กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันงาพรีเมียมคั่วสดผสมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อวตุงเคี่ยวตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย ลอยอบอวลตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลลู่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้หอมหวานน่ารับประทานตามกลิ่นอาหารเลยแม้แต่น้อย มันอึมครึม เยียบเย็น และตึงเครียดเสียจนใครบางคนอาจเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“แกกล้าดียังไงถึงพูดจาแบบนี้กับฉัน อีสะใภ้ตัวดี! สามีไม่อยู่บ้านแค่ไม่กี่วัน ถึงกับปีกกล้าขาแข็ง กล้าเอาของแพงๆ แบบนี้มากินกันเองตามลำพองใจโดยไม่แบ่งคนแก่ในบ้านอย่างฉันเลยงั้นเรอะ!”
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวแผดลั่นจนผนังบ้านดินสั่นสะเทือน นางชี้หน้าหลินว่านหลินด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาขุ่นคลั่กเต็มไปด้วยความโลภและความริษยา เมื่อกวาดสายตาไปเห็นหม้อดินหินเจียรสีดำที่กำลังส่งควันกรุ่น พร้อมกับเนื้อตุ๋นสีอำพันน้ำตาลเข้มลอยเด่นอยู่เคียงข้างกับเส้นหมี่ขาวเหนียวนุ่มในชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีที่ต่อให้เอาวัวทั้งตัวแลกก็ยังหาซื้อไม่ได้ในตลาดคอมมูนยุคนี้
หลินว่านหลินไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบชิ้นเนื้อตุ๋นชุ่มฉ่ำเข้าปาก เคี้ยวตุ้บๆ อย่างใจเย็น รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นของเครื่องเทศลับจากห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติระเบิดระเบ้อในโพรงปาก มันช่างตัดกันเหลือเกินกับสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาของแม่สามีจอมเปรตรายนี้
“คุณแม่พูดจาให้เกียรติกระเพาะอาหารของฉันด้วยนะครับ... อ้อ ไม่ใช่สิ พูดให้มันมีเหตุผลหน่อย” ว่านหลินวางตะเกียบลงอย่างเชื่องช้า ส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยพิษสงรอบตัว “ของพวกนี้ฉันหามาด้วยความสามารถและหยาดเหงื่อแรงกายของฉันเอง ไม่ได้ไปขโมยเงินเน่าๆ ในซอกหมอนของใครมาซื้อสักหน่อย อีกอย่าง... สามีฉันยังไม่ตาย เขากำลังจะกลับมาทำหน้าที่ปกป้องภรรยาจากพวกเหลือบไรที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อต่างหากล่ะครับ”
“นัง... นังเด็กปากดี!” แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียด นางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าชามบะหมี่ตรงหน้าสาดใส่หน้าสะใภ้ตัวแสบให้สาสมกับความแค้น
หมับ!
ทว่ามือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือใหญ่หนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบคว้าเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนแม่เฒ่าโจวต้องส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย! ใครวะ... ตาถึก! แกกล้าดียังไงมาจับมือแม่แกแบบนี้!”
เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ฝุ่นเกรอะกรังจากการเดินทางไกล ก้าวเข้ามาในห้องโถงราวกับพายุทอร์นาโด ลมหายใจของเขาหอบเหนื่อยเล็กน้อยเนื่องจากรีบเร่งเดินทางกลับบ้านก่อนกำหนด แต่แววตานั้นกลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่พร้อมจะเฉือนคอใครก็ตามกล้าเข้ามาแตะต้องของสำคัญในชีวิต
ลู่จ้านถิงกวาดสายตาคมปลาบมองมารดาแท้ๆ ของตนเองด้วยความเย็นชาไร้ร่องรอยของความอาทรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขาสลัดมือแม่เฒ่าโจวออกอย่างไร้เยื่อใย จนร่างชราเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบล้มคว่ำ
“แม่ครับ... ผมเคยเตือนแม่กี่ครั้งแล้วเรื่องการมารังแกภรรยาผม?” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึก มันกดดันเสียจนคนในบ้านตระกูลลู่ที่แอบดูอยู่มุมประตูากกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
“จ้านถิง! แก... แกกล้าทำร้ายแม่แท้ๆ เพื่ออีผู้หญิงต่างถิ่นคนนี้เนี่ยนะ!” แม่เฒ่าโจวชี้หน้าบุตรชายด้วยความเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง “มันทำของกินฟุ่มเฟือย มันตบตาชาวบ้าน มันทำตัวอวดร่ำอวดรวย! แกดูสิ บ้านเราแทบไม่มีข้าวจะกรอกหม้ออยู่แล้ว แต่มันกลับกินเนื้อชิ้นโตขนาดนี้! แกจะปล่อยให้มันผลาญสมบัติครอบครัวเราจนพินาศหรือไง!”
ลู่จ้านถิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาย่างสามขุมเข้าไปหาภรรยาตัวน้อยที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบน้ำซุปอย่างสบายใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดบรรจงเช็ดมุมปากที่เปื้อนคราบน้ำซุปให้กับหลินว่านหลินอย่างทะนุถนอมราวกับเธอกระจกแก้วอันล้ำค่าที่ยอมให้มีรอยขีดข่วนไม่ได้
การกระทำนี้... ตบหน้าคนทั้งบ้านตระกูลลู่ฉาดใหญ่จนหน้าชาไปตามๆ กัน!
“สมบัติครอบครัว?” ลู่จ้านถิงหันกลับไปมองมารดาด้วยสายตาเหยียดหยาม “เงินทุกหยาดหยดที่ผมส่งกลับมาบ้านหลังนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมามันไปอยู่ที่ไหนหมดล่ะครับ? ไปอยู่ในกระเป๋าของพี่ใหญ่กับน้องชายที่วันๆ เอาแต่กินเหล้าเคล้าการพนันใช่ไหม? หรือเอาไปปรนเปรอญาติฝั่งแม่ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อบ้านเรา?”
“แก... แกกล้าพูดจาอกตัญญูแบบนี้กับแม่หรอกเรอะ!”
“ผมไม่ได้อกตัญญู แต่ผมกำลังพูดความจริง” ลู่จ้านถิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังแสงสว่างจากประตูจนเกิดเป็นเงาทะมึนทอดทับร่างของทุกคนในบ้าน “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... บ้านหลังนี้ ทรัพย์สินทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ และตัวของหลินว่านหลิน... คือเขตหวงห้ามเด็ดขาด”
เขากวาดสายตาดุดันมองหน้าทุกคนทีละคน น้ำเสียงก้องกังวานประกาศกร้าวออกไปทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ใครก็ตาม... ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ น้องสาม หรือแม้แต่แม่เองก็ตาม... ถ้าหากบังجอาจมารังแก ข่มเหง หรือหาเรื่องภรรยาของผมแม้แต่ปลายเล็บ คนๆ นั้นจะถือเป็น ‘ศัตรู’ ของลู่จ้านถิงทันที!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่เสียงลมหายใจของแม่เฒ่าโจวยังสะดุดกึก นางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าบุตรชายคนรองที่เคยเชื่อฟังและส่งเงินให้มาตลอด จะยอมหักดิบตัดขาดกับครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนเดียวได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้
หลินว่านหลินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามีหนุ่ม หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ดิ้นรนในยุคสมัยที่โหดร้าย กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้ากับคนโลภมากตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น เธอยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ สามีสายเปย์แถมยังคลั่งรักคนนี้... ดูท่าทางจะคุ้มค่ากับการลงทุนแต่งงานด้วยจริงๆ
“อร่อยไหมครับ?” ลู่จ้านถิงหันกลับมามองภรรยา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนละมุนละไมในชั่วพริบตา น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนคนละคนกับที่ตะคอกใส่แม่ตัวเองเมื่อครู่
“อร่อยมากครับ... ยิ่งมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระและจัดการพวกน่ารำคาญให้แบบนี้ ยิ่งเจริญอาหารเป็นพิเศษเลยล่ะ” ว่านหลินตอบพร้อมกับคีบเนื้อตุ๋นชิ้นโตส่งเข้าปากเขา “อ่ะ ป้อนให้ ชดเชยที่เดินทางเหนื่อย”
ลู่จ้านถิงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะอ้าปากรับเนื้อชิ้นนั้นเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางของทั้งสองคนราวกับกำลังดื่มด่ำในโลกส่วนตัวที่มีเพียงแค่เราสองคน ท่ามกลางดงตีนของคนตระกูลลู่ที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนน้ำตาลเรียกพี่นั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ทันที ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของผู้ใหญ่บ้านที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องสะดุ้งสุดตัว
“ลู่จ้านถิง! ออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดน... ทางกองทัพส่งโทรเลขด่วนที่สุดมาหาแก!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่จ้านถิงแข็งค้างในเสี้ยววินาที ขณะที่หลินว่านหลินหรี่ตาลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากรางสังหรณ์มิติลับในหัวใจ
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับรสชาติความแค้นที่ปรุงด้วยความรวยในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 14
สามีสายเปย์เริ่มออกโรง
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!