่น! กลิ่นอาหารนี่มันคืออะไร สะใภ้ลู่ เธอแอบซ่อนเนื้ออะไรไว้ในบ้าน ทำไมถึงกลิ่นหอมรบกวนชาวบ้านชาวช่องเขาไปทั่ว!" ตาแก่เฉินอ้างเหตุผลหน้าด้านๆ สายตาโลภโมระทุมกวาดมองหม้อดินขนาดใหญ่บนเตาที่กำลังเคี่ยวขาหมูพะโล้จนน้ำซุปสีอำพันงวดลง รสชาติความเค็มหวานและกลิ่นพะโล้เครื่องยาจีนโชยเตะจมูกจนเขาแทบจะน้ำลายไหลยืดลงมาตรงนั้น
หลินว่านหลินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวッเราะใสๆ แต่แฝงด้วยความเย็นชาทำให้ตาแก่เฉินสะดุ้ง "อ๋อ... กลิ่นขาหมูพะโล้ตุ๋นยาจีนกับโต๊ะจีนวิญญาณที่ฉันกำลังเตรียมไว้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณใต้ต้นไทรใหญ่หน้าหมู่บ้านอย่างไรล่ะคะ... เอ๊ย... อย่างไรล่ะครับ ผู้นำหมู่บ้านอยากกินด้วยหรือครับ แต่เกรงว่า... อาหารชุดนี้คนเป็น 'กินไม่ได้' หรอกนะ"
คำพูดของหญิงสาวทำให้บรรยากาศในห้องครัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น ตาแก่เฉินหน้าถอดสี ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อนึกถึงเรื่องเล่าลือสยองขวัญเกี่ยวกับเงาปริศนาใต้ต้นไทรใหญ่ที่มักจะส่งเสียงร้องโหยหวนยามวิกาล และกลิ่นธูปแปลกๆ ที่ลอยมาตามลมในช่วงสามวันที่ผ่านมา
"เหลתไหล! เธอจะบอกว่าทำอาหารให้ผีตบตาฉันอย่างนั้นเรอะ!" ตาแก่เฉินแสร้งทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนความกลัว "ไม่รู้ล่ะ ฉันเป็นผู้นำหมู่บ้าน หากบ้านไหนกักตุนอาหารชั้นดีโดยไม่แจ้งทางการและไม่แบ่งปันส่วนกลาง ถือว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนนโยบายสหกรณ์! ส่งหม้อนั่นมาให้ฉันตรวจสอบเดี๋ยวนี้!"
ความโลภบังตาจนตาแก่เฉินลืมความกลัวเรื่องผีสาง เขาพุ่งมือเหี่ยวแห้งหมายจะคว้าจับขอบหม้อดินพะโล้ร้อนๆ แต่ทว่า—
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ลู่จ้านถิงขยับตัวเพียงเสี้ยววินาที ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือของผู้นำหมู่บ้านไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของตาแก่เฉินลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย! เจ็บๆๆ! ไอ้เด็กเหลือขอแกกล้าทำร้ายผู้นำหมู่บ้านเรอะ!" ตาแก่เฉินร้องโหยหวนหน้าตาบิดเบี้ยว
"จำไว้ให้ดีว่าบ้านหลังนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาระรานภรรยาผมทั้งสิ้น" ลู่จ้านถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จนตาแก่เฉินเซถอยหลังไปชนชั้นวางกระปุกเกลือจนล้มระเนระนาด
หลินว่านหลินเดินเข้ามาใกล้ พลางตักน้ำซุปพะโล้สีสวยรสชาติเข้มข้นใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต กลิ่นหอมฟุ้งกระจายยิ่งกว่าเดิมจนกระตุ้นความหิวโหยถึงขีดสุด เธอยื่นถ้วยนั้นไปตรงหน้าตาแก่เฉินที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น
"อยากกินนักไม่ใช่หรือครับ ผู้นำหมู่บ้านเฉิน..." ว่าanหลินแย้มยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "นี่คือเครื่องเซ่นชุดพิเศษที่ฉันตั้งใจทำเพื่อ 'ปลอบประโยค' ดวงวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ผู้นำหมู่บ้านอยากลิ้มลองรสชาติแรกก่อนใครเพื่อนไหมล่ะครับ? รับรองว่ากินแล้ว... จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว"
คำว่า 'ตลอดชีวิต' และรอยยิ้มของหญิงสาวทำให้ตาแก่เฉินรู้สึกหนีบสันหลังวาบ เย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจ เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่า อาหารชามนี้มีบางอย่างไม่ชอบ마ปก... แต่วิญญาณความโลภที่ฝังรากลึกในจิตใจกลับกระซิบให้เขาเอื้อมมือออกไป
ในขณะเดียวกัน ที่ลานหน้าหมู่บ้านใต้ต้นไทรใหญ่โบราณ ชาวบ้านนับร้อยชีวิตกำลังยืนมุงดูกันด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านกิ่งก้านใบไม้หนาทึบราวกับเสียงกระซิบของผู้ตาย โต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมเกียรติด้วยอาหารคาวหวานหรูหราถึงเก้าอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในยุค 70 ไม่มีทางหาญกล้าทำได้หากไม่ร่ำรวยระเบิดเถิดเทิง
นี่คือแผนการล้างบางความงมงายและกวาดล้างศัตรูในคราวเดียวของหลินว่านหลิน!
"ทุกคนถอยไป! หลินว่านหลินกับสามีลากตัวผู้นำหมู่บ้านมาแล้ว!" เสียงตะโกนของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้นแหวกฝูงชน
หลินว่านหลินเดินนำหน้าออกมาโดยมีลู่จ้านถิงคอยถือถาดอาหารพะโล้ร้อนๆ ตามมาติดๆ เบื้องหลังคือแม่เฒ่าโจวและบรรดาญาติฝ่ายสามีที่แอบอิจฉาริษจนตาเหลือก แต่ไม่กล้าปริปากพูดอะไรเพราะกลัวอำนาจเงินและหมัดของลู่จ้านถิง
"ทุกท่านครับ..." หลินว่านหลินกวาดสายตามองชาวบ้านรอบบริเวณ น้ำเสียงกังวานใสแต่เปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือดังฟังชัด "หลายวันที่ผ่านมา พวกเราต่างหวาดกลัวกับเสียงร้องโหยหวนและอาถรรพ์ใต้ต้นไทรใหญ่ จนทำมาค้าขายไม่ขึ้น ชาวบ้านเจ็บป่วยล้มตายอย่างไร้สาเหตุ แท้จริงแล้วเป็นเพราะอะไร... ทุกคนคงรู้แก่ใจดี"
สายตาทุกคู่หันขวับไปมองตาแก่เฉินที่หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
"สามปีที่แล้ว มีการทุจริตเงินกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน เงินบรรเทาสาธารณภัยถูกยักยอกไปจนหมดสิ้น ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องอดอยากยากแค้น บางคนถึงกับตรอมใจตายคาต้นไม้นี้..." หลินว่านหลินจงใจหยิบข้อมูลลับจากมิติห้างหรูมาแฉต่อหน้าธารกำนัล ความจริงถูกเปิดเผยทีละน้อยจนชาวบ้านเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความโกรธแค้น
"เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร! หลักฐานไม่มี อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!" ตาแก่เฉินแผדเสียงสั่นเครือ พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นหนี
"หลักฐานน่ะหรือครับ..." ลู่จ้านถิงโยนสมุดบัญชีสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งตกลงแทบเท้าตาแก่เฉิน สมุดเล่มนั้นมีลายมือชื่อประทับตราของผู้นำหมู่บ้านชัดเจนทุกหน้า "นี่คือบัญชีเงินบริจาคที่ซ่อนไว้ใต้พื้นบ้านของท่านผู้นำ ลูกชายท่านเอาไปจำนำที่ตลาดมืดเมื่อวานนี้เองครับ"
ชาวบ้านกรูเข้ามาล้อมวงด้วยความเดือดดาล เสียงด่าทอสาปแช่งดังระงมไปทั่วสารทิศ ตาแก่เฉินทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญราวกับสุนัขจนตรอก
หลินว่านหลินก้าวไปยืนหน้าโต๊ะเซ่นไหว้อย่างสง่างาม เธอหยิบธูปสามดอกขึ้นมาจุดด้วยมือตนเอง ก่อนจะปักลงกระถางธูปอย่างมั่นคง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานก้องกังวาน ราวกับสื่อสารกับบางสิ่งที่มองไม่เห็น
"ดวงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่อย่างอยุติธรรม บัดนี้ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว คนชั่วจะต้องชดใช้กรรม ผู้บริสุทธิ์ได้รับการล้างมลทิน โปรดรับเครื่องเซ่นชุดนี้ 'ขาหมูพะโล้สูตรโบราณ' และอาหารเลิศรสจากตระกูลลู่... ขอให้ไปสู่สุคติเถิดครับ"
สิ้นคำพูดของเธอ ลมพัดกระโชกแรงหมุนวนรอบต้นไทรใหญ่อย่างรุนแรง กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้โชยฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที ราวกับดวงวิญญาณกำลังเอร็ดอร่อยและพึงพอใจกับเครื่องเซ่นไหว้
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับปาฏิหาริย์นั้นเอง จู่ๆ เปลวไฟในกระถางธูปก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งสามดอก และมีเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกดังลอดออกมาจากโพรงไม้ใหญ่...
*ฮี่ๆๆ... อาหารอร่อยมาก... แต่เหยื่อรายต่อไป... ยังขาดหัวใจของคนทรยศอีกดวง...*
ตาแก่เฉินกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นเงาดำมหึมาพุ่งทะยานออกมาจากโคนต้นไทรตรงเข้ามารัดคอเขาไว้แน่นต่อหน้าต่อตาชาวบ้านทุกคน!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 17
วิญญาณอาฆาตใต้ต้นไม้ใหญ่
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!