กลิ่นหอมกรุ่นของเป็ดปักกิ่งหนังกรอบสีอำพัน พร้อมแผ่นแป้งนึ่งร้อนๆ และซอสฮอยเซินสูตรเข้มข้นที่ลอยอบอวลมาจากมิติลับห้างหรู ยิ่งขับเน้นบรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องรับรองของสหกรณ์ประจำอำเภอให้คมกริบราวกับใบมีดโกน
"หลินว่านหลิน! แกอย่ามาทำเป็นไขسแดงเปลี่ยนเรื่อง สัญญาผูกขาดการส่งเนื้อสัตว์ของสหกรณ์ในเขตนี้ ทางเราเซ็นสัญญากับตระกูลโจวและกลุ่มการค้าของเฒ่าเฉินไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแก ต่อให้สามีเป็นถึงนายทหารกอง ฯ ก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งเปลี่ยนมือผู้ถือสัมปทานตามอำเภอใจ!"
เสียงแป้นพิมพ์ดีดเก่าๆ หยุดกริบ เมิ่งจือฮุ่ย เลขาธิการสหกรณ์อำเภอวัยกลางคนตบโต๊ะเสียงดังลั่น เอกสารราชการสีเหลืองซีดกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความร้อนรนที่ถูกกดดันจากเบื้องหลัง
หลินว่านหลินเพียงแค่ปรายตามองเอกสารฉบับนั้นด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย เธอในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาตัดกับกางเกงสแลคทรงกระบอกทันสมัย นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ขัดมัน ท่าทางสง่างามรากับประธานบริษัทข้ามชาติที่หลงยุคมาอยู่ในทุ่งนาปี 1970
"ผู้จัดการเมิ่งครับ... คำว่า 'ไร้หัวนอนปลายเท้า' นี่คุณใช้ตาทiel หรือใช้ส่วนไหนคิดครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ลู่จ้านถิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบกริบ หมวกทรงหม้อตาลถูกถอดถือไว้ในมือ ไหล่กว้างและส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรแผ่รังสีคุกคามจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขายืนซ้อนหลังภรรยา มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของและพร้อมปกป้องเต็มที่
แม่เฒ่าโจวที่แอบซ่อนตัวอยู่มุมห้อง รีบก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความโลภและริษยา นางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่เกรงใจสถานที่
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกมันก็แค่เมียทหารที่เกาะผัวกิน กล้าดียังไงมาท้าทายอำนาจของตระกูลโจว! สัญญาของสหกรณ์นี้ เฒ่าเฉินเขาจ่ายเงินใต้โต๊ะ... อะแฮ่ม! เขาจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้ามาแล้วสามพันหยวน! นังสารเลวอย่างแก ต่อให้ขายตัวทั้งชีวิตก็หาเงินก้อนนี้ไม่ได้หรอก ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ เมิ่งจือฮุ่ยแอบยิ้มเยาะในความโง่เขลาของแม่เฒ่าโจวที่หลุดปากพูดเรื่องเงินใต้โต๊ะออกมา แต่เขาก็รีบกลบเกลื่อนด้วยการกระแอมไอ
"ถูกต้องอย่างที่แม่คุณพูดครับผู้กองลู่ แม้ว่าคุณจะเป็นนายทหารอนาคตไกล แต่กฎก็คือการกฎ พาภรรยาของคุณกลับบ้านไปเถอะครับ อย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่เลย ไม่งั้นผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่มาจัดการ"
หลินว่านหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ใสราวกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด เธอยื่นมือไปหยิบกระเป๋าหนังวัวสีดำใบหรูที่วางอยู่บนตัก เปิดซิปออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบบางสิ่งออกมาโยนลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปึก!*
เงินสดปึกหนาคาดด้วยกระดาษสีแดงของธนาคารประชาชนจีนกองโตเท่าภูเขาย่อมๆ ปรากฏต่อสายตาทุกคน ปึกแล้วปึกเล่า... หนึ่ง สอง สาม... จนกระทั่งครบสิบปึก รวมเป็นเงินสดหนึ่งหมื่นหยวนเต็มๆ!
แสงไฟนีออนสะท้อนกับธนาคารใหม่เอี่ยมจนแสบตา เมิ่งจือฮุร่ออ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน แม่เฒ่าโจวถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ส่วนเฒ่าเฉิน นักธุรกิจท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพลายเต็มหน้าผาก
"สามพันหยวนเหรอครับคุณแม่?" หลินว่านหลินโน้มตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มหวานหยดแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "น่าเสียดายจัง... พอดีฉันพกเงินสดติดตัวมาแค่ 'หนึ่งหมื่นหยวน' สำหรับการลงทุนงวดแรกกับสหกรณ์ในวันนี้... เอ๊ะ หรือว่าทางสหกรณ์ของพวกคุณรังเกียจเงินสด แล้วชอบรับเศษเงินใต้โต๊ะใต้โต๊ะใต้โต๊ะมากกว่ากันแน่คะ?"
เมิ่งจือฮุ่ยหน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักลุกขึ้นยืน มือไม้สั่นเทาจนเกือบปัดกระดาษบนโต๊ะร่วง "นี่มัน... เรื่องนี้... ท่านประธานเขตเคยสั่งการไว้ว่า..."
"ท่านประธานเขตเหรอครับ?" ลู่จ้านถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยอำนาจเด็ดขาด เขาหยิบเอกสารลับตราครุฑสีแดงฉานขึ้นมาแผ่นหนึ่ง วางทับลงบนกองเงินสด "โทรศัพท์สายตรงจากกองบัญชาการมณฑลเพิ่งอนุมัติโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านเครือข่ายของภรรยาผม และปลดฟ้าผ่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตรับสินบน... ผู้จัดการเมิ่ง คุณอยากจะคุยโทรศัพท์กับสารวัตรทหารข้างนอกตอนนี้เลยไหมครับ?"
ขาของเมิ่งจือฮุ่ยอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เอกสารสัญญาผูกขาดฉบับเก่าถูกมือหนาของลู่จ้านถิงฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตาเป็นชิ้นๆ โปรยปรายลงรากับหิมะโปรย
หลินว่านหลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเสื้อเล็กน้อยก่อนจะหยิบสัญญาฉบับใหม่ที่ร่างเสร็จเรียบร้อยจากกระเป๋า ยื่นไปตรงหน้าเลขาธิการสหกรณ์ที่กำลังสั่นเป็นเจ้าเข้า
"เซ็นชื่อซะ แล้วประทับตราเสีย... ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำให้ตระกูลเฉินและแก ไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนในมณฑลนี้อีกต่อไป"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองไปที่ปลายปากกาในมือของเมิ่งจือฮุ่ยที่กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของเป็ดปักกิ่งจากมิติลับยังคงลอยวนเวียนอยู่ในจมูก รากับจะบอกให้รู้ว่าชัยชนะครั้งนี้ หอมหวานและเย้ายวนใจเพียงใด
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ หมอผีวัยรุ่นสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและความสะใจให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในตอนหน้าครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 27
ซัดหน้าชะนีหน้าด้านด้วยเงินสด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!