เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 20

การเดินทางสู่เมืองหลวงครั้งแรก

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เอกสารแผ่นนั้นนอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้นดินแห้งแล้ง ตราประทับสีแดงฉานรูปกางเขนทหารและลายเซ็นตวัดหวัดของกรมเสบียงกลางกรุงปักกิ่งเด่นหร่าจนแทบจะบาดตา ลู่จ้านถิงขยับตัวก้าวออกไปบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งก้าว สัญชาตญาณดิบของนายทหารผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ในขณะที่หลินว่านหลินเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เมื่อครู่พวกเขากำลังจะมีความสุขกับซุปหมูตุ๋นร้อนๆ ในมิติห้างหรูแท้ๆ แต่เจ้ากรรมนายเวรในคราบชายชราท่าทางเจ้าเล่ห์ผู้นี้ดันโผล่มาถูกจังหวะราวกับจับวาง "ตราประทับระดับนี้... ถ้าไม่ใช่คนของหน่วยงานบริหารกิจการพิเศษภาคเหนือ ก็คงเป็นพวกสุนัขรับใช้ที่ชอบเที่ยวรีดไถชาวบ้านสินะครับ ท่านผู้เฒ่า" ลู่จ้านถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ชายชราหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวต่อรัศมีอำนาจของนายทหารหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ ก่อนจะปรายตามองหม้อซุปดินเผาที่ยังส่งควันกรุ่นกลิ่นหอมของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวจนเข้าเนื้อ "ใจเย็นๆ สิครับท่านผู้กองลู่... ผมไม่ได้มาเพื่อจับกุม หรือมารีดไถอะไรพวกคุณหรอก เพียงแต่ว่า... กลิ่นหอมของซุปถ้วยนี้มันเตะจมูกผมตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าเขตหมู่บ้านเสียด้วยซ้ำ และบังเอิญว่าเอกสารในมือผมนี่... กำลังต้องการ 'คนมีฝีมือ' ไปช่วยสะสางปัญหาใหญ่ในเมืองหลวงพอดี" ว่านหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ยุค 1970 ยุคที่เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน การค้าเสรียังเป็นเรื่องใต้ดิน และตลาดมืดคือเส้นเลือดใหญ่ของคนมีจะกิน การที่ชายชราแต่งตัวด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีแต่มีรอยเปื้อนฝุ่นจากการเดินทางไกลโผล่มาพร้อมเอกสารราชการลับเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน "คุณกำลังสนใจซุปหมูตุ๋นของฉัน หรือกำลังสนใจช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ ในเมืองหลวงกันแน่ล่ะคะ... เอ๊ย... กันแน่ครับ คุณตา" ว่านหลินเกือบหลุดปากคำติดปากยุคปัจจุบันออกมาเสียแล้ว โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา นางขยับตัวเดินออกมาจากด้านหลังสามี ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายชราผู้แปลกหน้าด้วยท่าทีสง่างามเกินกว่าฐานะสะใภ้บ้านนอก "ซุปถ้วยนี้เคี่ยวด้วยไฟอ่อนสามชั่วโมง เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษแทรกมันกำลังดี ละลายในปากโดยไม่เลี่ยน ตัดด้วยความหอมของขิงแก่และเหล้าจีนชั้นดี... น่าเสียดายนะครับ ที่แขกผู้ไม่ได้รับเชิญบางคน อาจจะไม่มีวาสนาได้ลิ้มลอง หากยังเอาแต่พูดจาอ้อมค้อมชวนปวดหัวอยู่แบบนี้" ชายชรานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาฝ้าฟางฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวตรงหน้าแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ ตามสภาพ แต่กิริยาท่าทางและวาจานั้นช่างเฉียบคมและทรงพลังราวกับคุณหญิงตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงไม่มีผิด "ฮ่าๆๆๆ นานมากแล้วนะที่ไม่ได้ยินใครพูดจาถูกใจผมแบบนี้!" ชายชราหัวเราะลั่น "ตกลง... ฉันชื่อ 'เฉินฮ่าว' เป็นพ่อค้าคนกลางที่กำลังหัวหมุนกับปัญหาการขาดแคลนเสบียงอาหารในตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง และพวกเธอก็คือ... เป้าหมายที่ฉันตามหา สะใภ้ตระกูลลู่ผู้มีฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ และสามีผู้กองอนาคตไกลผู้กุมเส้นทางคมนาคมขนส่ง... สนใจจะขึ้นรถไฟเที่ยวตีสี่พรุ่งนี้ ไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวงกับฉันสักครั้งไหมล่ะ?" คำว่า 'เมืองหลวง' กระแทกเข้าโสตประสาทของสองสามีภรรยาอย่างจัง สำหรับชาวบ้านทั่วไป เมืองหลวงคือความฝันอันไกลโพ้น แต่สำหรับหลินว่านหลินที่มี 'ห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ' ซ่อนอยู่ในมิติจิตวิญญาณ เมืองหลวงคือขุมทรัพย์มหาศาลที่ไร้ซึ่งคู่แข่ง! ตลาดค้าส่ง เสื้อผ้าแฟชั่นยุค 70 เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคที่เธอกำลังกักตุนไว้รอวันปล่อยของ... โอกาสทองมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านแล้ว จะให้ปฏิเสธได้อย่างไร "ถ้าการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ฉันสามารถขยายกิจการไปได้ทั่วประเทศ และทำให้คนตระกูลโจวหน้าชาจนกระอักเลือดได้... ทำไมเราจะไม่ไปล่ะครับจริงไหมพี่จ้านถิง" ว่านหลินหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ลู่จ้านถิงมองรอยยิ้มนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าภรรยาตัวแสบของเขาไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใคร และทุกย่างก้าวของเธอมักจะมีผลกำไรมหาศาลซ่อนอยู่เสมอ "ตามใจเธอ... ไม่ว่าเธออยากไปที่ไหน ผมจะตามไปคุ้มครองและเปย์ให้เธอจนกว่าเมืองหลวงสะเทือนแน่นอนครับ" คืนนั้น... ในขณะที่บ้านตระกูลลู่เงียบสงบ หลินว่านหลินแอบเข้าไปในมิติห้างหรูเพื่อเตรียมสินค้าล็อตแรกสำหรับการเดินทางไกล เธอคัดเลือกเนื้อหมูแดดเดียวสูตรพิเศษ น้ำพริกเผาโบราณบรรจุขวดแก้ว และชุดเสื้อผ้าแฟชั่นวินเทจที่ตัดเย็บอย่างประณีตซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเก่า ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงหวูดรถไฟไอน้ำคำรามก้องท่ามกลางความมืดมิดของสถานีรถไฟอำเภอเล็กๆ กลิ่นถ่านหินและไอน้ำคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศยามตีสี่ หลินว่านหลินในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีครีมเรียบหรูดูสะดุดตา เดินเคียงคู่มากับลู่จ้านถิงในชุดนอกเครื่องแบบที่สูงสง่าและทรงอำนาจ โดยมีชายชราเฉินฮ่าวเดินนำหน้าพาขึ้นตู้โดยสารชั้นพิเศษที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากชานชาลา มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยโอกาสและอันตรายที่คาดไม่ถึง ทว่า... ในจังหวะที่รถไฟกำลังเร่งความเร็วจนเข้าสู่เขตรางสับเปลี่ยนนอกเมืองนั่นเอง ประตูตู้โดยสารด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ทั้งสองคนไม่คาดคิดว่าจะกล้าตามมาถึงที่นี่! แม่เฒ่าโจว หอบหายใจฮืดฮาด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยว มือสั่นเทาชี้หน้าว่านหลินพร้อมกับตะโกนลั่นโบกี้ "นังตัวดี! แกคิดจะแอบหนีไปเสวยสุขคนเดียวในเมืองหลวง โดยทิ้งหนี้สินไว้ให้ฉันกับครอบครัวรับกรรมงั้นเรอะ... ไม่มีทาง!" **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ!**
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%